1.1 สภาพปัจจุบัน/ปัญหา
การจัดการศึกษาในปัจจุบันมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร การใช้เทคโนโลยี และความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ การให้เหตุผล การตัดสินใจ และการนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดให้ผู้เรียนเข้าใจจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผลที่เกิดขึ้นจาก การดำเนินการ และสามารถนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม (สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, 2560)
ในระดับประถมศึกษา เรื่อง เศษส่วน เป็นเนื้อหาพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการเรียนคณิตศาสตร์ในระดับที่สูงขึ้น เนื่องจากเชื่อมโยงกับทศนิยม อัตราส่วน ร้อยละ การวัด และการแก้โจทย์ปัญหาในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเรื่อง การคูณเศษส่วน ผู้เรียนจำเป็นต้องเข้าใจทั้งขั้นตอนการคำนวณและความหมายเชิงมโนทัศน์ กล่าวคือ ต้องเข้าใจว่าการคูณเศษส่วนเป็นการหาส่วนหนึ่งของส่วนหนึ่ง ซึ่งหากใช้การจดจำสูตรว่าให้นำเศษคูณเศษและส่วนคูณส่วนเท่านั้น อาจทำให้สามารถหาคำตอบได้ในโจทย์พื้นฐาน แต่ไม่สามารถอธิบายเหตุผล วิเคราะห์โจทย์ปัญหา หรือนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ใหม่ได้อย่างถูกต้อง
จากการบันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ในรายหน่วยวิชาคณิตศาสตร์ ปีการศึกษา 2567 เรื่อง การคูณเศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ข้าพเจ้า พบว่า ผู้เรียนยังขาดความเข้าใจในเหตุผลของการคูณเศษส่วน โดยนักเรียนบางส่วนสามารถทำตามขั้นตอนหรือจดจำสูตรได้ แต่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดจึงต้องนำเศษคูณเศษและส่วนคูณส่วน อีกทั้งการเลือกวิธีดำเนินการ การตัดทอนคำตอบ และการตรวจสอบ ความสมเหตุสมผลของคำตอบ ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการคูณเศษส่วนยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ที่กำหนด
สภาพปัญหาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การจัดการเรียนรู้ที่เน้นการอธิบายสูตรและให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด อาจยังไม่เพียงพอต่อการพัฒนาความเข้าใจของผู้เรียน ครูจึงจำเป็นต้องออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง ได้สังเกตภาพแทนทางคณิตศาสตร์ ได้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ ได้ลงมือปฏิบัติ ได้สื่อสารวิธีคิด และได้สะท้อนผลการเรียนรู้ของตนเอง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจการคูณเศษส่วนอย่างมีความหมาย
1.2 แนวทางการแก้ปัญหาและพัฒนา
จากปัญหาข้างต้น ข้าพเจ้าจึงนำกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps มาใช้เป็นแนวทาง การจัดการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ G: Gathering การรวบรวมข้อมูลและกระตุ้นความรู้เดิม P: Processing การจัดกระทำข้อมูล วิเคราะห์ และเชื่อมโยงความรู้ A1: Applying and Constructing Knowledge การลงมือปฏิบัติและสร้างองค์ความรู้ A2: Applying the Communication Skill การสื่อสารและนำเสนอความรู้ และ S: Self-Regulating การกำกับตนเองและสะท้อนผลการเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องกับการเรียนรู้เชิงรุกที่มุ่งให้ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์ สร้างองค์ความรู้ สื่อสาร และประเมินตนเองอย่างต่อเนื่อง (สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1, 2565) อีกทั้งสอดคล้องกับผลการศึกษาของวิสูตร โพธิ์เงิน ชนสิทธิ์ สิทธิ์สูงเนิน มาเรียม นิลพันธุ์ และเอกชัย ภูมิระรื่น (2564) ที่พบว่า GPAS 5 Steps เป็นแนวทางที่เหมาะสมต่อการเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ การคิด และการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองของนักเรียนระดับประถมศึกษา
นอกจากนี้ ข้าพเจ้าได้นำ สื่อดิจิทัลแบบโต้ตอบ (Interactive Digital Media) มาใช้สนับสนุน การเรียนรู้คณิตศาสตร์ เพื่อช่วยให้เนื้อหาที่เป็นนามธรรม โดยเฉพาะเรื่องการคูณเศษส่วน กลายเป็นสิ่งที่ผู้เรียนมองเห็น ทดลอง โต้ตอบ ฝึกทำโจทย์ รับผลย้อนกลับทันที และเรียนรู้จากข้อผิดพลาดได้ด้วยตนเอง สอดคล้องกับ Chusna (2024) ที่ระบุว่า สื่อดิจิทัลแบบโต้ตอบช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วม สนับสนุนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับ ความแตกต่างของผู้เรียน และส่งเสริมความสนใจต่อบทเรียน
ในการจัดการเรียนรู้ครั้งนี้ ข้าพเจ้ามีการใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัลจาก OBEC Content Center เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับทบทวนพื้นฐานเรื่องเศษส่วน เสริมความเข้าใจ และเป็นสื่อเพิ่มเติมสำหรับนักเรียนที่ต้องการฝึกซ้ำหรือทบทวนด้วยตนเอง พร้อมทั้งใช้ GeoGebra เพื่อให้นักเรียนเห็นภาพแทนทางคณิตศาสตร์เกี่ยวกับ การคูณเศษส่วน ซึ่งช่วยเชื่อมโยงสถานการณ์จริง ภาพแทน และสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ได้ชัดเจนขึ้น สอดคล้องกับ Bulut, Akçakın, Kaya, และ Akçakın (2016) ที่พบว่า GeoGebra เป็นเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้เรื่องเศษส่วนและส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน
สำหรับการฝึกทักษะและสร้างแรงจูงใจและเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ ข้าพเจ้าใช้ AR Math Gesture Game เป็นสื่อเกมคณิตศาสตร์แบบโต้ตอบ ให้นักเรียนฝึกการคูณเศษส่วนผ่านเกมที่ท้าทาย ใช้การเคลื่อนไหวร่างกายในการเลือกคำตอบ และได้รับผลย้อนกลับทันที สอดคล้องกับแนวคิดการเรียนรู้ผ่านเกมและเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มแรงจูงใจ ความสนใจ และความมั่นใจของผู้เรียน โดยรายงานเกี่ยวกับเกม Motion Math ระบุว่า การใช้เกมในการเรียนเรื่องเศษส่วนช่วยให้คะแนนทดสอบและความมั่นใจของผู้เรียนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (Riconscente, อ้างถึงใน Wired, 2011)
ดังนั้น การบูรณาการ GPAS 5 Steps ร่วมกับสื่อดิจิทัลแบบโต้ตอบ และสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลจาก OBEC Content Center จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมต่อการพัฒนาการเรียนรู้เรื่องการคูณเศษส่วนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดย GPAS 5 Steps ทำหน้าที่เป็นกรอบกระบวนการคิดและการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ OBEC Content Center ช่วยเสริมและทบทวนความรู้พื้นฐาน GeoGebra ช่วยสร้างความเข้าใจเชิงภาพและมโนทัศน์ ส่วน AR Math Gesture Game ช่วยฝึกทักษะ สร้างแรงจูงใจ และตรวจสอบความเข้าใจผ่าน ผลย้อนกลับทันที เมื่อนำมาใช้ร่วมกันจึงช่วยให้นักเรียนเข้าใจเหตุผลของการคูณเศษส่วน สามารถคำนวณ แก้โจทย์ปัญหา สื่อสารวิธีคิด และสะท้อนผลการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างเป็นระบบ
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ข้าพเจ้าจึงพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การคูณเศษส่วน ด้วยจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ร่วมกับสื่อดิจิทัลแบบโต้ตอบ (Interactive Digital Media) และสื่อเทคโนโลยีของ OBEC Content Center ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจเชิงมโนทัศน์เกี่ยวกับการคูณเศษส่วน สามารถคำนวณและแก้โจทย์ปัญหาได้ถูกต้อง อธิบายเหตุผลทางคณิตศาสตร์ได้ มีความสนใจในการเรียนรู้ และมีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม
1.3 วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การคูณเศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ร่วมกับสื่อดิจิทัลแบบโต้ตอบ และสื่อเทคโนโลยีของ OBEC Content Center
2. เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีทักษะการแก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการให้เหตุผล เรื่อง การคูณเศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
3. เพื่อสร้างเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียน ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ร่วมกับสื่อดิจิทัลแบบโต้ตอบ และสื่อเทคโนโลยีของ OBEC Content Center
1.4 เป้าหมาย
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนวัดหินลาด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 จำนวน 12 คน
1.4.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ
1. นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน เรื่อง การคูณเศษส่วน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป
1.4.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ
2. นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีผลการประเมินทักษะการแก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การให้เหตุผล อยู่ในระดับดีขึ้นไป
3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ร่วมกับสื่อดิจิทัลแบบโต้ตอบ (Interactive Digital Media) และสื่อเทคโนโลยีของ OBEC Content Center อยู่ในระดับ มาก ขึ้นไป