ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569


ข่าวการศึกษา 25 มิ.ย. 2569 (18:48 น.)

2,758

views
Advertisement

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 6/2569 วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569 โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และมี ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้

1. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภทอำนวยการ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายสำหรับตำแหน่งประเภทอำนวยการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นการเฉพาะ ส่งผลให้การบริหารกำลังคนและการจัดสรรผู้บริหารอาจไม่สอดคล้องกับภารกิจและความต้องการของพื้นที่เท่าที่ควร ดังนั้น การกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนจึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลตามหลักธรรมาภิบาล สร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และส่งเสริมการจัดคนให้เหมาะสมกับงาน พร้อมทั้งสนับสนุนความก้าวหน้าในวิชาชีพและความต่อเนื่องในการบริหารราชการ

สาระสำคัญของ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการย้าย กำหนดการย้ายไว้ 3 กรณี ได้แก่

1. การย้ายกรณีปกติ สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการที่ดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปีโดยปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้พิจารณาความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของผู้ดำรงตำแหน่ง และอาจแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมพิจารณาก่อนเสนอ อ.ก.ค.ศ. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการพิจารณา ทั้งนี้ หากมีเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ อาจให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อได้คราวละ 1 ปี รวมไม่เกิน 6 ปี

2. การย้ายกรณีพิเศษ กรณีเจ็บป่วยร้ายแรง ถูกคุกคามต่อชีวิต หรือมีความจำเป็นต้องดูแลบิดามารดา คู่สมรส หรือบุตรที่เจ็บป่วยร้ายแรง โดยปลัดกระทรวงศึกษาธิการจะพิจารณาข้อเท็จจริงและเอกสารหลักฐานประกอบ และหากเห็นสมควรจะเสนอ อ.ก.ค.ศ. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการพิจารณา เพื่อให้การย้ายเป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

3. การย้ายเพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ของทางราชการ แบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ การย้ายเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการศึกษา และการย้ายเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการ ความเหมาะสมของหน่วยงาน และความเป็นธรรมแก่ผู้ดำรงตำแหน่งเป็นสำคัญ

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งเน้นการบริหารกำลังคนอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม สามารถตอบสนองต่อบริบทและความต้องการของพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารราชการในภาพรวมของประเทศอย่างยั่งยืน

2. เห็นชอบ ให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ขยายระยะเวลาการใช้กรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 4,597 อัตรา ออกไปอีกเป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี

เพื่อให้การบริหารงานบุคคลเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด โดยกรอบอัตรากำลังดังกล่าวครอบคลุมตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) โดยปัจจุบันกรมส่งเสริมการเรียนรู้อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำและปรับปรุงข้อมูลประกอบการจัดทำกรอบอัตรากำลังใหม่ให้สอดคล้องกับภารกิจและโครงสร้างหน่วยงานที่เปลี่ยนแปลงไป

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำชับให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้เร่งรัดการจัดทำข้อมูลประกอบการจัดทำกรอบอัตรากำลังใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน พร้อมมอบสำนักงาน ก.ค.ศ. ติดตามและรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานต่อ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเกี่ยวกับตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ภายในระยะเวลา 3 เดือน และ 6 เดือน เพื่อให้การบริหารอัตรากำลังและการบริหารงานบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติราชการ

3. อนุมัติ การกำหนดกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ประเภทผู้บริหารการศึกษา จำนวน 84 อัตรา และประเภทผู้บริหารสถานศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 960 อัตรา รวมทั้งสิ้น 1,044 อัตรา

การกำหนดกรอบอัตรากำลังดังกล่าวเป็นการปรับโครงสร้างตำแหน่งให้สอดคล้องกับการจัดตั้งหน่วยงานการศึกษาและสถานศึกษาตามโครงสร้างของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยเป็นการตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนจากกรอบเดิมไปกำหนดในหน่วยงานและสถานศึกษาแห่งใหม่ ซึ่งไม่เป็นภาระงบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาลและเป็นไปตามแนวทางการบริหารกำลังคนภาครัฐ

สำหรับกรอบอัตรากำลังผู้บริหารการศึกษา จำนวน 84 อัตรา ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด 76 อัตรา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำกรุงเทพมหานคร 1 อัตรา ผู้อำนวยการสถาบัน 6 อัตรา และผู้อำนวยการศูนย์ 1 อัตรา และประเภทผู้บริหารสถานศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 960 อัตรา รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,044 อัตรา

ทั้งนี้ เพื่อให้มีผู้บริหารการศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษาถือปฏิบัติหน้าที่ในการขับเคลื่อนนโยบาย พัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ บริหารจัดการหน่วยงานและสถานศึกษา ตลอดจนส่งเสริมการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในทุกพื้นที่ต่อไป

4. เห็นชอบ การกำหนดปฏิทินการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและตำแหน่งครู สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปี พ.ศ. 2569

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้เสนอขอปรับปฏิทินการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและตำแหน่งครู เนื่องจากอยู่ระหว่างการเสนอขอขยายระยะเวลาการใช้กรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 4,598 อัตรา ซึ่ง ก.ค.ศ. ได้อนุมัติให้ใช้ไปพลางก่อน ส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการยื่นคำร้องขอย้ายตามกำหนดเดิมในเดือนกรกฎาคม 2569 ได้

ทั้งนี้ เดิมกำหนดให้ผู้บริหารสถานศึกษายื่นคำร้องขอย้ายระหว่างวันที่ 1–15 กรกฎาคม 2569 และตำแหน่งครู (กรณีปกติ รอบ 2) ยื่นคำร้องขอย้ายระหว่างวันที่ 16–30 กรกฎาคม 2569 แต่เนื่องจากกรมส่งเสริมการเรียนรู้จำเป็นต้องนำตำแหน่งว่างของผู้บริหารสถานศึกษาและตำแหน่งครูเสนอให้ อ.ก.ค.ศ. กรมส่งเสริมการเรียนรู้ พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนประกาศประชาสัมพันธ์ตำแหน่งว่าง จึงอาจส่งผลให้ผู้มีคุณสมบัติและประสงค์ขอย้ายไม่สามารถยื่นคำร้องได้ทันตามกำหนดเดิม

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการย้ายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องสามารถดำเนินการได้อย่างทั่วถึง กรมส่งเสริมการเรียนรู้จึงเสนอปรับกำหนดการยื่นคำร้องขอย้ายสำหรับทั้งตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและตำแหน่งครู (กรณีปกติ รอบ 2) เป็นระหว่างวันที่ 1–15 สิงหาคม 2569 โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ ซึ่ง ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่า การปรับปฏิทินดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อกรอบระยะเวลาการพิจารณาการย้ายในภาพรวม และยังคงสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จตามหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายที่ ก.ค.ศ. กำหนด

5. เห็นชอบ การกำหนดรายละเอียดตัวชี้วัดและคะแนนในการประเมินตามองค์ประกอบการประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้าย ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา (การย้ายกรณีปกติ) ประจำปี พ.ศ. 2569 ของสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และกรมส่งเสริมการเรียนรู้

เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่ง “คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก” และแนวคิดการประเมินที่เน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน (Result-based Evaluation) โดยสรุปสาระสำคัญของการแก้ไขรายละเอียดและตัวชี้วัดการประเมินฯ ของแต่ละสังกัด ดังนี้

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปรับปรุงองค์ประกอบด้านความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการศึกษา โดยตัดการพิจารณาจำนวนครั้งที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการ อนุกรรมการ คณะทำงาน และการเป็นวิทยากร เพื่อให้มีกรอบการประเมินที่ชัดเจนมากขึ้น ปรับองค์ประกอบด้านผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติงาน จากเดิมที่พิจารณาผลงานหรือรางวัล เป็นการพิจารณา “นวัตกรรม” ที่เกิดจากการปฏิบัติงานในสถานศึกษาย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี รวมทั้งปรับระดับคะแนนด้านวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการศึกษา และผลการประเมินตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) ให้สะท้อนผลการยกระดับคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษาได้อย่างเหมาะสม

สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ปรับปรุงองค์ประกอบด้านความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการศึกษา โดยยกเลิกตัวชี้วัดที่กำหนดให้พิจารณาผลงานหรือรางวัลที่เกิดกับสถานศึกษา และปรับคะแนนในองค์ประกอบด้านประสบการณ์ในการบริหารสถานศึกษาให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น

สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ปรับปรุงองค์ประกอบด้านความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการศึกษาจากเดิมที่พิจารณาผลงานหรือรางวัลที่เกิดจากการปฏิบัติงานในหน้าที่ เป็นการให้ผู้ประสงค์ขอย้ายจัดทำบทสรุปผลการปฏิบัติงานตามนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมทั้งปรับคะแนนในองค์ประกอบด้านผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติงานและคุณภาพการปฏิบัติงานให้มีความสอดคล้องเหมาะสม

ทั้งนี้ ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่า การปรับปรุงรายละเอียดตัวชี้วัดและคะแนนดังกล่าวยังคงเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด มีความสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และช่วยให้การประเมินศักยภาพผู้ประสงค์ขอย้ายตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาเป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน มีความโปร่งใส เป็นธรรม และสะท้อนผลการปฏิบัติงานที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม

6. เห็นชอบ การแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ตาม ว 18/2566)

สืบเนื่องจาก ก.ค.ศ. มีมติให้ระงับการใช้ระบบย้ายข้าราชการครู (Teacher Rotation System: TRS) เป็นการชั่วคราว และให้กลับมาใช้หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายตาม ว 18/2566 ไปพลางก่อนจนกว่าการพัฒนาระบบ TRS จะแล้วเสร็จ ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวกำหนดลำดับการพิจารณาย้ายโดยอาศัยความสอดคล้องของวิชาเอกกับความต้องการของสถานศึกษาเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ ก.ค.ศ. ได้กำหนดแนวทางการบริหารอัตรากำลังผ่านระบบ SCS (ตาม ว ๑๒/๒5๖๗) ซึ่งมีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่วันที่ ๙ พฤษภาคม 2567 การพิจารณาสาขาวิชาเอกของผู้ขอย้ายจึงต้องคำนึงถึงข้อมูลกลุ่มวิชา ทาง หรือสาขาวิชาเอกที่ใช้ในการบรรจุและแต่งตั้ง รวมถึงรายวิชา สาขา หรือกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ผ่านการประเมินวิทยฐานะด้วย

เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและส่วนราชการมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เป็นมาตรฐานเดียวกันและสอดคล้องกับระบบบริหารอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด จึงปรับแก้ไขหลักเกณฑ์การพิจารณาย้ายในข้อ 8.2.1 โดยให้พิจารณาผู้ขอย้ายจากกลุ่มวิชา ทาง หรือสาขาวิชาเอกที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง หรือที่ผ่านการประเมินวิทยฐานะ ซึ่งตรงตามความต้องการจำเป็นของสถานศึกษาเป็นลำดับแรก และพิจารณาผู้ที่มีประสบการณ์และปฏิบัติหน้าที่สอนในวิชาที่ว่างเป็นลำดับถัดไป

ทั้งนี้ การปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะช่วยให้การพิจารณาย้ายตำแหน่งครูมีความชัดเจน สอดคล้องกับระบบบริหารอัตรากำลังที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และสามารถใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศต่อไป

7. อนุมัติ ปรับปรุงการกำหนดกรอบอัตรากำลังคณาจารย์ในสถาบันการอาชีวศึกษาและสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จำนวน 265 อัตรา

สาระสำคัญของการปรับปรุงครั้งนี้ คือ การเปลี่ยนจากการกำหนดกรอบอัตรากำลังตามประเภทวิชาหรือสาขาวิชา มาเป็นการกำหนดกรอบอัตรากำลังในภาพรวมของแต่ละสถาบันตามจำนวนอัตราที่ได้รับอนุมัติ เพื่อให้การบริหารจัดการอัตรากำลังคณาจารย์มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับบริบทการจัดการศึกษาในปัจจุบัน

การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยให้สถาบันการอาชีวศึกษาสามารถบริหารจัดการบุคลากรสายวิชาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ รวมถึงตอบสนองต่อความต้องการกำลังคนของภาคอุตสาหกรรมและตลาดแรงงานในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การปรับปรุงกรอบอัตรากำลังดังกล่าวยังคงจำนวนอัตราเดิมที่ได้รับอนุมัติ ไม่ส่งผลกระทบต่องบประมาณภาครัฐ และเป็นไปตามแนวทางการบริหารกำลังคนภาครัฐ ตลอดจนสนับสนุนการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาระดับปริญญาตรีให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศต่อไป

8. อนุมัติ แต่งตั้งประธานอนุกรรมการและอนุกรรมการ ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา แทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน 33 ตำแหน่ง


ที่มา สำนักงาน ก.ค.ศ. 


ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569ผลการประชุม ก.ค.ศ.ผลประชุม ก.ค.ศ.มติ ก.ค.ศ.มติที่ประชุม กคศผลการประชุม กคศ

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

:: เรื่องปักหมุด ::

ก.ค.ศ.อนุมัติวิทยฐานะ "เชี่ยวชาญ" จำนวน 11 ราย (17 มิถุนายน 2569)

ก.ค.ศ.อนุมัติวิทยฐานะ "เชี่ยวชาญ" จำนวน 11 ราย (17 มิถุนายน 2569)

เปิดอ่าน 14,842 ☕ 25 มิ.ย. 2569

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สพฐ.แจ้งแนวทางจัดสรรงบ "เดินทางไปราชการประจำ" ของหน่วยงานในสังกัด เริ่มใช้สิงหาคม 2569
สพฐ.แจ้งแนวทางจัดสรรงบ "เดินทางไปราชการประจำ" ของหน่วยงานในสังกัด เริ่มใช้สิงหาคม 2569
เปิดอ่าน 5,809 ☕ 26 มิ.ย. 2569

สพฐ.แจ้งแนวทางบริหารกรอบพนักงานราชการในสำนักงานเขตพื้นที่ฯ ให้จัดอัตราตามกรอบใหม่ รายงานภายใน 31 กรกฎาคม 2569
สพฐ.แจ้งแนวทางบริหารกรอบพนักงานราชการในสำนักงานเขตพื้นที่ฯ ให้จัดอัตราตามกรอบใหม่ รายงานภายใน 31 กรกฎาคม 2569
เปิดอ่าน 2,292 ☕ 26 มิ.ย. 2569

สพฐ.เปิดคัดเลือก "ครูดีในดวงใจ" ครั้งที่ 24 ประจำปี 2570 ส่งรายชื่อภายใน 31 สิงหาคม 2569
สพฐ.เปิดคัดเลือก "ครูดีในดวงใจ" ครั้งที่ 24 ประจำปี 2570 ส่งรายชื่อภายใน 31 สิงหาคม 2569
เปิดอ่าน 7,306 ☕ 25 มิ.ย. 2569

ก.ค.ศ.เห็นชอบแก้เกณฑ์ย้ายครูตาม ว 18/2566 ปรับลำดับพิจารณาวิชาเอกให้สอดคล้องความต้องการจำเป็นของสถานศึกษาเป็นลำดับแรก
ก.ค.ศ.เห็นชอบแก้เกณฑ์ย้ายครูตาม ว 18/2566 ปรับลำดับพิจารณาวิชาเอกให้สอดคล้องความต้องการจำเป็นของสถานศึกษาเป็นลำดับแรก
เปิดอ่าน 1,196 ☕ 25 มิ.ย. 2569

ก.ค.ศ.เห็นชอบปรับเกณฑ์ย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ปี 2569 ตัดเกณฑ์นับการเป็นกรรมการ-คณะทำงาน-วิทยากร เน้นนวัตกรรมและผลลัพธ์ผู้เรียน
ก.ค.ศ.เห็นชอบปรับเกณฑ์ย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ปี 2569 ตัดเกณฑ์นับการเป็นกรรมการ-คณะทำงาน-วิทยากร เน้นนวัตกรรมและผลลัพธ์ผู้เรียน
เปิดอ่าน 5,996 ☕ 25 มิ.ย. 2569

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ฮือฮา พญานาคโผล่รับเครื่องสักการะ หลังพิธีบุญกฐินน้ำ
ฮือฮา พญานาคโผล่รับเครื่องสักการะ หลังพิธีบุญกฐินน้ำ
เปิดอ่าน 17,998 ครั้ง

9 ประโยชน์เพื่อสุขภาพของกระเทียม ที่คุณอาจคาดไม่ถึง!
9 ประโยชน์เพื่อสุขภาพของกระเทียม ที่คุณอาจคาดไม่ถึง!
เปิดอ่าน 17,360 ครั้ง

ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่7
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่7
เปิดอ่าน 8,312 ครั้ง

สกว. แฉอันตรายเส้นก๋วยเตี๋ยว
สกว. แฉอันตรายเส้นก๋วยเตี๋ยว
เปิดอ่าน 10,330 ครั้ง

กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน
กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน
เปิดอ่าน 24,409 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ