ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมความรู้ทั่วไป  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ฝ้าแดด ยิ่งเจอแดดยิ่งเข้มจริงไหม? รู้สาเหตุ พร้อมวิธีดูแลผิว


ความรู้ทั่วไป 29 ก.ย. 2569 (08:35 น.)

76

views
Advertisement

ฝ้าแดด ยิ่งเจอแดดยิ่งเข้มจริงไหม? รู้สาเหตุ พร้อมวิธีดูแลผิว

ฝ้า 

ฝ้าแดด เป็นปัญหาเม็ดสีที่พบได้บ่อย โดยมีแสงแดดและรังสี UV เป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นสำคัญ ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีผลิตเมลานินเพิ่มขึ้น จนเกิดเป็นรอยปื้นสีน้ำตาลบนใบหน้า นอกจากนี้ยังอาจมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ฮอร์โมน พันธุกรรม ความร้อน และพฤติกรรมการใช้ชีวิต หากปล่อยให้ผิวเผชิญปัจจัยกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ฝ้าอาจมีสีเข้มและเห็นชัดขึ้นได้ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า ฝ้าแดด คืออะไร มีปัจจัยใดเป็นตัวกระตุ้น พร้อมแนวทางดูแลให้ฝ้าดูจางลง และวิธีลดโอกาสที่ฝ้าจะกลับมาเข้มขึ้นอีกครั้ง

ทำความรู้จักฝ้าแดด

ฝ้าแดด เป็นปัญหาความผิดปกติของเม็ดสีที่ปรากฏเป็นรอยปื้นสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลเข้มบนใบหน้า โดยแสงแดด โดยเฉพาะรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) เป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เซลล์ Melanocyte ผลิตเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ แสงที่มองเห็นได้ โดยเฉพาะช่วงแสงพลังงานสูง (HEV) ก็อาจกระตุ้นการสร้างเม็ดสีได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีแนวโน้มเกิดฝ้าอยู่แล้ว

บริเวณที่มักสังเกตเห็น ฝ้าแดด ได้แก่ โหนกแก้ม หน้าผาก จมูก เหนือริมฝีปาก และคาง เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่สัมผัสแสงได้บ่อย หากผิวยังคงได้รับแสงแดดและปัจจัยกระตุ้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการป้องกันที่เหมาะสม รอยฝ้าอาจค่อย ๆ เข้มและเห็นชัดขึ้น รวมถึงกลับมาเป็นซ้ำได้ง่าย จึงควรดูแลทั้งการลดเม็ดสีควบคู่กับการป้องกันแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ

สังเกตฝ้าแดดได้อย่างไร?

ฝ้าแดด มักสังเกตเห็นเป็นรอยปื้นที่มีสีตั้งแต่น้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม ไปจนถึงโทนเทาหรือเทาอมฟ้า โดยลักษณะและสีของฝ้าจะแตกต่างกันตามตำแหน่งที่เม็ดสีสะสมอยู่ในชั้นผิว มักพบตามบริเวณที่สัมผัสแสงแดดบ่อย เช่น โหนกแก้ม หน้าผาก จมูก หรือเหนือริมฝีปาก หากแบ่งตามระดับความลึกของเม็ดสี สามารถแบ่งลักษณะของฝ้าได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้

  • ฝ้าแดดตื้น รอยสีน้ำตาลที่อยู่บริเวณผิวชั้นบน

ฝ้าแดดตื้น (Epidermal Melasma) มีเม็ดสีเมลานินสะสมมากบริเวณชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) จึงมักมองเห็นเป็นปื้นสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลเข้ม และมีขอบเขตค่อนข้างชัด เนื่องจากเม็ดสีอยู่บริเวณผิวชั้นบน จึงมักตอบสนองต่อการรักษาได้ดีกว่าฝ้าที่มีเม็ดสีอยู่ลึก

  • ฝ้าแดดลึก เม็ดสีอยู่ลึก รอยฝ้าจึงดูไม่ชัดเป็นขอบ

ฝ้าแดดลึก (Dermal Melasma) เป็นลักษณะที่พบเม็ดสีอยู่บริเวณชั้นหนังแท้ (Dermis) ทำให้รอยที่มองเห็นอาจออกเป็นสีเทา เทาอมฟ้า หรือสีน้ำตาลอมเทา และมีขอบเขตไม่ชัดเท่าฝ้าตื้น เนื่องจากเม็ดสีอยู่ในชั้นผิวที่ลึกกว่า การดูแลจึงมักต้องใช้เวลาและอาจตอบสนองต่อการรักษาได้ช้ากว่าฝ้าตื้น

ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดฝ้าแดด

การเกิดฝ้าแดด มีความเกี่ยวข้องกับการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocyte) ที่ผลิตเมลานิน (Melanin) เพิ่มขึ้น จนเม็ดสีสะสมและปรากฏเป็นรอยปื้นบนใบหน้า แม้แสงแดดจะเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญ แต่การเกิดฝ้ายังมีความซับซ้อนและอาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยร่วมกัน ดังนี้

  • รังสี UVA และ UVB จากแสงแดด

รังสี UV สามารถกระตุ้นกระบวนการสร้างเม็ดสีของผิว โดย UVA สามารถลงสู่ผิวได้ลึกกว่า UVB ส่วน UVB มีผลต่อผิวชั้นตื้นและกระตุ้นการสร้างเมลานิน เมื่อสัมผัสแสงแดดเป็นประจำโดยไม่มีการป้องกัน ฝ้าที่มีอยู่อาจมีสีเข้มและสังเกตเห็นได้ชัดขึ้น

  • แสงที่มองเห็นได้ (Visible Light)

แสงที่มองเห็นได้จากแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะช่วงแสงพลังงานสูง (HEV) มีส่วนกระตุ้นการสร้างเม็ดสีและทำให้ฝ้าเข้มขึ้นได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีสีผิวเข้มหรือมีแนวโน้มเป็นฝ้าอยู่แล้ว ทั้งนี้ แสงจากดวงอาทิตย์เป็นแหล่งสำคัญกว่าการสัมผัสแสงจากหน้าจอทั่วไป

  • ความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป เช่น ในช่วงตั้งครรภ์ การใช้ยาคุมกำเนิด หรือการใช้ฮอร์โมนบางประเภท อาจทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น จึงเป็นอีกปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเกิดหรือการเข้มขึ้นของฝ้าในบางคน

  • พันธุกรรมและพื้นฐานของผิว

ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นฝ้าอาจมีแนวโน้มเกิดฝ้ามากขึ้น เนื่องจากพันธุกรรมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของเซลล์สร้างเม็ดสีต่อแสงและปัจจัยกระตุ้นต่าง ๆ

  • ผิวอักเสบหรือระคายเคืองบ่อย

การขัดหรือผลัดเซลล์ผิวมากเกินไป การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง รวมถึงการใช้สารหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้ผิวเกิดการอักเสบ ซึ่งสามารถกระตุ้นการสร้างเม็ดสีและทำให้รอยคล้ำเด่นขึ้นได้

  • ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ

ความเครียดหรือการนอนน้อยไม่ถือเป็นสาเหตุโดยตรงของฝ้า แต่อาจส่งผลต่อสมดุลของร่างกายและการฟื้นตัวของผิว จึงควรพักผ่อนให้เพียงพอควบคู่กับการลดปัจจัยกระตุ้นอื่น ๆ เพื่อดูแลสุขภาพผิวโดยรวม
  

ฝ้า

เช็กตัวเอง! คุณอยู่ในกลุ่มที่ฝ้าแดดถามหาหรือเปล่า?

แม้ฝ้าแดด จะเกิดขึ้นได้กับหลายคน แต่บางกลุ่มอาจมีแนวโน้มเกิดฝ้าหรือมีรอยฝ้าเข้มขึ้นได้ง่ายกว่า เนื่องจากมีปัจจัยที่กระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี ดังนั้น การรู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงหรือไม่ จะช่วยให้เริ่มดูแลและลดปัจจัยกระตุ้นได้เร็วขึ้น โดยกลุ่มที่ควรระวัง ได้แก่

  • ผู้ที่เจอแสงแดดเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานกลางแจ้งหรือมีกิจกรรมกลางแจ้งบ่อย ๆ ทำให้ผิวได้รับรังสี UV สะสมอย่างต่อเนื่อง
  • ผู้ที่ละเลยการทาครีมกันแดด หรือทาในปริมาณไม่เพียงพอ อาจทำให้ผิวได้รับรังสี UV มากขึ้นและกระตุ้นให้ฝ้าเข้มขึ้น
  • ผู้ที่มีระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ช่วงตั้งครรภ์ การใช้ยาคุมกำเนิด หรือการใช้ฮอร์โมนบางประเภท ซึ่งอาจสัมพันธ์กับการเกิดฝ้าในบางคน
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นฝ้า เนื่องจากพันธุกรรมเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับแนวโน้มการเกิดฝ้า
  • ผู้ที่มีผิวระคายเคืองง่าย โดยเฉพาะจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิว หรือผลัดเซลล์ผิวมากเกินไป เพราะการอักเสบอาจกระตุ้นให้เกิดเม็ดสีเพิ่มขึ้น
  • ผู้ที่มีผิวโทนกลางถึงเข้ม มีแนวโน้มเกิดฝ้าได้มากขึ้น เนื่องจากเซลล์สร้างเม็ดสีมีการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นได้มากกว่าในบางกลุ่ม

ถึงแม้จะอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ก็สามารถช่วยลดปัจจัยกระตุ้น ฝ้าแดด ได้ด้วยการทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงแดดจัดในช่วงที่รังสี UV สูง ใช้หมวกหรือร่มช่วยปกป้องผิว และเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่อ่อนโยน เพื่อลดการระคายเคืองและดูแลเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง
 

ฝ้าแดดดูแลอย่างไร? รวมวิธีช่วยให้รอยฝ้าดูจางลง

การดูแล ฝ้าแดด มักต้องทำหลายวิธีควบคู่กัน เนื่องจากฝ้ามีปัจจัยกระตุ้นหลายด้าน และมีโอกาสกลับมาเข้มขึ้นได้เมื่อสัมผัสแสงแดดอย่างต่อเนื่อง การรักษาจึงควรเน้นทั้งการลดเม็ดสีที่สะสมอยู่เดิมและควบคุมปัจจัยที่กระตุ้นการสร้างเม็ดสีใหม่ โดยมีแนวทางดังนี้

  • ลดการสัมผัสแสงแดดและความร้อน

แสงแดดเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ฝ้าเข้มขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัดเป็นเวลานาน โดยเฉพาะช่วงที่รังสี UV สูง หากจำเป็นต้องออกกลางแจ้ง ควรใช้หมวกปีกกว้าง ร่ม แว่นกันแดด หรือเสื้อผ้าที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดร่วมด้วย

  • ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดทุกวัน

ควรเลือกครีมกันแดดที่สามารถป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้อย่างครอบคลุม เช่น SPF 30 ขึ้นไป และ PA+++ หรือสูงกว่า พร้อมทาในปริมาณที่เหมาะสมและทาซ้ำเมื่อจำเป็น สำหรับผู้ที่มีฝ้า การป้องกันแสงอย่างสม่ำเสมอเป็นส่วนสำคัญในการช่วยไม่ให้รอยฝ้าเข้มขึ้น

  • ลดเม็ดสีสะสมด้วยเลเซอร์

เลเซอร์บางประเภทสามารถนำมาใช้เพื่อจัดการเม็ดสีที่สะสมในผิว ช่วยให้รอยฝ้าดูจางลงและสีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ้ามีโอกาสกลับมาเข้มได้ การเลือกชนิดเลเซอร์ ระดับพลังงาน และจำนวนครั้งจึงควรได้รับการประเมินจากแพทย์ รวมถึงต้องดูแลผิวและป้องกันแสงแดดหลังทำอย่างต่อเนื่อง

  • เลือกสารบำรุงที่ช่วยดูแลปัญหาเม็ดสี

ส่วนผสมอย่าง Vitamin C, Niacinamide, Tranexamic Acid, Azelaic Acid หรือ Kojic Acid มีส่วนช่วยควบคุมกระบวนการสร้างเม็ดสีและทำให้รอยฝ้าค่อย ๆ ดูจางลง โดยควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว ส่วนยารักษาฝ้าหรือสารออกฤทธิ์ความเข้มข้นสูงควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

  • ฟื้นฟูผิวควบคู่กับการรักษาฝ้า

การดูแลความชุ่มชื้นและเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงมีความสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาทาหรือทำหัตถการรักษาฝ้า ทรีตเมนต์หรือการบำรุงผิวที่เหมาะสมอาจช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการระคายเคือง เพื่อให้ผิวอยู่ในสภาพที่พร้อมต่อการรักษามากขึ้น
ทั้งนี้ ฝ้าแดดไม่ควรเน้นเพียงการทำให้รอยฝ้าจางลงเท่านั้น แต่ควรป้องกันแสงแดดและลดปัจจัยกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดโอกาสที่ฝ้าจะกลับมาเข้มขึ้นอีกครั้ง

ฝ้าแดดรักษาด้วยเลเซอร์อะไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับผิว

การรักษาฝ้าแดด ด้วยเลเซอร์ช่วยจัดการเม็ดสีเมลานินส่วนเกิน เพื่อให้รอยฝ้าค่อย ๆ ดูจางลง โดยแพทย์จะเลือกเทคโนโลยีและปรับพลังงานตามชนิดของฝ้า ความลึกของเม็ดสี และสภาพผิวของแต่ละบุคคล ซึ่งเลเซอร์ที่นำมาใช้ดูแลปัญหาเม็ดสี มีดังนี้

  • Pico Prime

เลเซอร์กลุ่ม Picosecond ที่ส่งพลังงานช่วงสั้นเพื่อทำให้เม็ดสีแตกเป็นอนุภาคเล็กลง ช่วยดูแลฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยดำ พร้อมช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น

  • Picosecond Laser

ใช้พลังงานระดับพิโควินาทีในการจัดการเม็ดสี สามารถนำมาใช้กับฝ้าและปัญหาเม็ดสีหลายประเภท โดยต้องปรับค่าพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิว

  • Q-Switched Laser

ใช้พลังงานเลเซอร์ช่วยทำให้เม็ดสีแตกตัว เหมาะกับการดูแลฝ้า กระ และจุดด่างดำบางประเภท โดยอาจต้องทำต่อเนื่องตามแผนการรักษา

  • Dual Yellow Laser

ช่วยดูแลทั้งปัญหาเม็ดสีและหลอดเลือด จึงเหมาะกับผู้ที่มีฝ้าร่วมกับรอยแดงหรือความผิดปกติของหลอดเลือดบนใบหน้า

  • Fraxel Laser

เลเซอร์แบบ Fractional ที่ช่วยฟื้นฟูพื้นผิวและกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอร่วมกับผิวไม่เรียบเนียน ทั้งนี้การใช้กับฝ้าควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์

ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล และการรักษาฝ้าควรทำควบคู่กับการป้องกันแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ

ฝ้าแดด เป็นปัญหาเม็ดสีที่เกิดจากเซลล์ Melanocyte ผลิตเมลานินเพิ่มขึ้น โดยมีรังสี UV จากแสงแดดเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นสำคัญ ร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน พันธุกรรม และการอักเสบของผิว จนเกิดเป็นรอยปื้นสีน้ำตาลบนใบหน้า ซึ่งปัจจุบันมีหลายแนวทางที่ช่วยให้ฝ้าดูจางลง ไม่ว่าจะเป็นยาทา สกินแคร์ ทรีตเมนต์ หรือเลเซอร์ โดยควรเลือกวิธีให้เหมาะกับลักษณะฝ้าและสภาพผิวของแต่ละบุคคล นอกจากนี้ การทาครีมกันแดดเป็นประจำ หลีกเลี่ยงแดดจัด และลดปัจจัยกระตุ้นต่าง ๆ ก็เป็นส่วนสำคัญในการควบคุมฝ้าและลดโอกาสที่รอยฝ้าจะกลับมาเข้มขึ้นอีกครั้ง
 


ฝ้าแดด ยิ่งเจอแดดยิ่งเข้มจริงไหม? รู้สาเหตุ พร้อมวิธีดูแลผิวฝ้าแดดยิ่งเจอแดดยิ่งเข้มจริงไหม?รู้สาเหตุพร้อมวิธีดูแลผิว

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

มาดู 6 วิธีหลีกหนี "สิว"

มาดู 6 วิธีหลีกหนี "สิว"


เปิดอ่าน 18,676 ครั้ง
ออกกำลังกาย สู้หวัด 2009

ออกกำลังกาย สู้หวัด 2009


เปิดอ่าน 12,155 ครั้ง
มื้อเล็ก ๆ ช่วยลดน้ำหนัก

มื้อเล็ก ๆ ช่วยลดน้ำหนัก


เปิดอ่าน 11,594 ครั้ง
เรื่องกล้วย ๆ

เรื่องกล้วย ๆ


เปิดอ่าน 17,593 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ป้องกันก่อนถูก

ป้องกันก่อนถูก 'ฟ้าผ่า' เรื่องง่าย ๆ ไม่ควรมองข้าม

เปิดอ่าน 33,868 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
จะจำใบหน้าของใครให้ได้แม่นยำ ต้องจ้องคอยดูที่ลูกตา
จะจำใบหน้าของใครให้ได้แม่นยำ ต้องจ้องคอยดูที่ลูกตา
เปิดอ่าน 12,142 ☕ คลิกอ่านเลย

ชวนงดเหล้า..เข้าพรรษา
ชวนงดเหล้า..เข้าพรรษา
เปิดอ่าน 21,856 ☕ คลิกอ่านเลย

หน้าบานเกิดจากอะไร? เช็กสาเหตุ พร้อมแนวทางปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น
หน้าบานเกิดจากอะไร? เช็กสาเหตุ พร้อมแนวทางปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น
เปิดอ่าน 1,041 ☕ คลิกอ่านเลย

ประโยชน์ที่ไม่ธรรมดา ของกล้วยเล็บมือนาง
ประโยชน์ที่ไม่ธรรมดา ของกล้วยเล็บมือนาง
เปิดอ่าน 14,752 ☕ คลิกอ่านเลย

ใส่ใจการ "เคี้ยวอาหาร" กันสักนิด
ใส่ใจการ "เคี้ยวอาหาร" กันสักนิด
เปิดอ่าน 16,584 ☕ คลิกอ่านเลย

10 สัญญาณฟ้องว่าร่างกายเรากำลังขาดสารอาหารชนิดใดอยู่?
10 สัญญาณฟ้องว่าร่างกายเรากำลังขาดสารอาหารชนิดใดอยู่?
เปิดอ่าน 14,048 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

กรีฑา (Athletics)
กรีฑา (Athletics)
เปิดอ่าน 111,406 ครั้ง

ลายมือนักบริหาร ต้องมีเส้นอิทธิพล
ลายมือนักบริหาร ต้องมีเส้นอิทธิพล
เปิดอ่าน 35,736 ครั้ง

มาทำกายบริหารให้สมองกันเถอะ
มาทำกายบริหารให้สมองกันเถอะ
เปิดอ่าน 18,444 ครั้ง

อย.เตือนหยุดใช้ลิปสติกดังบางรุ่นชั่วคราว หลังสื่อนอกตีข่าวพบปนเปื้อนสารตะกั่ว
อย.เตือนหยุดใช้ลิปสติกดังบางรุ่นชั่วคราว หลังสื่อนอกตีข่าวพบปนเปื้อนสารตะกั่ว
เปิดอ่าน 17,474 ครั้ง

10 บุคคลสำคัญ ผู้ทรงอิทธิพลของโลก
10 บุคคลสำคัญ ผู้ทรงอิทธิพลของโลก
เปิดอ่าน 287,901 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ