ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

สมศ. ขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์ พลิกมาตรฐานการศึกษา ชูค่านิยม PRIDE สร้างการมีส่วนร่วม สู่ "การศึกษาคุณภาพสำหรับคนไทยทุกคน"


ข่าวการศึกษา 1 ก.ค. 2569 (17:21 น.)

215

views
Advertisement

สมศ. ขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์ พลิกมาตรฐานการศึกษา ชูค่านิยม PRIDE สร้างการมีส่วนร่วม สู่ "การศึกษาคุณภาพสำหรับคนไทยทุกคน"

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. เดินหน้าขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์ยกระดับมาตรฐานการศึกษา ได้แก่ 1) การประเมินคุณภาพภายนอกอย่างโปร่งใส 2) การสร้างการมีส่วนร่วม 3) การพัฒนาผู้ประเมินภายนอก 4) มาตรฐานหลักสูตรและการฝึกอบรมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการประเมินภายนอก และ 5) การใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการประเมิน พร้อมกำหนดค่านิยม “PRIDE” กระตุ้นการมีส่วนร่วมทุกองคาพยพเพื่อสร้าง “การศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับคนไทยทุกคน”

ศ.ดร.องอาจ นัยพัฒน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคการศึกษาทั่วโลกกำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ ข้อจำกัดด้านงบประมาณ การเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ ตลอดจนการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และความคาดหวังของผู้ปกครองต่อคุณภาพการศึกษาที่เปลี่ยนไปจากเดิม สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความท้าทายสำหรับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

ทั้งนี้เพื่อให้การยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษาเกิดรูปธรรม สมศ. ได้กำหนดเป็น 5 ยุทธศาสตร์สำหรับการดำเนินงาน ประกอบด้วย

  • ยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านความโปร่งใส (Transparency) โดยการพัฒนาระบบการประเมินรูปแบบดิจิทัลที่รายงานผลแบบ Real-time และเปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถเข้าถึงผลการประเมินเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้
  • ยุทธศาสตร์ที่ 2 การมีส่วนร่วมและเครือข่ายความร่วมมือ (Stakeholder Engagement) สร้างความร่วมมือกับเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำข้อเสนอเชิงนโยบายไปพัฒนาและยกระดับคุณภาพสถานศึกษา
  • ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาผู้ประเมิน (Quality Assessor) เพื่อยกระดับสมรรถนะของบุคลากร สมศ. และผู้ประเมินภายนอก ให้มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการประเมินขั้นสูง
  • ยุทธศาสตร์ที่ 4 มาตรฐานหลักสูตรและการฝึกอบรม (Training Curricular Standard) มุ่งส่งเสริมให้สถานศึกษากลุ่มเป้าหมายมีผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนที่สูงขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการประเมินภายนอก
  • ยุทธศาสตร์ที่ 5 เทคโนโลยี (Technology) นำเทคโนโลยีและ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มการประเมิน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน

ศ.ดร.องอาจ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เป็นไปอย่างมีรูปธรรม สมศ. ได้กำหนดค่านิยมองค์กร เป็นรากฐานการทำงาน สร้างความเชื่อมั่นและความภาคภูมิใจสำหรับบุคลากร อันจะส่งผลต่อคุณภาพการดำเนินงาน ภายใต้แนวคิด “PRIDE” ซึ่งหล่อหลอมมาจากการทำงานที่ยึดหลักความเป็นมืออาชีพและมีความเชี่ยวชาญในทุกการดำเนินงาน (P-Professionalism) ผสานกับการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและดีงามกับทุกภาคส่วน (R-Relationships) โดยดำรงไว้ซึ่งความเป็นกลาง เที่ยงธรรม โปร่งใส และปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน (I-Impartiality) ตลอดจนมีความมุ่งมั่นตั้งใจเพื่อบรรลุเป้าหมายอย่างไม่ท้อถอย (D-Determination) เพื่อนำพาองค์กรก้าวสู่ความเป็นเลิศในทุกกระบวนการของการประเมินคุณภาพการศึกษา (E-Excellence)

กลไกสำคัญที่สุดที่จะทำให้การศึกษาไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริงคือ "ผู้รับบริการ" ซึ่งหมายถึง พ่อแม่ ผู้ปกครอง และชุมชน ในการมีส่วนร่วมตรวจสอบคุณภาพการเรียนการสอน ไม่นิ่งเฉยต่อการศึกษาที่ไม่ได้คุณภาพ โดย สมศ. พร้อมเป็นพันธมิตรรับฟังข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วนไปสู่การพัฒนา ควบคู่ไปกับความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าลดภาระที่ไม่จำเป็นสำหรับสถานศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่ ซึ่งการผสานพลังระหว่างเสียงสะท้อนจากสังคมร่วมกับการสนับสนุนการทำงานของสถานศึกษา จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเร่งพัฒนาสถานศึกษา นำไปสู่ "Quality Education for all Thais" หรือ "การศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับคนไทยทุกคน" ศ.ดร. องอาจ กล่าวทิ้งท้าย 


สมศ. ขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์ พลิกมาตรฐานการศึกษา ชูค่านิยม PRIDE สร้างการมีส่วนร่วม สู่ "การศึกษาคุณภาพสำหรับคนไทยทุกคน"สมศ.ขับเคลื่อน5ยุทธศาสตร์พลิกมาตรฐานการศึกษาชูค่านิยมPRIDEสร้างการมีส่วนร่วมสู่การศึกษาคุณภาพสำหรับคนไทยทุกคน

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

:: เรื่องปักหมุด ::

ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 15 ราย (25 พฤษภาคม 2569)

ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 15 ราย (25 พฤษภาคม 2569)

เปิดอ่าน 10,807 ☕ 29 พ.ค. 2569

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สำนักงาน ก.ค.ศ. เดินหน้าจัดทำร่างสมรรถนะจำเป็น 4 สายงานข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
สำนักงาน ก.ค.ศ. เดินหน้าจัดทำร่างสมรรถนะจำเป็น 4 สายงานข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
เปิดอ่าน 312 ☕ 2 ก.ค. 2569

"ประเสริฐ" เคลียร์งบ3,158 ล้าน ชี้ผูกพันระยะยาว ใช้จริงตอนนี้ 465ล้าน ไม่คุ้มพร้อมทบทวน-ยกเลิกทันที รับยังมีเก็บค่าเรียนฟรี สั่งเข้มเขตพื้นที่ฯ คุมโรงเรียนเรียกเก็บเงิน
"ประเสริฐ" เคลียร์งบ3,158 ล้าน ชี้ผูกพันระยะยาว ใช้จริงตอนนี้ 465ล้าน ไม่คุ้มพร้อมทบทวน-ยกเลิกทันที รับยังมีเก็บค่าเรียนฟรี สั่งเข้มเขตพื้นที่ฯ คุมโรงเรียนเรียกเก็บเงิน
เปิดอ่าน 213 ☕ 2 ก.ค. 2569

สพฐ.จัดประชุมสัมมนาวิชาการและมอบรางวัล OBEC AWARDS ระดับชาติ ครั้งที่ 12 วันที่ 16-17 กรกฎาคม 2569
สพฐ.จัดประชุมสัมมนาวิชาการและมอบรางวัล OBEC AWARDS ระดับชาติ ครั้งที่ 12 วันที่ 16-17 กรกฎาคม 2569
เปิดอ่าน 1,101 ☕ 1 ก.ค. 2569

สพฐ.แจ้งเกณฑ์ประเมินย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ปี 2569 ฉบับใหม่ พร้อมขยายเวลายื่นคำร้อง 16-30 กรกฎาคมนี้
สพฐ.แจ้งเกณฑ์ประเมินย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ปี 2569 ฉบับใหม่ พร้อมขยายเวลายื่นคำร้อง 16-30 กรกฎาคมนี้
เปิดอ่าน 1,913 ☕ 1 ก.ค. 2569

สพฐ.แจ้งแนวทางจัดสรรงบ "เดินทางไปราชการประจำ" ของหน่วยงานในสังกัด เริ่มใช้สิงหาคม 2569
สพฐ.แจ้งแนวทางจัดสรรงบ "เดินทางไปราชการประจำ" ของหน่วยงานในสังกัด เริ่มใช้สิงหาคม 2569
เปิดอ่าน 10,415 ☕ 26 มิ.ย. 2569

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

สแกน...ลดเวลาเรียน "3 สัปดาห์"บรรลุเป้า?
สแกน...ลดเวลาเรียน "3 สัปดาห์"บรรลุเป้า?
เปิดอ่าน 11,529 ครั้ง

กรมวิทย์ยัน ตรวจขวดน้ำพลาสติกทิ้งกลางแดดร้อน ไม่พบสารพิษไดออกซิน
กรมวิทย์ยัน ตรวจขวดน้ำพลาสติกทิ้งกลางแดดร้อน ไม่พบสารพิษไดออกซิน
เปิดอ่าน 10,169 ครั้ง

ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 2 ลูกบอล (The Ball)
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 2 ลูกบอล (The Ball)
เปิดอ่าน 59,693 ครั้ง

Ulthera ช่วยเรื่องอะไร? ทำความเข้าใจกับโปรแกรมยกกระชับผิวยอดนิยมที่หลายคนสนใจ
Ulthera ช่วยเรื่องอะไร? ทำความเข้าใจกับโปรแกรมยกกระชับผิวยอดนิยมที่หลายคนสนใจ
เปิดอ่าน 160 ครั้ง

10 วิธีง่ายๆ ห่างไกลไข้หวัด-ไข้หวัดใหญ่
10 วิธีง่ายๆ ห่างไกลไข้หวัด-ไข้หวัดใหญ่
เปิดอ่าน 12,594 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ