เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2569 นายสมใจ วิเศษทักษิณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยภายหลังพบปะพนักงานเจ้าหน้าที่ สำนักงาน สกสค.อย่างเป็นทางการภายหลังได้รับมอบหมายให้รักษาการเลขาธิการ สกสค.อีกตำแหน่งหนึ่ง ว่า ตนจะยึดเจตนารมณ์ของการจัดตั้ง สำนักงาน สกสค. ที่มุ่งเน้นเรื่องหลักประกันด้านสวัสดิการและสวัสดิภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยยึดหลัก “ครูเป็นศูนย์กลาง” และให้การบริการเป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน ทั้งนี้ การบริหารงานในช่วงรักษาการกว่า 2 เดือนนี้ จะสานต่อนโยบายและสิ่งที่เป็นประโยชน์จากผู้บริหารชุดเดิม พร้อมต่อยอดการพัฒนาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ภายใต้นโยบายของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการให้ สกสค. กลับมาเป็นที่พึ่งของครูอย่างแท้จริง โดยจะเร่งสร้างความเข้าใจและกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนกลาง สกสค.จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกฝ่ายเดินสู่เป้าหมายเดียวกัน
“การแก้ไขปัญหาสวัสดิการ โดยเฉพาะโครงการ ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. รวมถึงปัญหาหนี้สินครูนั้น สกสค. จะหารือร่วมกับสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง เพื่อทบทวนมาตรการช่วยเหลือ โดยจะวิเคราะห์ปัญหาตามข้อเท็จจริง แยกเป็นมาตรการระยะเร่งด่วน ระยะปานกลาง และระยะยาว พร้อมจัดกลุ่มสมาชิกที่เป็นลูกหนี้ออกเป็นกลุ่ม A B และ C เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม ทั้งการป้องกัน การฟื้นฟู และการสร้างแรงจูงใจให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือทำให้สวัสดิการของครูดีขึ้น ลดภาระหนี้ และทำให้ สกสค. เป็นที่พึ่งของครูได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายด้วย” นายสมใจ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ภารกิจของ สกสค. มีความรับผิดชอบจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นต้องมีผู้บริหารและทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ เพราะเป็นงานที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกวัน ต้องทำงานเป็นทีมเพื่อให้องค์กรเดินต่อไปได้
รักษาการเลขาธิการ สกสค.กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างอาคารและหอพักครูนั้น จะต้องลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตนเอง พร้อมเน้นย้ำว่าการดำเนินโครงการต่าง ๆ ต้องพิจารณาตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนก็ไม่ควรเกิดข้อกังขา อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนและครูได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน เพื่อลดความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นในอดีต ทั้งนี้ ยืนยันว่า งบประมาณที่ได้รับเพื่อปรับปรุงหอพักและโรงแรมของครูเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจน ส่วนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารโครงการเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ต้องดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด และสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก วันที่ 20 กรกฎาคม 2569