ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ไทยเรียนภาษาอังกฤษล้าหลังกว่าเมียนมา

ไทยเรียนภาษาอังกฤษล้าหลังกว่าเมียนมา

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 2 พ.ค. 2560 เปิดอ่าน : 17,654 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ไทยเรียนภาษาอังกฤษล้าหลังกว่าเมียนมา

Advertisement

"ธีระเกียรติ" หารือ "เมียว เตน จี" รมว.ศธ.เมียนมา ชี้แม้ไทยจะให้บทเรียนตัวอย่างการศึกษาไทย แต่เมียนมาก็ปรับตัวภาษาอังกฤษก้าวหน้ากว่า โดยชั้น ม.ปลายเรียน-สอนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ส่วน ม.ต้นใช้สองภาษา ชี้ถ้าไทยยังนิ่งไม่ขยับตัว เพื่อนบ้านจะแซงหน้าได้

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ในฐานะประธานสภารัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สภาซีเมค) เดินทางตรวจเยี่ยมศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยการศึกษาประวัติศาสตร์และประเพณีของซีมีโอ (CHAT) ที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พร้อมได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการกับนายเมียว เตน จี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของเมียนมา โดย นพ.ธีระเกียรติกล่าวภายหลังการหารือว่า จากข้อมูลตัวเลขพบว่าการศึกษาของเมียนมามีลักษณะคล้ายของประเทศไทยมาก ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเด็ก ครู โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล และจำนวนเด็ก ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการของเมียนมาก็มีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะปฏิรูปการศึกษาของเขา โดยได้วางแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาในหลายเรื่องที่สำคัญ เช่น การมีทางเลือกให้เด็กได้เข้าถึงการศึกษา ปฏิรูประบบอาชีวศึกษาและการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปฏิรูปการพัฒนาครู และปฏิรูประบบการประเมินและประกันคุณภาพ เป็นต้น

"ในส่วนของ ศธ.ไทยเองก็ได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินการในเรื่องต่างๆ เช่น เรื่องการประกันคุณภาพ เราได้แนะนำให้เมียนมาดูบทบาทเรียนของประเทศไทย อย่าส่งกระดาษไปให้ครูเยอะ เพราะถ้าดำเนินการอย่างไม่ระวังมัน ทำให้การประเมินคุณภาพการศึกษาติดรูปแบบ ทำให้ไม่ได้ประเมินอย่างแท้จริง เป็นต้น ซึ่งจากการหารือครั้งนี้ถือว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเมียนมาให้มีความแน่นแฟ้นมากขึ้น"

นพ.ธีระเกียรติกล่าวอีกว่า ความน่าสนใจอย่างหนึ่งของเมียนมาคือ เพิ่งจะเปิดประเทศได้ไม่นาน แสดงให้เห็นถึงบทเรียนสำคัญว่า การที่เราเลือกที่จะปิดตัวเองไม่ฟังใคร หรือมีการผูกขาด ปิดกั้นความคิด และไม่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันทางความคิดในเรื่องต่างๆ ก็จะทำให้คุณภาพของเรื่องนั้นๆ ต่ำลง และการไม่ยอมรับความเห็นของคนอื่น ก็จะทำให้เกิดความล้าหลัง อีกทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของเมียนมา และผู้บริหารทั้งหมดเป็นนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย ซึ่งหลายประเทศก็ใช้นักวิชาการเข้ามาดูแลเรื่องการศึกษา นั่นแสดงให้เห็นว่าฝ่ายการเมืองจะไม่ได้เข้ามายุ่งกับด้านการศึกษามากนัก ปล่อยให้นักการศึกษาเป็นผู้บริหารจัดการ นอกจากนี้ การตั้งใจที่จะปฏิรูปการศึกษาของเมียนมาเป็นไปตามความเห็นของทุกฝ่ายที่เห็นด้วยอย่างสอดคล้อง ไม่ขัดซึ่งกันและกันด้วย

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า จากที่ตนได้เดินทางตรวจเยี่ยมประเทศสมาชิกสภาซีเมค พบว่าในบางประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ เมียนมา เป็นต้น จะจัดการเรียนการสอนในระดับมัธยมปลายโดยใช้ภาษาอังกฤษทุกวิชา ส่วนในระดับประถมและมัธยมตอนต้นจะจัดการเรียนการสอนแบบ 2 ภาษา ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเรื่องของภาษาเป็นเรื่องที่สำคัญ และเมียนมายังประกาศให้มหาวิทยาลัยของเมียนกลับมาใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งสะท้อนว่าการให้ความสำคัญกับเรื่องภาษาเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งถ้าประเทศเรายังอยู่เฉยๆ วันหนึ่งประเทศเพื่อนบ้านก็จะแซงเราไป ดังนั้นเราจะต้องมองในภาพใหญ่ ดำเนินการในระดับภูมิภาค ต้องดูว่าเราจะเรียนรู้อะไรจากประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศเพื่อนบ้านได้อะไรจากเรา และจะไปขับเคลื่อนร่วมกันไปอย่างไร.


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก ไทยโพสต์ วันที่ 1 พฤษภาคม 2560

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ไทยเรียนภาษาอังกฤษล้าหลังกว่าเมียนมา , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สสวท. เชิญชวน นักเรียน คุณครู และผู้ปกครอง ร่วมเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์ของ สสวท.☕ 29 มี.ค. 2563
สสวท. เชิญชวน นักเรียน คุณครู และผู้ปกครอง ร่วมเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์ของ สสวท.
เปิดอ่าน 5,368 ครั้ง
"เสมา 3 จับมือ5 ร.ร.เอกชน ขานรับนโยบายเปิดห้องเรียนออนไลน์สู้ภัยโควิด-19!!☕ 29 มี.ค. 2563
"เสมา 3 จับมือ5 ร.ร.เอกชน ขานรับนโยบายเปิดห้องเรียนออนไลน์สู้ภัยโควิด-19!!
เปิดอ่าน 612 ครั้ง
คุรุสภา เผยพิมพ์สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ได้ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป☕ 29 มี.ค. 2563
คุรุสภา เผยพิมพ์สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ได้ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป
เปิดอ่าน 4,833 ครั้ง
การยื่นคำร้องขอใบสำคัญทางการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019☕ 27 มี.ค. 2563
การยื่นคำร้องขอใบสำคัญทางการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
เปิดอ่าน 3,069 ครั้ง
ข้อสอบและเฉลย การประเมินคุณภาพผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  [NT ป.3] ปีการศึกษา 2562☕ 27 มี.ค. 2563
ข้อสอบและเฉลย การประเมินคุณภาพผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 [NT ป.3] ปีการศึกษา 2562
เปิดอ่าน 7,959 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ไฟหมุนร้านตัดผมมีที่มาอย่างไรไฟหมุนร้านตัดผมมีที่มาอย่างไร
เปิดอ่าน 8,182 ครั้ง
การวัดคุณลักษณะด้านจิตพิสัยการวัดคุณลักษณะด้านจิตพิสัย
เปิดอ่าน 27,763 ครั้ง
ต้นสาคูต้นสาคู
เปิดอ่าน 35,649 ครั้ง
แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ของแม็คเคลแลนด์ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ของแม็คเคลแลนด์
เปิดอ่าน 65,445 ครั้ง
ทำไมหน้าธนาคารถึงต้องมีครุฑทำไมหน้าธนาคารถึงต้องมีครุฑ
เปิดอ่าน 13,651 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ