ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > ปฏิรูปผู้บริหารสถานศึกษาก่อน ผลจะย้อนมาถึงคุณภาพครู

ปฏิรูปผู้บริหารสถานศึกษาก่อน ผลจะย้อนมาถึงคุณภาพครู

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 19 ม.ค. 2558 เปิดอ่าน : 5,324 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ปฏิรูปผู้บริหารสถานศึกษาก่อน ผลจะย้อนมาถึงคุณภาพครู

Advertisement

ดร.ดำรงค์ ชลสุข
อาจารย์พิเศษ ม.กรุงเทพธนบุรี

ปัจจัยการบริหารจัดการขององค์การมีหลายประการ ได้แก่ คน (MAN), เงิน (MONEY), วัสดุอุปกรณ์ (MATERIAL), วิธีการจัดการ (MANAGEMENT), ขวัญกำลังใจ (MORALE) และจริยธรรม (MORALITY) ครูและผู้บริหารสถานศึกษาเป็นตัวจักรสำคัญในการดำเนินกิจการทั้งปวงของสถานศึกษาให้บรรลุผลได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

จากผลการวิจัยเกี่ยวกับภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาพบว่า "ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา มีผลอย่างรุนแรงต่อคุณภาพครู" โดยมีค่าอิทธิพลทางตรงเท่ากับ 0.49 การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้การประเมินผลการวิเคราะห์สถิติด้วยแบบจำลองโครงสร้างด้วยโปรแกรม LISREL (ดำรง ชลสุข, 2552)

การมีภาวะผู้นำ หมายถึง การเป็นผู้นำในการพัฒนาและริเริ่มกิจกรรมด้านต่างๆ ของสถานศึกษา เพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนมีคุณธรรมในการปฏิบัติงาน ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครู บุคลากร และนักเรียน เสียสละทุ่มเททั้งความคิดและความสามารถ เพื่อให้การบริหารสถานศึกษามีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนสนับสนุนบุคคลอื่นๆ ทำงานให้ประสบความสำเร็จ

การวิจัยดังกล่าวระบุว่า คุณภาพของครูที่ดีประกอบด้วย

1) การที่ครูสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านจริยธรรมนักเรียนได้
2) การที่ครูรู้จักใช้กิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ จัดกลุ่มนักเรียนตามกิจกรรมที่หลากหลายให้เหมาะสมกับความแตกต่างระหว่างบุคคลของนักเรียน นำสื่อการเรียนที่ทันสมัยมากระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียน คิดเป็น และแก้ปัญหาเป็น
3) เป็นแบบอย่างที่ดีด้านความประพฤติ มีจริยธรรม
และ 4) ปฏิบัติหน้าที่ในการสอนการบ้าน ตรวจการบ้าน นำเนื้อหาวิชาความรู้ใหม่ๆ มาสอน และหมั่นทบทวนวิธีการสอนของตนอย่างสม่ำเสมอ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย) ได้ให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน (วันที่ 9 มกราคม 2558) ว่า "ปัจจัยที่สำคัญของการปฏิรูปการศึกษา จึงอยากจะมุ่งเน้นที่ตัวครู" ผู้เขียนเข้าใจว่าคงหมายรวมผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน และหัวหน้าหมวดวิชา หรือหัวหน้ากลุ่มสาระสำคัญการเรียนรู้ต่างๆ อีกด้วย

โดยสรุปในเบื้องต้นผู้เขียนเห็นว่าการปฏิรูปการศึกษาให้รวดเร็วทันเวลา จึงควรปฏิรูปที่ผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่งทุกสังกัดก่อนโดย

1.มีการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาโดยยึดหลักคุณธรรม (merit system) การสรรหามีการสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์ ที่สำคัญต้องให้ทดลองปฏิบัติจริง หากไม่ผ่านก็ไม่ต้องแต่งตั้งเป็นตัวจริง การแต่งตั้งต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม
2.เมื่อเข้ามาดำรงตำแหน่งแล้ว ต้องมีการอบรมพัฒนาอย่างเป็นระบบครบวงจร และต่อเนื่อง
3.จัดทำแผนพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาเป็นรายบุคคล (I.D.P.)
4.มีวาระการดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาอาจจะเป็นวาระ 3-4 ปี
5.มีการประเมินผลการปฏิบัติงานตามเกณฑ์ที่กำหนดทุกปี หากไม่ผ่านแม้ดำรงตำแหน่งวาระไม่ครบตามข้อ 4 ก็ให้พ้นตำแหน่งไปทันที

ข้อเสนอแนะในการพัฒนาส่งเสริมคุณภาพครู

ก.ด้านนโยบาย

1.ปรับระบบการผลิต : สถาบันผลิตครูต้องเปลี่ยนมาเป็นผลิตครูโดยระบบปิด ตามความต้องการในอนาคต 5-10 ปี สนับสนุนให้คนที่มีใจรักอาชีพครูเข้ามาเรียน มีการกำหนดกรอบอัตราการบรรจุครูที่ชัดเจนเพื่อให้ผู้ที่จบการศึกษาเข้ามาเป็นครูได้ทันที ได้ค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนเพียงพอต่อการดำรงชีพอย่างสมศักดิ์ศรี ครูที่สอนห่างไกล กันดาร หรือเสี่ยงภัยอันตราย ควรได้รับค่าสอนหรือเงินเดือนตามลักษณะงานที่ทำ (equal pay for equal work) นอกจากนั้นรัฐบาลควรมีทุนจัดสรรให้แก่นักศึกษาครูที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

2.มหาวิทยาลัยราชภัฏต้องเป็นพี่เลี้ยงครูประจำการ เพื่อพัฒนาด้านการวัดประเมินผลการศึกษา การเตรียมการสอน อุปกรณ์สื่อการสอนสมัยใหม่ และเทคนิคการสอนในวิชาที่สอนยาก วิชาใหม่ เป็นต้น

3.ลดปริมาณการผลิตครู แต่เพิ่มคุณภาพของบัณฑิตครู โดยผลิตครูสาขาขาดแคลนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานหรือหน่วยงานที่ต้องการใช้ครู

4.ผู้บริหารสถานศึกษาต้องทำหรือจัดให้มีการเพิ่มศักยภาพครูในโรงเรียน เพื่อให้การบริหารจัดการด้านการเรียนรู้ของนักเรียนและพัฒนาคุณภาพครูได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้ครูในสถานศึกษาทำงานได้เต็มศักยภาพของตนที่มีอยู่

ข.ด้านวิชาการ

1.สถานศึกษาแต่ละแห่งเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) : ผู้บริหารควรจัดให้มีการประชุม ฟังบรรยายพิเศษ จัดเวิร์กช็อป จัด K.M. (Knowledge Management) และจัดกิจกรรมทางวิชาการขึ้นในสถานศึกษาเป็นประจำต่อเนื่อง
2.ส่งเสริมการพัฒนาทางกายและจิตใจของครูในสถานศึกษา โดยจัดให้มีการออกกำลังกาย ทั้งกีฬาในร่มและกลางแจ้ง เช่น เต้นแอโรบิก รำมวยจีน ฝึกโยคะ ฝึกร้องเพลง และฝึกสมาธิ เป็นต้น ในการนี้สถานศึกษาควรจัดให้มีห้องโสตทัศนศึกษา ห้องฝึกสมาธิ และอื่นๆ

3.จัดสภาพสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศของสถานศึกษา โดยจัดทำรั้ว อาคารเรียนที่มีสีสันสวยงาม ไม่มีกลิ่นรบกวนจากมลพิษ ปราศจากเสียงรบกวนจากยานพาหนะ มีต้นไม้ประดับสวยงาม มีน้ำพุ มีห้องสมุดที่มีหนังสือหลากหลายที่เป็นประโยชน์ มีห้องอาหารที่สะอาด อาหารราคาประหยัด มีห้องพักครูที่สะอาดร่มเย็น ห้องส้วมสะอาดปราศจากกลิ่นเหม็น และมีห้องพยาบาลสะอาด มีครูควบคุมดูแลและให้บริการ เป็นต้น

ดังนั้น การปฏิรูปการศึกษาไทยจึงควรเริ่มต้นได้ตั้งแต่บัดนี้ โดยเริ่มปฏิรูปที่ผู้บริหารสถานศึกษาทั่วประเทศก่อน แล้วจึงให้ผู้บริหารสถานศึกษานำรูปแบบวิธีการปฏิรูปไปใช้ปฏิรูปคุณภาพครูในสถานศึกษาแต่ละแห่งอีกทอดหนึ่ง นับเป็นการกระจายอำนาจการบริหารจัดการไปสู่สถานศึกษาอย่างแท้จริง



ที่มา--มติชน ฉบับวันที่ 20 ม.ค. 2558 (กรอบบ่าย)--

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ปฏิรูปผู้บริหารสถานศึกษาก่อน ผลจะย้อนมาถึงคุณภาพครู , , ปฏิรูปผู้บริหารสถานศึกษาก่อน , ผลจะย้อนมาถึงคุณภาพครู << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สมองที่ไร้ข้อมูล ความรู้และความคิด☕ คลิกอ่านเลย
สมองที่ไร้ข้อมูล ความรู้และความคิด
เปิดอ่าน 7,134 ครั้ง
ซุปเปอร์บอร์ดการศึกษา-ปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียน ความต่อเนื่องทางนโยบาย?☕ คลิกอ่านเลย
ซุปเปอร์บอร์ดการศึกษา-ปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียน ความต่อเนื่องทางนโยบาย?
เปิดอ่าน 7,476 ครั้ง
ถอดบทเรียนปฏิรูปการศึกษาเวียดนาม ทำอย่างไรถึงสำเร็จ☕ คลิกอ่านเลย
ถอดบทเรียนปฏิรูปการศึกษาเวียดนาม ทำอย่างไรถึงสำเร็จ
เปิดอ่าน 12,079 ครั้ง
เหลียวหลัง แลหน้า ปฏิรูปการศึกษาพื้นฐานไทย☕ คลิกอ่านเลย
เหลียวหลัง แลหน้า ปฏิรูปการศึกษาพื้นฐานไทย
เปิดอ่าน 5,284 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาไทย พายเรือในอ่าง (จบ)☕ คลิกอ่านเลย
ปฏิรูปการศึกษาไทย พายเรือในอ่าง (จบ)
เปิดอ่าน 6,468 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

คู่มือประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนฯ ตามหลักสูตรแกนกลางฯ 2551 ชั้นม. 3คู่มือประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนฯ ตามหลักสูตรแกนกลางฯ 2551 ชั้นม. 3
เปิดอ่าน 24,365 ครั้ง
หนุ่มๆ ควรเลือกใส่สีเสื้อ สีไหนดี?หนุ่มๆ ควรเลือกใส่สีเสื้อ สีไหนดี?
เปิดอ่าน 8,769 ครั้ง
ภาวะเด็กอ้วน น้ำหนักเกิน ภัยร้ายที่คุณไม่ควรประมาทภาวะเด็กอ้วน น้ำหนักเกิน ภัยร้ายที่คุณไม่ควรประมาท
เปิดอ่าน 27,519 ครั้ง
ชาวเน็ตแห่เล่น "หิมะ" ตกในเมืองไทยชาวเน็ตแห่เล่น "หิมะ" ตกในเมืองไทย
เปิดอ่าน 12,519 ครั้ง
วิธีทำกระทงวิธีทำกระทง
เปิดอ่าน 27,811 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ