ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ไขรหัสประเมินคุณภาพ แนะ ร.ร.มีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน

ไขรหัสประเมินคุณภาพ แนะ ร.ร.มีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 21 มี.ค. 2558 เปิดอ่าน : 3,456 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ไขรหัสประเมินคุณภาพ แนะ ร.ร.มีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน

Advertisement

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากทุกคนมีส่วนร่วม โดยเฉพาะความร่วมมือกับชุมชน ทำให้เกิดการช่วยเหลือกัน ส่งผลให้โรงเรียนเข้มแข็งขึ้น

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยภาพรวมของการศึกษาไทยจากการประเมิน 3 รอบที่ผ่านมาในรอบ 15 ปี ในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จากโรงเรียนทั่วประเทศทั้งหมด 32,099 แห่ง ปรากฏว่ามีโรงเรียนที่ได้ผลประเมินดีมากทั้ง 3 รอบ จำนวน 354 แห่ง 

โดยพบข้อสังเกตที่น่าสนใจคือโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากได้รับผลการประเมินดีมากติดต่อกัน 3 รอบ ซึ่งถือได้ว่ามีศักยภาพไม่น้อยกว่าโรงเรียนขนาดกลาง, ใหญ่ และใหญ่พิเศษ

อาจต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งของผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมาจากระบบการบริหารจัดการของโรงเรียนที่มีศักยภาพ ดังเช่น โรงเรียนบ้านเหล่ายาว ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กแห่งเดียวของ จ.ลำพูน ที่ได้รับการประเมินจาก สมศ.ระดับดีมากทั้ง 3 รอบ โดย "นิคม พรหมอนันต์" ผู้อำนวยการโรงเรียน บอกว่าการพัฒนาด้านต่าง ๆ ของโรงเรียนอาศัยหลักการมีส่วนร่วม ด้วยการเชิญผู้แทนผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักเรียน และครู มาร่วมกันทำสมัชชาโรงเรียน

"เป้าหมายคือวิเคราะห์ด้านต่าง ๆ ทั้งจุดอ่อน จุดแข็ง เพื่อนำไปสู่การสร้างโรงเรียนที่ดี ก่อนจะกำหนดเป็นแผนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 3-5 ปี และทำแผนปฏิบัติการประจำปี ซึ่งกำหนดกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่นำไปสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน"

ทั้งนั้น เพราะการบริหารโรงเรียนไม่ได้อยู่ที่ผู้บริหารคนเดียว แต่ต้องมีทีมงานสนับสนุน โดยเฉพาะโรงเรียนที่อยู่ในชนบท ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือกับชุมชน และทุกภาคส่วนเข้ามาให้ความสำคัญ และร่วมมือในการดำเนินงานหรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆอีกทั้งความที่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก อันมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ จึงทำให้โรงเรียนต้องหาแนวทางการระดมทุนอย่างการทอดผ้าป่า เพื่อนำเงินมาพัฒนาโรงเรียน

"โรงเรียนของเรากำหนดมาตรฐานตัวเองให้สอดคล้องกับเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก่อน และหากเราผ่านมาตรฐานของ สพฐ. ก็เหมือนเรามีฐานจนนำไปสู่การพัฒนาที่สอดคล้องกับเกณฑ์ สมศ."

การบริหารจัดการของ ร.ร.บ้านเหล่ายาว เป็นไปในทิศทางเดียวกับโรงเรียนขนาดใหญ่อย่าง ร.ร.ยุพราชวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ซึ่งรองผู้อำนวยการโรงเรียน "ผ่องพรรณ สายทอง" บอกว่า จุดแข็งของโรงเรียนอยู่ที่การบริหารงานที่เน้นการมีส่วนร่วม และทำงานเป็นทีมผ่านภาคีเครือข่าย ได้แก่ โรงเรียน, กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน, สมาคมผู้ปกครองและครู, เครือข่ายผู้ปกครอง และสมาคมศิษย์เก่า นอกจากนั้น มีการแจ้งผลการประเมินคุณภาพจาก สมศ. ให้ครูและนักเรียนรับทราบอย่างทั่วถึง

"นักเรียนจะทราบว่าตัวเองอยู่ในระดับไหน แล้วต้องพัฒนาอย่างไร ทำให้เกิดความร่วมมือกับครู เพื่อทำให้การประเมินครั้งต่อไปดีขึ้น ขณะที่ครูก็พัฒนาตัวเองเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนั้น สิ่งที่ถือว่าเป็นความท้าทายของเรา คือ ตัวบ่งชี้เรื่องผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เพราะเด็กที่มาอยู่โรงเรียนเรามีทั้งเด็กอ่อนและเก่ง จึงต้องพัฒนาเด็กอ่อนขึ้นมาเพื่อให้ผลสัมฤทธิ์เข้าเกณฑ์ โดยมีโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ"

"ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์" ผู้อำนวยการสมศ. ฉายภาพรวมของการประเมินคุณภาพการศึกษาว่า โรงเรียนขนาดเล็กพัฒนาขึ้นจากรอบ 1 และ 2 อย่างมาก ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่ความรับผิดชอบของคนคนเดียว แต่ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนา โดยเฉพาะวัฒนธรรมชุมชนที่โรงเรียนสร้างความมีส่วนร่วมกับชุมชนเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะทำให้เกิดการช่วยเหลือกัน ส่งผลให้โรงเรียนเข้มแข็งขึ้น

"โรงเรียนต้องทำให้เหนือกว่าเกณฑ์ที่ สพฐ.หรือ สมศ.กำหนด คือต้องตั้งเป้าให้สูง รวมถึงมีการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดตัวบ่งชี้เพื่อพัฒนาโรงเรียนตนเอง ดังนั้นไม่ว่า สพฐ. หรือ สมศ. จะพัฒนาตัวบ่งชี้ใด ก็จะไม่กระทบต่อสถานศึกษา เพราะมีตัวบ่งชี้ของตัวเองอยู่แล้ว"

สำหรับการประเมินคุณภาพการศึกษาของ สมศ. ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด โดยประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก ๆ 5 ปี ผ่าน 12 ตัวชี้วัด อันเป็นเกณฑ์วัดคุณภาพมาตรฐาน ได้แก่ 1) ผู้เรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี 2) ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ 3) ผู้เรียนมีความใฝ่รู้ และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง 4) ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น 5) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน 6) ประสิทธิผลของการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 

7) ประสิทธิภาพของการบริหารการจัดการและการพัฒนาสถานศึกษา 8) พัฒนาการของการประกันคุณภาพภายในโดยสถานศึกษาและต้นสังกัด 9) ผลการพัฒนาให้บรรลุตามปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานศึกษา 

10) ผลการพัฒนาตามจุดเน้นและจุดเด่นที่ส่งผลสะท้อนเป็นเอกลักษณ์ของสถานศึกษา 11) ผลการดำเนินงานโครงการพิเศษเพื่อส่งเสริมบทบาทของสถานศึกษา และ 12) ผลการส่งเสริมพัฒนาสถานศึกษาเพื่อยกระดับมาตรฐาน รักษามาตรฐานและพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ






ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 19 มี.ค. 2558

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ไขรหัสประเมินคุณภาพ แนะ ร.ร.มีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน , , ไขรหัสประเมินคุณภาพ , แนะ , ร.ร.มีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ศธ.เคาะ ก.ย.นี้ได้ร่างหลักสูตรสมรรถนะฉบับสมบูรณ์☕ 12 พ.ค. 2564
ศธ.เคาะ ก.ย.นี้ได้ร่างหลักสูตรสมรรถนะฉบับสมบูรณ์
เปิดอ่าน 1,198 ครั้ง
สมศ.ชวนอบรมแนวทางการประเมินช่วง COVID-19 ผ่านออนไลน์ครั้งที่ 2☕ 11 พ.ค. 2564
สมศ.ชวนอบรมแนวทางการประเมินช่วง COVID-19 ผ่านออนไลน์ครั้งที่ 2
เปิดอ่าน 1,044 ครั้ง
ศธ. เร่งสำรวจ รายชื่อครูรายจังหวัด นำเข้าระบบฉีดวัคซีนโควิด☕ 11 พ.ค. 2564
ศธ. เร่งสำรวจ รายชื่อครูรายจังหวัด นำเข้าระบบฉีดวัคซีนโควิด
เปิดอ่าน 2,653 ครั้ง
ศธ.ผุดเว็บไซต์"ครูพร้อม"รับมือก่อนเปิดเทอม☕ 11 พ.ค. 2564
ศธ.ผุดเว็บไซต์"ครูพร้อม"รับมือก่อนเปิดเทอม
เปิดอ่าน 8,321 ครั้ง
ศธ.ส่งชื่อครูกว่า 6 แสนคนฉีดวัคซีนก่อนเปิดเรียน 1 มิ.ย.☕ 11 พ.ค. 2564
ศธ.ส่งชื่อครูกว่า 6 แสนคนฉีดวัคซีนก่อนเปิดเรียน 1 มิ.ย.
เปิดอ่าน 4,562 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

กูเกิล เผยอันดับคำค้นหายอดนิยมของคนไทย ประจำปี 2014กูเกิล เผยอันดับคำค้นหายอดนิยมของคนไทย ประจำปี 2014
เปิดอ่าน 8,714 ครั้ง
5 อภิมหาม้าเหล็ก ทุบสถิติ วิ่งเร็วที่สุดในโลก5 อภิมหาม้าเหล็ก ทุบสถิติ วิ่งเร็วที่สุดในโลก
เปิดอ่าน 7,631 ครั้ง
Nouns  ( Subject - Verb Agreement )Nouns ( Subject - Verb Agreement )
เปิดอ่าน 36,407 ครั้ง
เทคโนโลยีคัดกรองตัวอ่อน ความหวังใหม่ของคนอยากมีลูก (ปลอดโรคทางพันธุกรรม)เทคโนโลยีคัดกรองตัวอ่อน ความหวังใหม่ของคนอยากมีลูก (ปลอดโรคทางพันธุกรรม)
เปิดอ่าน 9,563 ครั้ง
รูปแบบการสอน 7 ประการรูปแบบการสอน 7 ประการ
เปิดอ่าน 28,971 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ