เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2569 ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.)เปิดเผยว่า ขณะนี้ ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. … อยู่ในขั้นการพิจารณาของวุฒิสภาซึ่งผ่านวาระ ที่ 1 รับหลักการแล้ว และกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 2 – 3 ต่อไป สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ฉบับ นี้ คือ ให้มีการยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2560 เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และ ให้มีการแก้ไของค์ประกอบคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)ใหม่ จากเดิมที่มี 13 คน ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ 3คน และกรรมการโดยตำแหน่ง 10 คน โดยมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ให้เพิ่มเป็น 24 คน ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธาน กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(กพ.) เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.) เลขาธิการคุรุสภา ผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน ประกอบด้วย ด้านกฎหมาย ด้านการศึกษาพิเศษ ด้านบริหารธุรกิจ/เศรษฐศาสตร์ ด้านผลิตและพัฒนาครู ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และด้านวิจัยประเมินผล) และ เพิ่มผู้แทนครูและบุคลากรทางการศึกษา 9 คนที่มาจาการเลือกตั้ง (จากเดิมที่ไม่มีผู้แทนครูและบุคลากรทางการศึกษา เลย) ได้แก่ ผู้แทนผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ผู้แทนผู้บริหารการศึกษาสังกัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประถม 1 คน มัธยม 1 คน ผู้แทนข้าราชการครูสังกัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประถม 1 คน มัธยม 1 คน ผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่นสังกัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประถม 1 คน มัธยม 1 คน ผู้แทนครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัด สกร. 1 คน ผู้แทนครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 1 คน และผู้แทนครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 1 คน มีเลขาธิการ ก.ค.ศ.เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยมี รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน
เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ในร่างกฎหมายดังกล่าว ยังกำหนดให้ ก.ค.ศ. ตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ เพื่อทำการแทน ก.ค.ศ. ได้อีกด้วย คณะละไม่เกิน 15 คน เพื่อให้ชัดเจน เพราะในปัจจุบันไม่ได้กำหนดจำนวนที่ชัดเจนไว้ อีกทั้ง ส.ว. เห็นควรกำหนดให้ ก.ค.ศ. มีอำนาจจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครู แต่หากเป็นกรณีจำเป็น ก.ค.ศ.สามารถมอบหมายให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา หรือส่วนราชการ หรือ หน่วยงานทางการศึกษา ดำเนินการจัดสอบแข่งขันได้ ให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาคณะหนึ่งโดยให้มีอำนาจหน้าที่ ตามที่ ก.ค.ศ.กำหนด และยังแก้ไขว่า ถ้าข้าราชการล้มละลายไม่ต้องพ้นจากการเป็นข้าราชการ แต่ถ้าทุจริตให้พ้นจากการเป็นข้าราชการ และกรณีโรงเรียนใดไม่มีผู้อำนวยการโรงเรียน ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 ไปรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนได้
ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก วันที่ 6 กรกฎาคม 2569