ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมความรู้ทั่วไป  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ออมทองให้นักเรียนรู้จักคุณค่าของเงิน เริ่มต้นง่าย ๆ ที่บ้าน


ความรู้ทั่วไป 20 มิ.ย. 2568 (06:46 น.)

676

views
Advertisement

ออมทองให้นักเรียนรู้จักคุณค่าของเงิน เริ่มต้นง่าย ๆ ที่บ้าน

ในยุคที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องการปลูกฝังนิสัยการออมให้กับเด็กนักเรียนตั้งแต่ยังเล็กเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามโดยเฉพาะการออมในรูปแบบของ"ทองคำ"ที่ไม่เพียงแต่สอนให้รู้จักคุณค่าของเงินแต่ยังช่วยให้เด็กเข้าใจการลงทุนเบื้องต้นได้ด้วยเช่นกันหนึ่งในวิธีการออมที่กำลังได้รับความนิยมคือ“การออมทอง”ซึ่งนอกจากจะเป็นการเก็บเงินในรูปแบบที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลาแล้ว ยังช่วยสร้างความตื่นตัวให้กับเด็ก ๆ ได้อีกด้วย เพราะทองคำเป็นสิ่งที่จับต้องได้และมีมูลค่าจริง

ทำไมถึงควรสอนเด็กให้ออมทอง?

การออมทองไม่ได้จำกัดแค่ผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังเหมาะกับเด็กนักเรียนด้วย เพราะ…

  • เรียนรู้การออมอย่างเป็นระบบ : ฝึกวินัยและความสม่ำเสมอในการออม
  • มองเห็นเป้าหมายชัดเจน : เด็กจะได้เรียนรู้การตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ เช่น ออมครบ 1 กรัม
  • เข้าใจเรื่องมูลค่าและการลงทุน : รู้ว่าทองคำสามารถมีราคาขึ้น-ลงได้ เป็นการปูพื้นฐานเรื่องการเงินในอนาคต
  • สร้างความภูมิใจ : เมื่อเก็บครบตามเป้าหมาย จะรู้สึกว่าความพยายามมีความหมาย

เริ่มต้นง่าย ๆ ที่บ้าน ด้วยวิธีเหล่านี้

การเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องมีทุนเยอะ พ่อแม่สามารถสอนให้เด็กเริ่มต้นออมทองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ดังนี้

1.สร้างกระปุกออมทองส่วนตัว

ให้เด็กได้มี “กระปุกทอง” เป็นของตัวเอง หรือทำเป็นบันทึกเงินออมที่ใส่ทุกวัน เช่น วันละ 10 บาท เพื่อเก็บไปซื้อทองในอนาคต การมี "กระปุกออมทอง" เฉพาะตัวสำหรับเด็ก จะช่วยสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ และกระตุ้นให้เกิดความสนใจในการออมมากขึ้น โดยสามารถใช้วิธีเหล่านี้ได้

  • ให้ลูกตกแต่งกระปุกเอง เช่น วาดรูปทองคำแท่ง หรือติดสติ๊กเกอร์คำว่า "เป้าหมายทองคำ"
  • กำหนดว่าแต่ละวันจะใส่เงินกี่บาท เช่น วันละ 10 บาท จากค่าขนมที่เหลือ
  • ใช้แผ่นตารางติดผนังบ้าน ว่าใส่เงินครบกี่วันแล้ว เพื่อสร้างภาพรวมของความพยายาม

ผลลัพธ์ : เด็กจะเรียนรู้เรื่อง “ความสม่ำเสมอ” และเห็นผลลัพธ์ของความพยายามทุกวันอย่างชัดเจน

2.แนะนำให้รู้จักทองคำ

เด็ก ๆ อาจเคยเห็นทองคำจากเครื่องประดับของพ่อแม่หรือในโฆษณา แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงมีค่า การให้ข้อมูลเบื้องต้นในรูปแบบที่เหมาะกับวัยจะช่วยให้เด็กเริ่มเข้าใจว่า “ทอง” คือทรัพย์สินที่มีมูลค่าจริง เล่าให้ฟังว่าทองมีค่าอย่างไร มีกี่ประเภท และทำไมถึงมีราคาสูงขึ้นได้ เป็นการสอนเรื่อง "สินทรัพย์" ให้เข้าใจแบบง่าย ๆ

  • อธิบายง่าย ๆ ว่า ทองมาจากใต้ดิน มีจำกัด และคนทั่วโลกต้องการ
  • ใช้ทองคำแท่งของจริง (หรือดูรูปภาพ/วิดีโอ) เพื่อให้เด็กได้สัมผัสหรือเห็นของจริง
  • เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับทอง เช่น สมัยก่อนใช้แลกของแทนเงิน หรือเป็นสมบัติของกษัตริย์

ผลลัพธ์ : เด็กจะเริ่มเชื่อมโยงทองคำกับ “คุณค่า” และรู้ว่านี่คือของที่มีความหมายมากกว่าความสวยงาม

3.ออมทองออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้

ในยุคดิจิทัล พ่อแม่สามารถใช้เครื่องมือออนไลน์มาช่วยให้การออมทองเป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวที่ไม่สะดวกไปซื้อทองคำแท่งตามร้านทอง ปัจจุบันมีช่องทางให้เลือกมากมาย หนึ่งในนั้นคือ ห้างทองหลีเต้ง ตะกั่วป่า จังหวัดพังงา Leetang.co.th ที่เปิดโอกาสให้เริ่มออมทองได้แม้จะมีเงินเพียงหลักสิบ โดยสามารถฝากเงินเพื่อทยอยสะสมทองได้ทุกเดือน เหมาะกับเด็กนักเรียนที่เริ่มต้นจากเงินค่าขนม

  • ใช้บริการจากแพลตฟอร์มออมทองที่น่าเชื่อถือ เช่น Leetang.co.th ที่สามารถเริ่มต้นออมทองได้แม้มีเงินเพียง 50 บาท
  • เปิดบัญชีออมทองในชื่อลูก (หรือร่วมกันกับพ่อแม่) และเติมเงินทุกสัปดาห์จากค่าขนม
  • ให้ลูกช่วยกรอกข้อมูล หรือดูยอดทองที่สะสมขึ้นในแต่ละเดือน เป็นการสร้างการมีส่วนร่วม

ผลลัพธ์ : เด็กจะเรียนรู้ว่าการออมสามารถทำได้ง่าย สะดวก และสามารถติดตามผลได้ด้วยเทคโนโลยี เหมาะกับยุคปัจจุบัน

4.ตั้งเป้าหมายร่วมกันในครอบครัว

เด็กจะรู้สึกสนุกกับการออมมากขึ้น หากมี “เป้าหมาย” ที่ชัดเจน เช่น “ออมทองให้ได้ครบ 1 กรัมภายใน 3 เดือน” แล้วให้รางวัลเล็ก ๆ เมื่อลูกทำสำเร็จ เป็นการสร้างแรงจูงใจที่ดี

  • วางแผนร่วมกัน เช่น “ถ้าออมได้ครบ 1 กรัม ภายใน 3 เดือน จะได้ไปเที่ยวสวนสนุก”
  • ทำแผนที่เป้าหมายติดไว้ในบ้าน เช่น จากจุดเริ่มต้นไปยังจุดทองคำปลายทาง
  • ให้ลูกมีอิสระในการตัดสินใจ เช่น จะออมวันละกี่บาท จะหักจากค่าขนมเท่าไหร่

ผลลัพธ์ : เด็กจะมีแรงจูงใจในการออม และเริ่มคิดแบบนักวางแผนทางการเงินเล็ก ๆ ที่มีวินัยและมีเป้าหมายชัดเจน

ประโยชน์ของการออมทองสำหรับนักเรียน

การออมทองเป็นมากกว่าการเก็บเงิน เพราะยังสอนบทเรียนชีวิตให้กับเด็กได้อีกหลายข้อ เช่น…

  • วินัยทางการเงิน
  • การอดเปรี้ยวไว้กินหวาน
  • การวางแผนและการบริหารจัดการเงิน
  • ความรู้สึกมั่นคงแม้ยังอายุน้อย

เมื่อโตขึ้น เด็กจะรู้จักวางแผนทางการเงินและเข้าใจคุณค่าของเงินมากขึ้น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิตผู้ใหญ่

สรุป : เริ่มต้นสอนออมทองวันนี้ เพื่ออนาคตที่มั่นคงของลูก

การออมทองไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และไม่จำเป็นต้องรอจนโตถึงจะเริ่มได้ คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้เวลาร่วมกับลูก สอนให้เข้าใจคุณค่าของเงินและทอง ผ่านวิธีง่าย ๆ ที่บ้าน และเลือกใช้แพลตฟอร์มที่ปลอดภัย น่าเชื่อถืออย่าง ห้างทองหลีเต้ง จังหวัดพังงา เพื่อเป็นตัวช่วยในการออมอย่างมีระบบ

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาวิธีออมทองอย่างปลอดภัย ใช้งานง่าย และเหมาะกับทุกวัย โดยเฉพาะเด็กนักเรียน อย่าลืมเข้าไปที่  ห้างทองหลีเต้ง เพื่อเริ่มต้นการออมทองของลูกคุณตั้งแต่วันนี้! 
 

ชุดไทยจิตรลดา โทนสีดำ ตัดเย็บจากผ้าไหมแพรทิพย์ งานละเอียดปราณีต แพทเทิร์นเข้ารูป สวยหรู ทันสมัย #ภาพถ่ายจากสินค้าจริง

฿1,790

https://s.shopee.co.th/8ANnSpUT4P?share_channel_code=6


ออมทองให้นักเรียนรู้จักคุณค่าของเงิน เริ่มต้นง่าย ๆ ที่บ้านออมทองให้นักเรียนรู้จักคุณค่าของเงินเริ่มต้นง่ายที่บ้าน

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

กินแอปเปิ้ล ลดไข้

กินแอปเปิ้ล ลดไข้


เปิดอ่าน 60,935 ครั้ง
วันเกิด มหาตมา คานธี

วันเกิด มหาตมา คานธี


เปิดอ่าน 10,977 ครั้ง
พระคุณแม่  (ตอนที่ 1)

พระคุณแม่ (ตอนที่ 1)


เปิดอ่าน 14,355 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

Toshiba Libretto W100  มินิโน้ตบุ๊ก2จอสัมผัส

Toshiba Libretto W100 มินิโน้ตบุ๊ก2จอสัมผัส

เปิดอ่าน 12,832 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
พิชิตสุขภาพการเงินที่ดีใน 31 วัน
พิชิตสุขภาพการเงินที่ดีใน 31 วัน
เปิดอ่าน 10,390 ☕ คลิกอ่านเลย

มารู้จัก Flower Ball กันเถอะ
มารู้จัก Flower Ball กันเถอะ
เปิดอ่าน 27,526 ☕ คลิกอ่านเลย

กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน
กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน
เปิดอ่าน 23,486 ☕ คลิกอ่านเลย

IE8 ครองตำแหน่งบราวเซอร์ที่มีผู้ใช้มากที่สุด
IE8 ครองตำแหน่งบราวเซอร์ที่มีผู้ใช้มากที่สุด
เปิดอ่าน 11,416 ☕ คลิกอ่านเลย

CBD และ THC ในพืชกัญชา คืออะไร?
CBD และ THC ในพืชกัญชา คืออะไร?
เปิดอ่าน 3,626 ☕ คลิกอ่านเลย

10 ข้อดีของฟองน้ำ ที่มากกว่าแค่ใช้ล้างจาน
10 ข้อดีของฟองน้ำ ที่มากกว่าแค่ใช้ล้างจาน
เปิดอ่าน 14,309 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ประโยชน์ของโหระพา
ประโยชน์ของโหระพา
เปิดอ่าน 3,233 ครั้ง

ง่ายๆ นวดกดจุดฝ่าเท้าบำบัดโรคความดันโลหิตสูง
ง่ายๆ นวดกดจุดฝ่าเท้าบำบัดโรคความดันโลหิตสูง
เปิดอ่าน 12,888 ครั้ง

นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 - 2565
นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 - 2565
เปิดอ่าน 21,739 ครั้ง

เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา
เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา
เปิดอ่าน 49,313 ครั้ง

คลิปการ์ตูน ก-ฮ แบบเอาฮา พล็อตเรื่องดี
คลิปการ์ตูน ก-ฮ แบบเอาฮา พล็อตเรื่องดี
เปิดอ่าน 22,257 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ