ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ไขรหัสประเมินคุณภาพ แนะ ร.ร.มีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน

ไขรหัสประเมินคุณภาพ แนะ ร.ร.มีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 21 มี.ค. 2558 เปิดอ่าน : 3,250 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ไขรหัสประเมินคุณภาพ แนะ ร.ร.มีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน

Advertisement

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากทุกคนมีส่วนร่วม โดยเฉพาะความร่วมมือกับชุมชน ทำให้เกิดการช่วยเหลือกัน ส่งผลให้โรงเรียนเข้มแข็งขึ้น

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยภาพรวมของการศึกษาไทยจากการประเมิน 3 รอบที่ผ่านมาในรอบ 15 ปี ในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จากโรงเรียนทั่วประเทศทั้งหมด 32,099 แห่ง ปรากฏว่ามีโรงเรียนที่ได้ผลประเมินดีมากทั้ง 3 รอบ จำนวน 354 แห่ง 

โดยพบข้อสังเกตที่น่าสนใจคือโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากได้รับผลการประเมินดีมากติดต่อกัน 3 รอบ ซึ่งถือได้ว่ามีศักยภาพไม่น้อยกว่าโรงเรียนขนาดกลาง, ใหญ่ และใหญ่พิเศษ

อาจต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งของผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมาจากระบบการบริหารจัดการของโรงเรียนที่มีศักยภาพ ดังเช่น โรงเรียนบ้านเหล่ายาว ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กแห่งเดียวของ จ.ลำพูน ที่ได้รับการประเมินจาก สมศ.ระดับดีมากทั้ง 3 รอบ โดย "นิคม พรหมอนันต์" ผู้อำนวยการโรงเรียน บอกว่าการพัฒนาด้านต่าง ๆ ของโรงเรียนอาศัยหลักการมีส่วนร่วม ด้วยการเชิญผู้แทนผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักเรียน และครู มาร่วมกันทำสมัชชาโรงเรียน

"เป้าหมายคือวิเคราะห์ด้านต่าง ๆ ทั้งจุดอ่อน จุดแข็ง เพื่อนำไปสู่การสร้างโรงเรียนที่ดี ก่อนจะกำหนดเป็นแผนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 3-5 ปี และทำแผนปฏิบัติการประจำปี ซึ่งกำหนดกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่นำไปสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน"

ทั้งนั้น เพราะการบริหารโรงเรียนไม่ได้อยู่ที่ผู้บริหารคนเดียว แต่ต้องมีทีมงานสนับสนุน โดยเฉพาะโรงเรียนที่อยู่ในชนบท ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือกับชุมชน และทุกภาคส่วนเข้ามาให้ความสำคัญ และร่วมมือในการดำเนินงานหรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆอีกทั้งความที่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก อันมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ จึงทำให้โรงเรียนต้องหาแนวทางการระดมทุนอย่างการทอดผ้าป่า เพื่อนำเงินมาพัฒนาโรงเรียน

"โรงเรียนของเรากำหนดมาตรฐานตัวเองให้สอดคล้องกับเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก่อน และหากเราผ่านมาตรฐานของ สพฐ. ก็เหมือนเรามีฐานจนนำไปสู่การพัฒนาที่สอดคล้องกับเกณฑ์ สมศ."

การบริหารจัดการของ ร.ร.บ้านเหล่ายาว เป็นไปในทิศทางเดียวกับโรงเรียนขนาดใหญ่อย่าง ร.ร.ยุพราชวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ซึ่งรองผู้อำนวยการโรงเรียน "ผ่องพรรณ สายทอง" บอกว่า จุดแข็งของโรงเรียนอยู่ที่การบริหารงานที่เน้นการมีส่วนร่วม และทำงานเป็นทีมผ่านภาคีเครือข่าย ได้แก่ โรงเรียน, กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน, สมาคมผู้ปกครองและครู, เครือข่ายผู้ปกครอง และสมาคมศิษย์เก่า นอกจากนั้น มีการแจ้งผลการประเมินคุณภาพจาก สมศ. ให้ครูและนักเรียนรับทราบอย่างทั่วถึง

"นักเรียนจะทราบว่าตัวเองอยู่ในระดับไหน แล้วต้องพัฒนาอย่างไร ทำให้เกิดความร่วมมือกับครู เพื่อทำให้การประเมินครั้งต่อไปดีขึ้น ขณะที่ครูก็พัฒนาตัวเองเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนั้น สิ่งที่ถือว่าเป็นความท้าทายของเรา คือ ตัวบ่งชี้เรื่องผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เพราะเด็กที่มาอยู่โรงเรียนเรามีทั้งเด็กอ่อนและเก่ง จึงต้องพัฒนาเด็กอ่อนขึ้นมาเพื่อให้ผลสัมฤทธิ์เข้าเกณฑ์ โดยมีโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ"

"ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์" ผู้อำนวยการสมศ. ฉายภาพรวมของการประเมินคุณภาพการศึกษาว่า โรงเรียนขนาดเล็กพัฒนาขึ้นจากรอบ 1 และ 2 อย่างมาก ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่ความรับผิดชอบของคนคนเดียว แต่ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนา โดยเฉพาะวัฒนธรรมชุมชนที่โรงเรียนสร้างความมีส่วนร่วมกับชุมชนเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะทำให้เกิดการช่วยเหลือกัน ส่งผลให้โรงเรียนเข้มแข็งขึ้น

"โรงเรียนต้องทำให้เหนือกว่าเกณฑ์ที่ สพฐ.หรือ สมศ.กำหนด คือต้องตั้งเป้าให้สูง รวมถึงมีการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดตัวบ่งชี้เพื่อพัฒนาโรงเรียนตนเอง ดังนั้นไม่ว่า สพฐ. หรือ สมศ. จะพัฒนาตัวบ่งชี้ใด ก็จะไม่กระทบต่อสถานศึกษา เพราะมีตัวบ่งชี้ของตัวเองอยู่แล้ว"

สำหรับการประเมินคุณภาพการศึกษาของ สมศ. ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด โดยประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก ๆ 5 ปี ผ่าน 12 ตัวชี้วัด อันเป็นเกณฑ์วัดคุณภาพมาตรฐาน ได้แก่ 1) ผู้เรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี 2) ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ 3) ผู้เรียนมีความใฝ่รู้ และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง 4) ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น 5) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน 6) ประสิทธิผลของการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 

7) ประสิทธิภาพของการบริหารการจัดการและการพัฒนาสถานศึกษา 8) พัฒนาการของการประกันคุณภาพภายในโดยสถานศึกษาและต้นสังกัด 9) ผลการพัฒนาให้บรรลุตามปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานศึกษา 

10) ผลการพัฒนาตามจุดเน้นและจุดเด่นที่ส่งผลสะท้อนเป็นเอกลักษณ์ของสถานศึกษา 11) ผลการดำเนินงานโครงการพิเศษเพื่อส่งเสริมบทบาทของสถานศึกษา และ 12) ผลการส่งเสริมพัฒนาสถานศึกษาเพื่อยกระดับมาตรฐาน รักษามาตรฐานและพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ






ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 19 มี.ค. 2558

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ไขรหัสประเมินคุณภาพ แนะ ร.ร.มีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน , , ไขรหัสประเมินคุณภาพ , แนะ , ร.ร.มีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
"สุภัทร"ระบุคำตอบ"สอบ-ไม่สอบโอเน็ต"อยู่ที่ยังจำเป็นหรือไม่☕ 23 พ.ย. 2563
"สุภัทร"ระบุคำตอบ"สอบ-ไม่สอบโอเน็ต"อยู่ที่ยังจำเป็นหรือไม่
เปิดอ่าน 550 ครั้ง
ประกาศผลครูดีไม่มีอบายมุข และ โรงเรียนดีไม่มีอบายมุข ปีการศึกษา 2563☕ 20 พ.ย. 2563
ประกาศผลครูดีไม่มีอบายมุข และ โรงเรียนดีไม่มีอบายมุข ปีการศึกษา 2563
เปิดอ่าน 2,908 ครั้ง
ก.ค.ศ.อนุมัติ วิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 15 ราย (วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563)☕ 19 พ.ย. 2563
ก.ค.ศ.อนุมัติ วิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 15 ราย (วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563)
เปิดอ่าน 4,238 ครั้ง
สพฐ.อนุมัติรายชื่อโรงเรียนและบุคลากรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์และจัดสรรงบประมาณจ้างบุคลากรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ☕ 18 พ.ย. 2563
สพฐ.อนุมัติรายชื่อโรงเรียนและบุคลากรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์และจัดสรรงบประมาณจ้างบุคลากรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
เปิดอ่าน 15,471 ครั้ง
ชี้โอเน็ตเด็กม.6ยังจำเป็นต้องสอบ☕ 18 พ.ย. 2563
ชี้โอเน็ตเด็กม.6ยังจำเป็นต้องสอบ
เปิดอ่าน 2,552 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

อหิวาตกโรค (Cholera) อหิวาตกโรค (Cholera)
เปิดอ่าน 13,891 ครั้ง
ทำความรู้จักโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA)ทำความรู้จักโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA)
เปิดอ่าน 11,280 ครั้ง
ต้นมันปูต้นมันปู
เปิดอ่าน 19,126 ครั้ง
ดับร้อนด้วย "เสาวรส" สุดจี๊ดจ๊าดดับร้อนด้วย "เสาวรส" สุดจี๊ดจ๊าด
เปิดอ่าน 8,723 ครั้ง
ปลูก "มะละกอ" สร้างรายได้ที่น่าทึ่งปลูก "มะละกอ" สร้างรายได้ที่น่าทึ่ง
เปิดอ่าน 13,303 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ