ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ประจำปีการศึกษา 2568 การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การคูณเศษส่วน ด้วยจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ร่วมกับสื่อดิจิทัลแบบโต้ตอบ (Interactive Digital Media) และสื่อเทคโนโลยีของ OBEC Content Center ของน

1.1 สภาพปัจจุบัน/ปัญหา

การจัดการศึกษาในปัจจุบันมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร การใช้เทคโนโลยี และความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ การให้เหตุผล การตัดสินใจ และการนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดให้ผู้เรียนเข้าใจจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผลที่เกิดขึ้นจาก การดำเนินการ และสามารถนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม (สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, 2560)

ในระดับประถมศึกษา เรื่อง เศษส่วน เป็นเนื้อหาพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการเรียนคณิตศาสตร์ในระดับที่สูงขึ้น เนื่องจากเชื่อมโยงกับทศนิยม อัตราส่วน ร้อยละ การวัด และการแก้โจทย์ปัญหาในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเรื่อง การคูณเศษส่วน ผู้เรียนจำเป็นต้องเข้าใจทั้งขั้นตอนการคำนวณและความหมายเชิงมโนทัศน์ กล่าวคือ ต้องเข้าใจว่าการคูณเศษส่วนเป็นการหาส่วนหนึ่งของส่วนหนึ่ง ซึ่งหากใช้การจดจำสูตรว่าให้นำเศษคูณเศษและส่วนคูณส่วนเท่านั้น อาจทำให้สามารถหาคำตอบได้ในโจทย์พื้นฐาน แต่ไม่สามารถอธิบายเหตุผล วิเคราะห์โจทย์ปัญหา หรือนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ใหม่ได้อย่างถูกต้อง

จากการบันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ในรายหน่วยวิชาคณิตศาสตร์ ปีการศึกษา 2567 เรื่อง การคูณเศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ข้าพเจ้า พบว่า ผู้เรียนยังขาดความเข้าใจในเหตุผลของการคูณเศษส่วน โดยนักเรียนบางส่วนสามารถทำตามขั้นตอนหรือจดจำสูตรได้ แต่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดจึงต้องนำเศษคูณเศษและส่วนคูณส่วน อีกทั้งการเลือกวิธีดำเนินการ การตัดทอนคำตอบ และการตรวจสอบ ความสมเหตุสมผลของคำตอบ ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการคูณเศษส่วนยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ที่กำหนด

สภาพปัญหาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การจัดการเรียนรู้ที่เน้นการอธิบายสูตรและให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด อาจยังไม่เพียงพอต่อการพัฒนาความเข้าใจของผู้เรียน ครูจึงจำเป็นต้องออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง ได้สังเกตภาพแทนทางคณิตศาสตร์ ได้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ ได้ลงมือปฏิบัติ ได้สื่อสารวิธีคิด และได้สะท้อนผลการเรียนรู้ของตนเอง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจการคูณเศษส่วนอย่างมีความหมาย

1.2 แนวทางการแก้ปัญหาและพัฒนา

จากปัญหาข้างต้น ข้าพเจ้าจึงนำกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps มาใช้เป็นแนวทาง การจัดการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ G: Gathering การรวบรวมข้อมูลและกระตุ้นความรู้เดิม P: Processing การจัดกระทำข้อมูล วิเคราะห์ และเชื่อมโยงความรู้ A1: Applying and Constructing Knowledge การลงมือปฏิบัติและสร้างองค์ความรู้ A2: Applying the Communication Skill การสื่อสารและนำเสนอความรู้ และ S: Self-Regulating การกำกับตนเองและสะท้อนผลการเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องกับการเรียนรู้เชิงรุกที่มุ่งให้ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์ สร้างองค์ความรู้ สื่อสาร และประเมินตนเองอย่างต่อเนื่อง (สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1, 2565) อีกทั้งสอดคล้องกับผลการศึกษาของวิสูตร โพธิ์เงิน ชนสิทธิ์ สิทธิ์สูงเนิน มาเรียม นิลพันธุ์ และเอกชัย ภูมิระรื่น (2564) ที่พบว่า GPAS 5 Steps เป็นแนวทางที่เหมาะสมต่อการเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ การคิด และการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองของนักเรียนระดับประถมศึกษา

นอกจากนี้ ข้าพเจ้าได้นำ สื่อดิจิทัลแบบโต้ตอบ (Interactive Digital Media) มาใช้สนับสนุน การเรียนรู้คณิตศาสตร์ เพื่อช่วยให้เนื้อหาที่เป็นนามธรรม โดยเฉพาะเรื่องการคูณเศษส่วน กลายเป็นสิ่งที่ผู้เรียนมองเห็น ทดลอง โต้ตอบ ฝึกทำโจทย์ รับผลย้อนกลับทันที และเรียนรู้จากข้อผิดพลาดได้ด้วยตนเอง สอดคล้องกับ Chusna (2024) ที่ระบุว่า สื่อดิจิทัลแบบโต้ตอบช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วม สนับสนุนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับ ความแตกต่างของผู้เรียน และส่งเสริมความสนใจต่อบทเรียน

ในการจัดการเรียนรู้ครั้งนี้ ข้าพเจ้ามีการใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัลจาก OBEC Content Center เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับทบทวนพื้นฐานเรื่องเศษส่วน เสริมความเข้าใจ และเป็นสื่อเพิ่มเติมสำหรับนักเรียนที่ต้องการฝึกซ้ำหรือทบทวนด้วยตนเอง พร้อมทั้งใช้ GeoGebra เพื่อให้นักเรียนเห็นภาพแทนทางคณิตศาสตร์เกี่ยวกับ การคูณเศษส่วน ซึ่งช่วยเชื่อมโยงสถานการณ์จริง ภาพแทน และสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ได้ชัดเจนขึ้น สอดคล้องกับ Bulut, Akçakın, Kaya, และ Akçakın (2016) ที่พบว่า GeoGebra เป็นเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้เรื่องเศษส่วนและส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน

สำหรับการฝึกทักษะและสร้างแรงจูงใจและเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ ข้าพเจ้าใช้ AR Math Gesture Game เป็นสื่อเกมคณิตศาสตร์แบบโต้ตอบ ให้นักเรียนฝึกการคูณเศษส่วนผ่านเกมที่ท้าทาย ใช้การเคลื่อนไหวร่างกายในการเลือกคำตอบ และได้รับผลย้อนกลับทันที สอดคล้องกับแนวคิดการเรียนรู้ผ่านเกมและเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มแรงจูงใจ ความสนใจ และความมั่นใจของผู้เรียน โดยรายงานเกี่ยวกับเกม Motion Math ระบุว่า การใช้เกมในการเรียนเรื่องเศษส่วนช่วยให้คะแนนทดสอบและความมั่นใจของผู้เรียนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (Riconscente, อ้างถึงใน Wired, 2011)

ดังนั้น การบูรณาการ GPAS 5 Steps ร่วมกับสื่อดิจิทัลแบบโต้ตอบ และสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลจาก OBEC Content Center จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมต่อการพัฒนาการเรียนรู้เรื่องการคูณเศษส่วนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดย GPAS 5 Steps ทำหน้าที่เป็นกรอบกระบวนการคิดและการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ OBEC Content Center ช่วยเสริมและทบทวนความรู้พื้นฐาน GeoGebra ช่วยสร้างความเข้าใจเชิงภาพและมโนทัศน์ ส่วน AR Math Gesture Game ช่วยฝึกทักษะ สร้างแรงจูงใจ และตรวจสอบความเข้าใจผ่าน ผลย้อนกลับทันที เมื่อนำมาใช้ร่วมกันจึงช่วยให้นักเรียนเข้าใจเหตุผลของการคูณเศษส่วน สามารถคำนวณ แก้โจทย์ปัญหา สื่อสารวิธีคิด และสะท้อนผลการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างเป็นระบบ

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ข้าพเจ้าจึงพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การคูณเศษส่วน ด้วยจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ร่วมกับสื่อดิจิทัลแบบโต้ตอบ (Interactive Digital Media) และสื่อเทคโนโลยีของ OBEC Content Center ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจเชิงมโนทัศน์เกี่ยวกับการคูณเศษส่วน สามารถคำนวณและแก้โจทย์ปัญหาได้ถูกต้อง อธิบายเหตุผลทางคณิตศาสตร์ได้ มีความสนใจในการเรียนรู้ และมีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม

1.3 วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การคูณเศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ร่วมกับสื่อดิจิทัลแบบโต้ตอบ และสื่อเทคโนโลยีของ OBEC Content Center

2. เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีทักษะการแก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการให้เหตุผล เรื่อง การคูณเศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

3. เพื่อสร้างเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียน ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ร่วมกับสื่อดิจิทัลแบบโต้ตอบ และสื่อเทคโนโลยีของ OBEC Content Center

1.4 เป้าหมาย

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนวัดหินลาด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 จำนวน 12 คน

1.4.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ

1. นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน เรื่อง การคูณเศษส่วน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป

1.4.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ

2. นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีผลการประเมินทักษะการแก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การให้เหตุผล อยู่ในระดับดีขึ้นไป

3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ร่วมกับสื่อดิจิทัลแบบโต้ตอบ (Interactive Digital Media) และสื่อเทคโนโลยีของ OBEC Content Center อยู่ในระดับ มาก ขึ้นไป

โพสต์โดย ครูทิพย์ : [30 พ.ค. 2569 (23:42 น.)]
อ่าน [136] ไอพี : 171.97.37.16
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 11,172 ครั้ง
เทศกาลโคมไฟ...สีสันเมืองใต้
เทศกาลโคมไฟ...สีสันเมืองใต้

เปิดอ่าน 10,703 ครั้ง
พบยาป้องกันหัวใจวาย เกล็ดเลือดเป็นตัวการของเลือดอุดตัน
พบยาป้องกันหัวใจวาย เกล็ดเลือดเป็นตัวการของเลือดอุดตัน

เปิดอ่าน 25,986 ครั้ง
วิธีเลือกซื้อปลาทู
วิธีเลือกซื้อปลาทู

เปิดอ่าน 1,729 ครั้ง
ประโยชน์ของผลไม้สีแดง
ประโยชน์ของผลไม้สีแดง

เปิดอ่าน 19,406 ครั้ง
เปลือกไข่ช่วยให้ผ้าขาว
เปลือกไข่ช่วยให้ผ้าขาว

เปิดอ่าน 3,636 ครั้ง
ค่าสอบ TOEIC เท่าไร ? พร้อมเผยทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนไปสอบ
ค่าสอบ TOEIC เท่าไร ? พร้อมเผยทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนไปสอบ

เปิดอ่าน 11,932 ครั้ง
คลิปว่อนยูทูบ แฉทำไมเทคโนโลยี "3G"ประเทศไทยล้าหลัง"ลาว" !!
คลิปว่อนยูทูบ แฉทำไมเทคโนโลยี "3G"ประเทศไทยล้าหลัง"ลาว" !!

เปิดอ่าน 12,317 ครั้ง
เปิดเว็บ"ยากับคุณ" ช่วยคนไทยห่างไกลโรค
เปิดเว็บ"ยากับคุณ" ช่วยคนไทยห่างไกลโรค

เปิดอ่าน 152,794 ครั้ง
การปลูกต้นชวนชม ไม้คลาสสิค
การปลูกต้นชวนชม ไม้คลาสสิค

เปิดอ่าน 14,544 ครั้ง
แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการคิดเลขเร็ว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3
แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการคิดเลขเร็ว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3

เปิดอ่าน 75,376 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 5 ผู้ตัดสิน (The Referee)
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 5 ผู้ตัดสิน (The Referee)

เปิดอ่าน 87,749 ครั้ง
สรรพคุณของ "ปลีกล้วย"
สรรพคุณของ "ปลีกล้วย"

เปิดอ่าน 15,284 ครั้ง
ชมย้อนหลัง วอลเล่ย์บอลสาวไทยชนะจีน 3-2 เซต เมื่อวันที่ 20 ก.ย.56
ชมย้อนหลัง วอลเล่ย์บอลสาวไทยชนะจีน 3-2 เซต เมื่อวันที่ 20 ก.ย.56

เปิดอ่าน 2,520 ครั้ง
ฝังรากฟันเทียม: ฟันแท้ที่สองของคุณ ใช้งานได้นานเป็นธรรมชาติ
ฝังรากฟันเทียม: ฟันแท้ที่สองของคุณ ใช้งานได้นานเป็นธรรมชาติ

เปิดอ่าน 57,496 ครั้ง
ไอเดียการจัดตกแต่งบ้านต้อนรับปีใหม่
ไอเดียการจัดตกแต่งบ้านต้อนรับปีใหม่

เปิดอ่าน 17,769 ครั้ง
ไมโครซอฟท์ประกาศ ยุติโปรแกรม Paint แล้ว หลังอยู่คู่วินโดวส์มา 32ปี!
ไมโครซอฟท์ประกาศ ยุติโปรแกรม Paint แล้ว หลังอยู่คู่วินโดวส์มา 32ปี!
เปิดอ่าน 17,756 ครั้ง
รายงานประจำปี 2558 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
รายงานประจำปี 2558 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เปิดอ่าน 103,409 ครั้ง
แบบจำลองการสื่อสารของแชนนัน และวีเวอร์
แบบจำลองการสื่อสารของแชนนัน และวีเวอร์
เปิดอ่าน 20,799 ครั้ง
รู้หรือไม่ว่า "ชมพู่" เป็นยาชูกำลัง บำรุงหัวใจ
รู้หรือไม่ว่า "ชมพู่" เป็นยาชูกำลัง บำรุงหัวใจ
เปิดอ่าน 29,213 ครั้ง
"ผักกูด" ผักที่อุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีนและธาตุเหล็ก
"ผักกูด" ผักที่อุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีนและธาตุเหล็ก

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ