ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ศธ.จัดทัพใหญ่ รับมือเด็กติดจอ เชื่อมสุขภาพจิต-คุมสื่ออันตรายออนไลน์ "ปกป้องเด็กควบคู่พัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI" เตรียมออกแนวปฏิบัติภายใน 2 สัปดาห์


ข่าวการศึกษา 29 พ.ค. 2569 (09:02 น.)

604

views
Advertisement

ศธ.จัดทัพใหญ่ รับมือเด็กติดจอ เชื่อมสุขภาพจิต-คุมสื่ออันตรายออนไลน์ "ปกป้องเด็กควบคู่พัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI" เตรียมออกแนวปฏิบัติภายใน 2 สัปดาห์

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศึกษาธิการ)ให้สัมภาษณ์ ต่อสถานการณ์การใช้สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียของเด็กและเยาวชนไทย หลังสังคมเกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับผลกระทบของ Social Media, Screen Time และคลิปวิดีโอสั้นต่อสมาธิ (Attention Span) การเรียนรู้ และพัฒนาการของเด็ก ว่า กระทรวงศึกษาธิการรับฟังทุกข้อกังวลของผู้ปกครอง ครู และสังคมอย่างจริงจัง โดยข้อมูลวิชาการจากหลายสถาบันระดับโลกสะท้อนตรงกันว่า การเสพสื่อที่มีการกระตุ้นอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอนเทนต์รูปแบบคลิปสั้น อาจส่งผลต่อสมาธิ การจดจ่อ และการเรียนรู้เชิงลึกของเด็ก โดยเฉพาะในช่วงวัยที่สมองยังพัฒนาไม่เต็มที่ อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการเห็นว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่จะโทษเด็กหรือแพลตฟอร์มใดเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็น “ความท้าทายร่วมของโลกยุคดิจิทัล” ที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันรับผิดชอบ ทั้งครอบครัว โรงเรียน ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบัน เด็กไทยจำนวนมากเริ่มใช้โซเชียลมีเดียตั้งแต่อายุน้อย ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเผชิญความเสี่ยงจากเนื้อหาออนไลน์มากกว่าที่หลายคนคาดคิด กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)จึงกำหนดให้เรื่องนี้เป็น “วาระเร่งด่วน” ที่ต้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่ง ศธ.ได้ศึกษาแนวทางจากหลายประเทศ อาทิ สวีเดน ออสเตรเลีย อังกฤษ และประเทศในสหภาพยุโรป พบว่าการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กัน 2 ด้าน คือ

1. การปกป้องเด็กในช่วงวัยที่สมองยังพัฒนา

2. การพัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI สำหรับเด็กและเยาวชนในโลกอนาคต โดยกระทรวงศึกษาธิการกำหนดแนวทางดำเนินงานหลัก 3 ด้าน ได้แก่ การปกป้องและคุ้มครองเด็กในช่วงวัยที่เปราะบาง การสร้างสุขภาวะดิจิทัล (Digital Well-being) เพื่อให้เด็กใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม การพัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI Literacy เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต

นายประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับมาตรการเร่งด่วนที่จะดำเนินการ มีดังนี้ ภายใน 2 สัปดาห์ จัดทำแนวปฏิบัติเรื่อง Screen Time ตามช่วงวัย โดยอ้างอิงข้อมูลทางการแพทย์และงานวิชาการ ภายใน 0–3 เดือน ทุกโรงเรียนต้องมีแนวทางการใช้โทรศัพท์มือถือที่ชัดเจน และสื่อสารร่วมกับผู้ปกครองอย่างเป็นระบบ ภายใน 3–6 เดือน พัฒนาระบบดูแลและเฝ้าระวังเด็กกลุ่มเสี่ยง เชื่อมโยงกับหน่วยงานด้านสุขภาพจิต พร้อมจัดทำสื่อความรู้สำหรับผู้ปกครองทั่วประเทศ ทั้งนี้ ในระยะยาว 6–12 เดือนขึ้นไป ผลักดัน AI Literacy และการรู้เท่าทันสื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ในทุกช่วงวัย รวมถึงหารือร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อเด็กและเยาวชนอย่างจริงจัง ในส่วนของความปลอดภัยออนไลน์ กระทรวงศึกษาธิการระบุว่า เด็กไทยในปัจจุบันสามารถเข้าถึงสื่อรุนแรง สื่อลามก และภัยจากการล่อลวงทางดิจิทัลได้ง่ายขึ้น กระทรวงจึงเตรียมเชื่อมระบบการคุ้มครองดังกล่าวเข้ากับศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมหารือกับแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อผลักดันมาตรการด้าน Age Verification และ Safe Mode สำหรับผู้ใช้อายุน้อย รวมถึงบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ ETDA เพื่อดำเนินการกับผู้เผยแพร่สื่ออันตรายที่มุ่งเป้าไปยังเด็กและเยาวชน

“ศธ.จะเชิญทุกภาคส่วนเข้าร่วมออกแบบแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย ทั้งแพทย์ นักวิชาการ ครู ผู้ปกครอง ตัวแทนเด็กและเยาวชน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง “การคุ้มครองเด็ก” และ “การเตรียมเด็กไทยให้พร้อมสำหรับโลกอนาคต” อย่างยั่งยืนต่อไป”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก FOCUSNEWS วันที่ 26 พ.ค.2569 


ศธ.จัดทัพใหญ่ รับมือเด็กติดจอ เชื่อมสุขภาพจิต-คุมสื่ออันตรายออนไลน์ "ปกป้องเด็กควบคู่พัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI" เตรียมออกแนวปฏิบัติภายใน 2 สัปดาห์ศธ.จัดทัพใหญ่รับมือเด็กติดจอเชื่อมสุขภาพจิต-คุมสื่ออันตรายออนไลน์ปกป้องเด็กควบคู่พัฒนาทักษะดิจิทัลและAIเตรียมออกแนวปฏิบัติภายใน2สัปดาห์

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

:: เรื่องปักหมุด ::

การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปี พ.ศ. 2569

การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปี พ.ศ. 2569

เปิดอ่าน 16,940 ☕ 27 พ.ค. 2569

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เดินหน้าสรรหา ผอ.องค์การค้าฯ พร้อมตั้งคณะกรรมการประเมิน "เลขาฯ สกสค."
เดินหน้าสรรหา ผอ.องค์การค้าฯ พร้อมตั้งคณะกรรมการประเมิน "เลขาฯ สกสค."
เปิดอ่าน 141 ☕ 19 มิ.ย. 2569

สพฐ.ประชาสัมพันธ์การเปิดรับสมัครโครงการโรงเรียนอีโคสคูล ระดับต้น (Eco-School Beginner) รอบการสมัคร ปี 2569
สพฐ.ประชาสัมพันธ์การเปิดรับสมัครโครงการโรงเรียนอีโคสคูล ระดับต้น (Eco-School Beginner) รอบการสมัคร ปี 2569
เปิดอ่าน 246 ☕ 19 มิ.ย. 2569

คู่มือการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน พ.ศ. 2569
คู่มือการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน พ.ศ. 2569
เปิดอ่าน 163 ☕ 19 มิ.ย. 2569

ปลัด ศธ. แจงโอน 53 อัตราให้ ศธจ. ไม่กระทบ สกร. เพราะเป็นอัตราของ สช.ที่ฝากไว้
ปลัด ศธ. แจงโอน 53 อัตราให้ ศธจ. ไม่กระทบ สกร. เพราะเป็นอัตราของ สช.ที่ฝากไว้
เปิดอ่าน 168 ☕ 19 มิ.ย. 2569

"ประเสริฐ" จัดแพ็กเกจงบกู้4แสนล้าน อัปสกิลเด็กไทย ดันพลังงานสะอาด ทะลุพันล้าน
"ประเสริฐ" จัดแพ็กเกจงบกู้4แสนล้าน อัปสกิลเด็กไทย ดันพลังงานสะอาด ทะลุพันล้าน
เปิดอ่าน 193 ☕ 19 มิ.ย. 2569

สมศ. ขานรับนโยบาย เสมา 2 ชูยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการประเมินสถานศึกษา ด้วยนวัตกรรมดิจิทัล มุ่งผลสัมฤทธิ์เชิงพัฒนา
สมศ. ขานรับนโยบาย เสมา 2 ชูยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการประเมินสถานศึกษา ด้วยนวัตกรรมดิจิทัล มุ่งผลสัมฤทธิ์เชิงพัฒนา
เปิดอ่าน 249 ☕ 19 มิ.ย. 2569

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

"จันผา" ไม้ประดับฟอร์มสวย เลี้ยงง่ายไว้แต่งสวน
"จันผา" ไม้ประดับฟอร์มสวย เลี้ยงง่ายไว้แต่งสวน
เปิดอ่าน 11,397 ครั้ง

กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ. ๒๕๕๕
กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ. ๒๕๕๕
เปิดอ่าน 15,964 ครั้ง

7 รายชื่อ นวนิยายเข้ารอบสุดท้ายซีไรต์ 2552
7 รายชื่อ นวนิยายเข้ารอบสุดท้ายซีไรต์ 2552
เปิดอ่าน 16,722 ครั้ง

ยาปฏิชีวนะ
ยาปฏิชีวนะ
เปิดอ่าน 18,391 ครั้ง

FOCUS ประเด็นจาก PISA : การศึกษาเวียดนาม: ทำไมนักเรียนจึงมีผลการประเมินสูง
FOCUS ประเด็นจาก PISA : การศึกษาเวียดนาม: ทำไมนักเรียนจึงมีผลการประเมินสูง
เปิดอ่าน 35,247 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ