ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > การงานอาชีพและเทคโนโลยี > เคล็ดไม่ลับ!!!วิธีตอน"มะนาว"ด้วย"กะปิ" ได้กิ่งพันธุ์ดี เป็นที่ต้องการ

เคล็ดไม่ลับ!!!วิธีตอน"มะนาว"ด้วย"กะปิ" ได้กิ่งพันธุ์ดี เป็นที่ต้องการ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 5 มี.ค. 2559 เปิดอ่าน : 14,043 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

การปลูกมะนาวสายพันธุ์ที่ดี นอกจากได้ผลผลิตสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดแล้ว ยังสามารถขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับผู้ปลูกมะนาวได้อีกทางด้วย ซึ่งวิธีขยายพันธุ์มะนาวที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันก็คือการตอน เป็นวิธีที่ง่าย ต้นหนึ่งขยายพันธุ์ได้หลายกิ่ง ใช้เวลาในการพักฟื้นต้นพันธุ์ไม่มาก และที่สำคัญทำให้ได้ต้นพันธุ์ที่แข็งแรง พร้อมนำไปลงปลูกได้ทันที

วิธีการเริ่มจากการเตรียมตุ้มตอน นำขุยมะพร้าวแช่น้ำไว้ 2-3 วัน จากนั้นนำขึ้นมาใส่ตะกร้าทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ให้พอหมาด ใช้เมธารัสซิลผสมน้ำในอัตราส่วน 1 ช้อนชาต่อน้ำ 20 ลิตร ราดบนขุยมะพร้าวเพื่อป้องกันเชื้อรา เสร็จแล้วนำมาใส่ถุงมัดไว้รอเพื่อนำไปตอน ซึ่งตุ้มตอนไม่ควรให้มีขนาดใหญ่ เพราะทำให้กิ่งมะนาวรับน้ำหนักมากเกินไปและอาจจะหักได้

เคล็ดไม่ลับ!!!วิธีตอน"มะนาว"ด้วย"กะปิ" ได้กิ่งพันธุ์ดี เป็นที่ต้องการ

Advertisement

ขั้นตอนต่อมาคือการเลือกกิ่งตอน ควรเป็นกิ่งอ่อนเพราะรากจะเจริญได้เร็ว และนำไปปลูกต่อก็จะเจริญเติบโตได้ดี เช็ดทำความสะอาดบริเวณที่ตอน ซึ่งห่างจากยอดกิ่งประมาณ 30 เซนติเมตร สังเกตใต้ตาใบที่กิ่งจะเห็นเป็นตุ้มซึ่งเป็นแหล่งสะสมอาหาร ให้ควั่นบริเวณใต้ตุ้มดังกล่าว 2 รอยห่างประมาณ 1 เซนติเมตร มีดต้องคมแผลตอนจะได้ไม่ช้ำ พร้อมลอกเปลือกออก ใช้มือลูบเมือกที่แผลออกให้หมด จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 4-5 วัน ผู้ตอนอาจลืมว่ากิ่งไหนควั่นแล้ว อาจผูกเชือกทำเป็นสัญลักษณ์เอาไว้กันลืม

ที่สวนคุณวโรชาจะไม่ใช้วิธีการขูดเนื้อเยื่อบริเวณแผลตอน เพราะทำให้แผลช้ำทั้งยังทำให้เกิดการระบาดของเชื้อโรคในสวนขึ้นได้ เนื่องจากเราไม่รู้ว่ากิ่งไหนเป็นโรคอยู่ ซึ่งการตอนอาจนำเชื้อโรคจากต้นหนึ่งไปสู่ต้นอื่นๆ ที่สวนจึงใช้วิธีการควั่นทิ้งไว้เพื่อให้แสงแดดทำลายเนื้อเยื่อและท่อลำเลียงอาหารแทนการขูด และการควั่นทิ้งไว้ยังเหมือนเป็นการแกล้งให้กิ่งมะนาวหิว ให้กิ่งหาอาหารเองซึ่งก็สร้างปมเหลืองๆ ขึ้นมาบริเวณแผลตอน เมื่อผูกตุ้มตอนก็ทำให้รากเดินได้เร็วขึ้น

หลังจากควั่นทิ้งไว้ 4-5 วัน ก็นำตุ้มตอนมาห่อ โดยผ่ากลางตุ้ม ใช้ปลายมีดเขี่ยกะปิขนาดเท่าหัวไม้ขีดมาใส่ไว้กลางตุ้ม แล้วนำไปมัดไว้ที่แผลตอน มัดด้วยตอกให้แน่น กะปิก็จะกระจายไปทั่วทั้งตุ้ม ซึ่งกะปิก็คือไคโตซาน มีคุณสมบัติเร่งการงอกของรากอีกทั้งยังเป็นอาหารสำรองให้กับกิ่งพันธุ์ด้วย ทำให้กิ่งพันธุ์มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อีกเคล็บลับหนึ่งสำหรับการตอนให้ได้กิ่งพันธุ์ที่มีคุณภาพก็คือ หากเป็นหน้าร้อนควรหงายให้จุกตุ้มตอนอยู่ด้านบน แต่หากเป็นหน้าฝนให้จุกตุ้มตอนทิ่มลงด้านล่าง ซึ่งทำให้ความชื้นในตุ้มตอนเหมาะสมไม่แห้งหรือแฉะจนเกินไป

หลังจากตอนประมาณ 18-25 วัน ก็เริ่มเห็นรากเดินในตุ้มตอน แต่ถ้าเป็นหน้าหนาวก็ใช้เวลานานขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็ให้ตัดออกมา เพราะถ้าหากปล่อยไว้นานเกินไปอาจมีปัญหาเชื้อราได้ นำปูนแดงทาไว้ที่แผลกิ่งบนต้นเพื่อป้องกันเชื้อโรค ส่วนกิ่งที่ตัดออกมา นำมาชำไว้ในถุงเพื่อให้รากเจริญเติบโตมากขึ้น โดยแกะพลาสติกที่ตุ้มตอนออก คลึงเบาๆ เพื่อให้ขุยมะพร้าวที่รัดแน่นขยายออก และเหมือนเป็นการนวดเพื่อให้รากในขุยมะพร้าวแผ่ออกด้วย จากนั้นนำวัสดุชำใส่ถุงดำขนาด 5×6 นิ้ว ประมาณครึ่งถุง นำกิ่งพันธุ์ลงถุงแล้วใส่วัสดุปลูกให้พอดีกับคอตุ้มตอน รดน้ำที่ผสมเมธารัสซิล (1 ช้อนชาต่อน้ำ 20 ลิตร) ประมาณ 1 แก้ว นำไปพักไว้ที่ที่มีแสงแดดรำไร ประมาณ 2 สัปดาห์ก็สามารถนำไปลงปลูกในดินได้ แต่ไม่ควรปล่อยกิ่งพันธุ์ไว้ในถุงชำนานเกินไป เพราะทำให้รากขดงอ เมื่อนำไปลงปลูกทำให้เจริญเติบโตไม่ดีเท่าที่ควร

ผู้ที่ปลูกมะนาวควรศึกษาเทคนิควิธีการปลูกและการดูแลมะนาวจากหลายๆ แห่ง ที่ประสบความสำเร็จ แล้วนำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับตัวเอง เพราะการเกษตรไม่มีอะไรตายตัว สามารถปรับเปลี่ยนและพัฒนาได้เสมอ

ข้อมูล : เกษตรกรก้าวหน้า 

ที่มา มติชนออนไลน์

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เคล็ดไม่ลับ!!!วิธีตอน"มะนาว"ด้วย"กะปิ" ได้กิ่งพันธุ์ดี เป็นที่ต้องการ , ตอนมะนาว , ตอนมะนาวด้วยกะปิ , กะปิตอนมะนาว << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
"เจตพังคี" คืออะไร?

"เจตพังคี" คืออะไร?
เปิดอ่าน 6,652 ครั้ง
คลิกอ่าน!
ขนมถังแตก

ขนมถังแตก
เปิดอ่าน 17,994 ครั้ง
คลิกอ่าน!
มังคุดคัด

มังคุดคัด
เปิดอ่าน 8,472 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ประเภทของระบบสารสนเทศ

ประเภทของระบบสารสนเทศ
เปิดอ่าน 15,326 ครั้ง
คลิกอ่าน!
ว่านหางช้าง

ว่านหางช้าง
เปิดอ่าน 9,725 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
การทำระบบน้ำสำหรับการเกษตร และวิธีการติดตั้งที่ดี☕ คลิกอ่านเลย
การทำระบบน้ำสำหรับการเกษตร และวิธีการติดตั้งที่ดี
เปิดอ่าน 1,870 ครั้ง
สำเร็จครั้งแรก! นำเชื้อธรรมชาติเพาะ ‘เห็ดโคนคอนโด’☕ คลิกอ่านเลย
สำเร็จครั้งแรก! นำเชื้อธรรมชาติเพาะ ‘เห็ดโคนคอนโด’
เปิดอ่าน 10,372 ครั้ง
นานาไอเดีย แปลงยางรถยนต์เก่า มาใช้อย่างเก๋ไก๋ ทำไว้ใช้เองที่บ้าน/ที่โรงเรียน หรือทำขายเป็นอาชีพเสริมก็ได้☕ คลิกอ่านเลย
นานาไอเดีย แปลงยางรถยนต์เก่า มาใช้อย่างเก๋ไก๋ ทำไว้ใช้เองที่บ้าน/ที่โรงเรียน หรือทำขายเป็นอาชีพเสริมก็ได้
เปิดอ่าน 13,081 ครั้ง
ครูใช้เวลาว่างเลี้ยงไก่งวงขายลูกค้าสั่งซื้อเพียบ เตรียมรวมกลุ่มส่งขายต่างประเทศ☕ คลิกอ่านเลย
ครูใช้เวลาว่างเลี้ยงไก่งวงขายลูกค้าสั่งซื้อเพียบ เตรียมรวมกลุ่มส่งขายต่างประเทศ
เปิดอ่าน 8,759 ครั้ง
อาชีพเสริมข้าราชการ ปลูกต้นอ่อนผักบุ้ง ขายช่วงวันหยุด สร้างรายได้งาม☕ คลิกอ่านเลย
อาชีพเสริมข้าราชการ ปลูกต้นอ่อนผักบุ้ง ขายช่วงวันหยุด สร้างรายได้งาม
เปิดอ่าน 37,625 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ความหมายยันต์ความหมายยันต์
เปิดอ่าน 13,138 ครั้ง
ดาวน์โหลดหนังสือ Brain-based Learning (BBL) 7 เล่ม เขียนโดย อ.พรพิไล เลิศวิชาดาวน์โหลดหนังสือ Brain-based Learning (BBL) 7 เล่ม เขียนโดย อ.พรพิไล เลิศวิชา
เปิดอ่าน 91,972 ครั้ง
ทฤษฎีบทขิองปิทาโกรัสทฤษฎีบทขิองปิทาโกรัส
เปิดอ่าน 42,136 ครั้ง
โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้
เปิดอ่าน 13,732 ครั้ง
ตูนส์ศึกษา : คุณสมบัติของครูในศตวรรษที่ 21 คือ...ตูนส์ศึกษา : คุณสมบัติของครูในศตวรรษที่ 21 คือ...
เปิดอ่าน 8,857 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ