ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ถอดรหัสผล “PISA 2015” พบเด็ก “ด้อยโอกาส-ยากจนไทย” มีคะแนนสูงระดับโลก

ถอดรหัสผล “PISA 2015” พบเด็ก “ด้อยโอกาส-ยากจนไทย” มีคะแนนสูงระดับโลก

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 28 มิ.ย. 2560 เปิดอ่าน : 11,334 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ถอดรหัสผล “PISA 2015” พบเด็ก “ด้อยโอกาส-ยากจนไทย” มีคะแนนสูงระดับโลก

Advertisement

สสค.ชี้ยุทธศาสตร์สู่ประเทศไทย 4.0 ต้องปลดล็อกศักยภาพคนกลุ่ม “Bottom 40%”

สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับ ธนาคารโลก (World Bank) จัดแถลงข่าว “ถอดรหัสผล PISA 2015 เด็กด้อยโอกาส-ยากจน ความหวังที่คาดไม่ถึง สู่เป้าหมาย Thailand 4.0” หลังพบเด็ก “ด้อยโอกาส-ยากจนไทย” ส่วนหนึ่งมีคะแนนสูงระดับโลก แต่ยังขาดแรงหนุนจากภาครัฐ เสี่ยงสูญเสียคนเก่งระดับหัวกะทิของประเทศไปสู่ตลาดแรงงานไร้คุณภาพ สสค.ชี้ยุทธศาสตร์สู่ไทยแลนด์ 4.0 ต้องปลดล็อกศักยภาพคนกลุ่ม “Bottom 40%” ด้านธนาคารโลกระบุ ความสำเร็จต่างชาติพิสูจน์ชัด ไทยต้องเร่งลงทุนเรื่องการวิจัยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค นักวิจัยสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงข้อค้นพบใหม่ที่น่าสนใจจากการวิเคราะห์คะแนน PISA 2015 จากเกณฑ์ชี้วัดตัวหนึ่งของ OECD ที่เรียกว่า Resilient Student หรือเด็กกลุ่ม “ช้างเผือก” ที่พบกว่ามีเด็กจำนวน 30,300 คน ที่สามารถเอาชนะโชคชะตาของตนเองได้ แม้จะมีสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมยากจนที่สุดของประเทศ แต่สามารถทำคะแนนสอบได้สูงที่สุดในกลุ่ม 25% สูงสุดของโลก ผลประเมินเชิงลึกของ OECD พบว่า เด็กกลุ่มนี้มีทักษะการคิดอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งในยุค 4.0 มากกว่านักเรียนที่อยู่ในกลุ่มฐานะเศรษฐกิจสังคมเดียวกัน ถึง 3 ปีครึ่ง มากกว่านักเรียนกลุ่มเฉลี่ยของประเทศถึงเกือบ 3 ปี



“หัวใจสำคัญของการค้นพบนี้อยู่ที่การค้นหาคำตอบว่า ปัจจัยใดบ้างที่ส่งเสริมให้ เด็กช้างเผือกสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดเรื่องฐานะและโอกาสทางการศึกษา มาเป็นกลุ่มนักเรียนที่มีคะแนนสอบ PISA สูงในระดับโลกได้ แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่เราค้นพบคือบทบาทของครู โดยจะเห็นว่าครูของเด็กกลุ่มช้างเผือกนั้น จะเป็นครูที่มีคุณสมบัติที่ดีกว่ากลุ่มอื่นๆ มีกระบวนทัศน์แบบพระแสวง หรือ Growth Mindset ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมและทัศนคติในการเรียนรู้ของเด็กมาก และส่งผลต่อคะแนนของเด็กในกลุ่มนี้ด้วย โดยสิ่งที่น่าเป็นห่วงจากการศึกษาในครั้งนี้ก็คือ เด็กจำนวน 30,300 คนนี้กลับมีความคาดหวังกับอาชีพของตัวเองน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้พวกเขาไม่ได้มีโอกาสศึกษาต่อในสาขาอาชีพที่มีความถนัดและต้องการ บางส่วนจบ ม.3 ก็ออกสู่ตลาดแรงงานกลายเป็นผู้ใช้แรงงานด้อยทักษะ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายสำหรับสังคมไทยที่ต้องสูญเสียคนเก่งที่มีศักยภาพไป”

ดร.ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ นักเศรษฐศาสตร์ด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ ธนาคารโลก กล่าวว่า จากการศึกษาประเทศที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี พบว่าจะต้องมีแรงงานที่อยู่ในกลุ่มมาตรฐานสูง เพื่อไปทำงานด้านการวิจัยและพัฒนาจำนวน 7,000-8,000 คนต่อ 1 ล้านคน แต่ประเทศไทยมี 1,000 คนต่อ 1 ล้านคนเท่านั้น

“ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องลงทุนในด้านวิจัยและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มากขึ้น จากข้อมูลตลอด 30-40 ปีที่ผ่านมา พบว่าประเทศที่รวยขึ้นมาก มีรายได้สูงขึ้นต่อเนื่องนั้นไม่มีประเทศไหนที่ไม่ลงทุนในเรื่องของการวิจัยและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ดังนั้นเราจึงต้องลงทุนทั้งเรื่องของการการศึกษา การวิจัยและพัฒนามนุษย์ควบคู่ไปด้วยกัน เพื่อแรงงานไทยจะมีทักษะและศักยภาพที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม สามารถทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางและก้าวไปสู่เป้าหมายไทยแลนด์ 4.0 ได้” ดร.ดิลกะ ระบุ

ด้าน ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้ช่วยผู้จัดการด้านวิจัยและนโยบาย สสค.กล่าวว่า เด็กที่มีปัญหาด้านการศึกษาของไทยส่วนใหญ่มาจากกลุ่มประชากรที่ยากจนที่สุดร้อยละ 40 ของประเทศหรือ Bottom 40% หากรัฐสามารถค้นหาและพัฒนาเด็กกลุ่มช้างเผือกและส่งเสริมปัจจัยบวกทางการเรียนรู้ให้กับเด็กกลุ่มนี้และกลุ่มยากจนคนอื่นๆ ไปพร้อมกัน จะทำให้เรามีแรงงานที่ทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์และการคิดวิเคราะห์ในระดับสูง เพิ่มมากขึ้น ตอบโจทย์นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่เป็นคอขวดของแรงงานไทยในปัจจุบัน เพราะเรามีประชากรที่มีทักษะและศักยภาพขั้นสูงไม่เพียงพอ

“การที่ประเทศไทยจะก้าวไปสู่ยุค 4.0 ได้นั้น เราจะต้องพาคนทุกกลุ่มรวมไปถึงคนในกลุ่มนี้ที่มีจำนวนมากกว่า 28 ล้านคนไปให้ได้ โดยจะต้องลดความเหลื่อมล้ำและโอกาสทางการศึกษา ด้วยการปลดล็อกให้ทุกโรงเรียนมีคุณภาพที่ดี ภาคส่วนต่างๆ ต้องเห็นความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของเด็กช้างเผือกและคนกลุ่ม Bottom 40% ให้ถึงขีดสุดโดยเฉพาะเรื่องโอกาสทางการศึกษา ทั้งสายอาชีพและสายอุดมศึกษาที่มีคุณภาพ ไม่เช่นนั้นเราจะสูญเสียโอกาสจากศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวของคนกลุ่มนี้ไปอย่างมหาศาล ซึ่งการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กเยาวชนยากจนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 54 ก็เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่หนึ่งของรัฐบาลที่จะช่วยยกระดับศักยภาพของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ได้ในอนาคต และส่งผลให้ประชากรกลุ่มนี้สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานที่มีทักษะขั้นสูงได้ ซึ่งหากประเทศไม่ปลดล็อกสิ่งต่างๆ เหล่านี้เราจะไม่มีวันก้าวไปถึงเป้าหมายไทยแลนด์ 4.0 ได้เลย” ดร.ไกรยส กล่าวสรุป

 

คำบรรยายภาพ
Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ถอดรหัสผล “PISA 2015” พบเด็ก “ด้อยโอกาส-ยากจนไทย” มีคะแนนสูงระดับโลก , , ถอดรหัสผล , “PISA , 2015” , พบเด็ก , “ด้อยโอกาส-ยากจนไทย” , มีคะแนนสูงระดับโลก << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สพฐ.ให้โรงเรียนเลื่อนชั้นเด็กแบบอัตโนมัติได้ “อัมพร” ย้ำครูประเมินนักเรียนรายคน☕ 21 ม.ค. 2564
สพฐ.ให้โรงเรียนเลื่อนชั้นเด็กแบบอัตโนมัติได้ “อัมพร” ย้ำครูประเมินนักเรียนรายคน
เปิดอ่าน 2,801 ครั้ง
ผู้ปกครองเฮ! สช.สั่งโรงเรียนเอกชน "คืนค่าธรรมเนียม 11 รายการ" กรณีเรียนออนไลน์☕ 21 ม.ค. 2564
ผู้ปกครองเฮ! สช.สั่งโรงเรียนเอกชน "คืนค่าธรรมเนียม 11 รายการ" กรณีเรียนออนไลน์
เปิดอ่าน 2,806 ครั้ง
ว2/2564 การอนุมัติให้การลาไปศึกษา ฝึกอบรม หรือวิจัย ของขรก.ครูฯ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการและมีสิทธิได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนในระหว่างลา☕ 21 ม.ค. 2564
ว2/2564 การอนุมัติให้การลาไปศึกษา ฝึกอบรม หรือวิจัย ของขรก.ครูฯ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการและมีสิทธิได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนในระหว่างลา
เปิดอ่าน 3,549 ครั้ง
ฟังชัดๆ แนวทางการเตรียมการรองรับ การวัดและประเมินผล ปีการศึกษา 2563☕ 21 ม.ค. 2564
ฟังชัดๆ แนวทางการเตรียมการรองรับ การวัดและประเมินผล ปีการศึกษา 2563
เปิดอ่าน 7,605 ครั้ง
สพฐ.ตั้งเป้า ลดภาระงานครู ทั้งระบบ!☕ 20 ม.ค. 2564
สพฐ.ตั้งเป้า ลดภาระงานครู ทั้งระบบ!
เปิดอ่าน 8,127 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

"โมสาร์ท เอฟเฟกต์" เรื่องจริงหรือแค่อิงวิจัย"โมสาร์ท เอฟเฟกต์" เรื่องจริงหรือแค่อิงวิจัย
เปิดอ่าน 16,128 ครั้ง
สวยสู้ฤดูหนาว ด้วยสารพัดอาหารผิวจากธรรมชาติสวยสู้ฤดูหนาว ด้วยสารพัดอาหารผิวจากธรรมชาติ
เปิดอ่าน 7,132 ครั้ง
สิ่งที่ทำให้ผู้หญิงสวยน้อยลงสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงสวยน้อยลง
เปิดอ่าน 7,837 ครั้ง
เปิดศักราช 2559 ต้อนรับ "AEC" จุดเปลี่ยนอาเซียนสู่ก้าวใหม่ "ค้าบริการ-นวัตกรรม"มาแรงเปิดศักราช 2559 ต้อนรับ "AEC" จุดเปลี่ยนอาเซียนสู่ก้าวใหม่ "ค้าบริการ-นวัตกรรม"มาแรง
เปิดอ่าน 7,333 ครั้ง
10 บัญญัติขจัดโรคน้ำท่วม10 บัญญัติขจัดโรคน้ำท่วม
เปิดอ่าน 7,066 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ