ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 7/2569 วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และมี ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้
1. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถาบัน รองผู้อำนวยการศูนย์ ผู้อำนวยการสถาบัน และผู้อำนวยการศูนย์ สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้
สืบเนื่องจาก ก.ค.ศ. ในคราวประชุมครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 มีมติอนุมัติกำหนดกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ประเภทผู้บริหารการศึกษา จำนวน 84 อัตรา ประกอบด้วย
- ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด 76 อัตรา
- ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำกรุงเทพมหานคร 1 อัตรา
- ผู้อำนวยการสถาบัน 6 อัตรา
- ผู้อำนวยการศูนย์ 1 อัตรา
ซึ่งปัจจุบัน ก.ค.ศ. ยังไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลฯ ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถาบัน รองผู้อำนวยการศูนย์ ผู้อำนวยการสถาบัน และผู้อำนวยการศูนย์ จึงจำเป็นต้องกำหนดหลักเกณฑ์ฯ เพื่อรองรับการบรรจุและแต่งตั้งผู้บริหาร สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ทั้ง 4 ตำแหน่ง เพื่อให้ได้ผู้บริหารที่มีความรู้ ความสามารถ และสมรรถนะเหมาะสมในการขับเคลื่อนภารกิจด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ของประเทศ รวมทั้งสอดคล้องกับโครงสร้างองค์กรใหม่
ทั้งนี้ การดำเนินการคัดเลือกฯ ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถาบัน และรองผู้อำนวยการศูนย์ จะดำเนินการได้เมื่อ ก.ค.ศ. มีมติกำหนดกรอบอัตรากำลังและกำหนดตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาและสถานศึกษา สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
2. เห็นชอบ กำหนดตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษาและตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) จำนวนรวม 1,044 อัตรา
โดยการกำหนดตำแหน่งในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการสืบเนื่องจากมติ ก.ค.ศ. ในคราวประชุมครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่ได้มีมติอนุมัติกำหนดกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,044 อัตรา แบ่งเป็น ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา จำนวน 84 อัตรา และตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 960 อัตรา เพื่อรองรับการบริหารหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ทั่วประเทศ เพื่อให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้สามารถดำเนินการบรรจุ แต่งตั้ง โอน ย้ายและบริหารงานบุคคลได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติในการบริหารทะเบียนตำแหน่งของสำนักงาน ก.ค.ศ รวมทั้งสามารถดำเนินการบริหารงานบุคคลตามกรอบอัตรากำลังที่ได้รับอนุมัติต่อไป
ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้ใช้เลขที่ตำแหน่งเดิมไปพลางก่อน (ชั่วคราว) เพื่อให้การบริหารทะเบียนตำแหน่งเป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่กระทบต่อระบบเดิม พร้อมกำหนดแนวทางว่า เมื่อ ก.ค.ศ. ได้อนุมัติกรอบอัตรากำลัง ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในภาพรวมแล้วเสร็จ จะพิจารณากำหนดเลขที่ตำแหน่งใหม่ให้มีความเหมาะสมต่อการบริหารอัตรากำลังและการใช้ตำแหน่งต่อไป
3. เห็นชอบ (ร่าง) การกำหนดตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ. เทียบเท่าเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ตามที่ ก.ค.ศ. ได้ประกาศใช้มาตรฐานตำแหน่งใหม่ (ว 19/2567) และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 นั้น ส่งผลให้การกำหนดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งผู้บริหารและตำแหน่งต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป จึงจำเป็นต้องทบทวนการกำหนดตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ. เทียบเท่า ให้สอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่งใหม่และสอดคล้องกับบริบทการบริหารงานบุคคลในปัจจุบัน โดยสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้รวบรวมข้อมูลอัตรากำลัง ตำแหน่งว่าง จำนวนผู้มีคุณสมบัติ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำร่างหลักเกณฑ์เพื่อเสนอ ก.ค.ศ. พิจารณา ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลและความคิดเห็นต่าง ๆ พบว่า หลายหน่วยงานมีตำแหน่งสายบริหารว่างเป็นจำนวนมาก แต่มีผู้มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์เดิมไม่เพียงพอ โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ส่งผลให้การสรรหาและแต่งตั้งผู้บริหารดำเนินการได้ยาก
ดังนั้น เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เข้าสู่ตำแหน่งได้มากขึ้น ก.ค.ศ. จึงเห็นชอบให้กำหนดตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ. เทียบเท่าเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ในตำแหน่งครู ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา และตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอ สำหรับตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา (เฉพาะสังกัด สกร.) และตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอ (เฉพาะสังกัด สช.) ให้กำหนดตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ. เทียบเท่าเป็นการชั่วคราว ระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่สำนักงาน ก.ค.ศ. แจ้งมติ ก.ค.ศ. โดยการปรับหลักเกณฑ์ในครั้งนี้จะช่วยให้การบริหารงานบุคคลมีความคล่องตัวมากขึ้น ลดข้อจำกัดในการสรรหาผู้บริหาร รองรับตำแหน่งว่างที่เกิดขึ้นจำนวนมาก พร้อมทั้งเป็นการสร้างโอกาสความก้าวหน้าในวิชาชีพให้แก่บุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ โดยยังคงยึดมาตรฐานและคุณภาพของผู้ดำรงตำแหน่งตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
ทั้งนี้ ให้ยกเลิกการกำหนดตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ. เทียบเท่าเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.4/ว 27 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2564 และหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.4/1999 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2567 เพื่อใช้หลักเกณฑ์ใหม่เป็นมาตรฐานเดียวในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต่อไป
4. เห็นชอบ การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
สืบเนื่องจากปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เรียกบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกาศ ณ วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 และประกาศ ณ วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2567 และบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ดังกล่าวได้หมดบัญชีแล้วเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 โดยยังคงมีตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ คงเหลือจากการเรียกบรรจุฯ
ดังนั้น เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการสนับสนุนการศึกษาของหน่วยงานการศึกษาในสังกัด รวมทั้งเพื่อให้สามารถสรรหาและบรรจุบุคลากรให้เพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานการศึกษา ก.ค.ศ. จึงได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันและบริหารจัดการเกี่ยวกับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา สังกัด สพฐ. (ตามหลักเกณฑ์ฯว 2/2568) ทั้งนี้ เนื่องจาก สพฐ.เป็นส่วนราชการเจ้าของอัตรากำลังและเป็นผู้ใช้กำลังคนโดยตรง การบริหารจัดการสอบแข่งขันเอง จะช่วยให้การสรรหาและการบรรจุแต่งตั้งเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ทันต่อความต้องการ ภายใต้มาตรฐานเดียวกันที่ ก.ค.ศ. กำหนด อันจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการต่อไป
5. เห็นชอบ รายละเอียดการดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี 2569 ตามหลักเกณฑ์ ว 12/2568
ตามที่หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ว 12/2568) กำหนดให้ส่วนราชการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา แล้วเสนอให้ ก.ค.ศ. พิจารณาก่อนดำเนินการต่อไปนั้น
ก.ค.ศ. จึงมีมติเห็นชอบรายละเอียดการคัดเลือกฯ ตามที่ สพฐ.เสนอ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษาทั่วประเทศต่อไป
6. อนุมัติ ย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่ จำนวน 40 ราย
7. อนุมัติ บรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือก ซึ่งขึ้นบัญชีรอการบรรจุ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 3 ราย
8. อนุมัติ ย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่ จำนวน 9 ราย
9. อนุมัติ บรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือก ซึ่งขึ้นบัญชีรอการบรรจุ ให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
จำนวน 4 ราย
10. อนุมัติ แต่งตั้งอนุกรรมการ ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา แทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน 11 ตำแหน่ง
ที่มา สำนักงาน ก.ค.ศ.