
Ultherapy PRIME ยกกระชับผิวหน้าขั้นสุด ล็อกหน้าเป๊ะ โดยไม่ต้องผ่าตัด
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ปริมาณคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวจะค่อย ๆ ลดลง ส่งผลให้ผิวเริ่มสูญเสียความกระชับ กรอบหน้าไม่คมชัด แก้มเริ่มตก หนังตาหย่อน หรือมีเหนียงชัดขึ้น หลายคนจึงมองหาวิธีดูแลผิวที่ช่วยยกกระชับได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจในปัจจุบันคือ Ultherapy PRIME
Ultherapy PRIME เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวรุ่นใหม่ที่พัฒนาต่อยอดจาก Ultherapy โดยยังคงใช้พลังงาน Microfocused Ultrasound with Visualization (MFU-V) ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวลึก พร้อมระบบแสดงภาพชั้นผิวแบบ Real-Time ทำให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้แม่นยำยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ Ultherapy PRIME ตั้งแต่หลักการทำงาน จำนวนช็อตที่ใช้ในแต่ละบริเวณ ไปจนถึงการเลือกคลินิก เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
Ultherapy PRIME คืออะไร?
Ultherapy PRIME คือ โปรแกรมยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์แบบเฉพาะเจาะจง ที่สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างผิวเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า พลังงานที่ส่งลงไปจะก่อให้เกิดจุดความร้อนขนาดเล็กใต้ผิว ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวค่อย ๆ ดูแน่นขึ้น กรอบหน้าดูชัดขึ้น และผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด จุดเด่นอีกอย่างของ Ultherapy PRIME คือระบบ Visualization ที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างผิวระหว่างทำหัตถการ ทำให้สามารถวางตำแหน่งการยิงพลังงานได้เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ
Ultherapy PRIME ทำงานอย่างไร?
หลักการทำงานของ Ultherapy PRIME แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนสำคัญ
- ส่งพลังงานอัลตราซาวนด์ลงสู่ชั้นผิวลึกอย่างแม่นยำ
- สร้างจุดความร้อนในชั้นหนังแท้และชั้น SMAS
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่
เมื่อร่างกายสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ผิวจะค่อย ๆ ดูกระชับ เรียบเนียน และยืดหยุ่นมากขึ้น ผลลัพธ์จะค่อยเป็นค่อยไปและดูเป็นธรรมชาติ
Ultherapy PRIME เหมาะกับใครบ้าง?
โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย และต้องการดูแลผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด เช่น
- ผู้ที่กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด
- ผู้ที่มีแก้มหย่อน
- ผู้ที่มีเหนียง
- ผู้ที่หนังตาหรือหางตาเริ่มตก
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับลำคอ
- ผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจน
- ผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้น
- ผู้ที่ต้องการดูแลผิวให้ดูอ่อนวัยมากขึ้น
ก่อนทำควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ เพื่อเลือกจำนวนช็อตและระดับพลังงานที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
จำนวนช็อตของ Ultherapy PRIME ขึ้นอยู่กับอะไร?
การทำ Ultherapy PRIME เพื่อยกกระชับผิวโดยไม่ผ่าตัด ไม่ได้กำหนดจำนวนช็อตหรือช็อตเท่ากันในทุกคน เนื่องจากโครงสร้างใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย และเป้าหมายในการดูแลผิวแตกต่างกัน แพทย์จึงต้องประเมินเป็นรายบุคคลก่อนวางแผนการรักษา โดยพิจารณาจากปัจจัยหลัก ดังนี้
- พื้นที่หรือบริเวณที่ต้องการทำ
ขนาดของพื้นที่มีผลต่อจำนวนช็อตที่ใช้ หากทำเฉพาะบริเวณกรอบหน้าหรือใต้คาง อาจใช้จำนวนช็อตน้อยกว่าการทำทั่วใบหน้าและลำคอ ซึ่งต้องกระจายพลังงานให้ครอบคลุมหลายตำแหน่ง
- ระดับความหย่อนคล้อยของผิว
ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อยอาจใช้จำนวนช็อตไม่มากนัก ขณะที่ผู้ที่มีแก้มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด หรือผิวบริเวณลำคอขาดความกระชับ อาจต้องเพิ่มจำนวนช็อตเพื่อให้ครอบคลุมบริเวณที่ต้องการดูแล รวมถึงเลือกระดับความลึกของพลังงานให้เหมาะกับโครงสร้างผิว
บางคนต้องการกระตุ้นคอลลาเจนและดูแลความกระชับในระยะเริ่มต้น ขณะที่บางคนต้องการเน้นกรอบหน้า แก้มล่าง เหนียง หรือยกกระชับทั่วใบหน้า แพทย์จึงต้องปรับทั้งตำแหน่ง ระดับพลังงาน และจำนวนช็อตให้สอดคล้องกับเป้าหมายของแต่ละบุคคล
โดยการทำ Ultherapy PRIME จะนับพลังงานเป็นหน่วยช็อต ซึ่งแต่ละช็อตประกอบด้วยจุดพลังงานขนาดเล็กเรียงต่อกันในแนวเส้น เพื่อส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวเป้าหมายและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ดังนั้น จำนวนช็อตที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาร่วมกับตำแหน่งที่ทำ ระดับความหย่อนคล้อย และผลลัพธ์ที่ต้องการ ไม่ควรเลือกจากจำนวนช็อตเพียงอย่างเดียว
Ultherapy PRIME แต่ละบริเวณใช้กี่ช็อต?
จำนวนช็อตในแต่ละตำแหน่งจะแตกต่างกัน เช่น
- รอบดวงตา ใช้ประมาณ 100–200 ช็อต เพื่อช่วยยกหางตาและดูแลผิวรอบดวงตา
- แก้ม ใช้ประมาณ 300 ช็อต เพื่อช่วยยกแก้มและทำให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น
- แก้มและเหนียง มักใช้ประมาณ 500 ช็อต เพื่อช่วยให้ใบหน้าดูเรียวและลดความหย่อนคล้อย
- ทั่วใบหน้าและลำคอ อาจใช้ประมาณ 1,000 ช็อต เพื่อให้ครอบคลุมทุกบริเวณที่ต้องการยกกระชับ

Ultherapy PRIME เจ็บไหม?
ระหว่างทำอาจรู้สึกอุ่น ๆ หรือจี๊ดเล็กน้อยใต้ผิว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพลังงานกำลังทำงานในชั้นผิวลึก ความรู้สึกระหว่างทำจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และแพทย์สามารถปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมเพื่อเพิ่มความสบายระหว่างทำได้
หลังทำต้องพักฟื้นหรือไม่?
โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพักฟื้น หลังทำสามารถกลับไปทำงาน แต่งหน้า หรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ บางรายอาจมีอาการแดง บวม หรือรู้สึกตึงผิวเล็กน้อย ซึ่งมักดีขึ้นได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1–2 วัน
Ultherapy PRIME เห็นผลเมื่อไร?
หลังทำบางคนอาจเริ่มรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้นเล็กน้อย ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นเมื่อร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยมักเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในช่วง 2–3 สัปดาห์ และเห็นผลชัดขึ้นในช่วงประมาณ 2–3 เดือน ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้เฉลี่ยประมาณ 12–18 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลตัวเองหลังทำ
สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้หรือไม่?
Ultherapy PRIME สามารถวางแผนทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ เช่น โบทูลินัมท็อกซิน ฟิลเลอร์ โปรแกรมฟื้นฟูผิว โปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจน อย่างไรก็ตาม ควรให้แพทย์เป็นผู้วางแผนลำดับการรักษา เพื่อให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล
เลือกคลินิกทำ Ultherapy PRIME อย่างไร?
แม้ Ultherapy PRIME จะเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ยังขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์และมาตรฐานของคลินิก ก่อนตัดสินใจควรพิจารณา
- คลินิกมีใบอนุญาตถูกต้อง
- แพทย์มีใบประกอบวิชาชีพ
- มีประสบการณ์ในการใช้ Ultherapy PRIME
- ใช้เครื่องแท้ที่ได้รับการรับรอง
- มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง
- มีการประเมินผิวก่อนทำ
- สามารถอธิบายจำนวนช็อตที่เหมาะสมได้อย่างชัดเจน
- ราคามีความสมเหตุสมผลและโปร่งใส
สรุป
Ultherapy PRIME เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนผ่านพลังงานอัลตราซาวนด์แบบเฉพาะเจาะจง โดยสามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS พร้อมระบบแสดงภาพชั้นผิวแบบ Real-Time ที่ช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ จำนวนช็อตที่ใช้ไม่ได้กำหนดตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อย พื้นที่ที่ต้องการรักษา และผลลัพธ์ที่ต้องการของแต่ละบุคคล ดังนั้น การประเมินโดยแพทย์ก่อนทำจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ เพื่อให้ได้รับจำนวนช็อตที่เหมาะสมและได้ผลลัพธ์ที่กลมกลืนกับรูปหน้า
หากเลือกทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้เครื่องแท้ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์ Ultherapy PRIME ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวให้ดูกระชับ อ่อนวัย และไม่ต้องพักฟื้น
* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ