ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

สพฐ.โชว์ความสำเร็จ "คอนเน็กซ์อีดี" ลดความเหลื่อมล้ำพัฒนาคุณภาพคนได้จริง


ข่าวการศึกษา 10 ก.ค. 2566 เวลา 06:55 น.

7,784

views
Advertisement

สพฐ.โชว์ความสำเร็จ "คอนเน็กซ์อีดี" ลดความเหลื่อมล้ำพัฒนาคุณภาพคนได้จริง

“อัมพร” ปลื้มโครงการ “คอนเน็กซ์อีดี” ลดความเหลื่อมล้ำ-พัฒนาคุณภาพคนได้จริง เผยก้าวต่อไปรุมพัฒนาโรงเรียนเป้าหมายที่ สพฐ.ปักหมุดไว้ ว่า เป็นโรงเรียนที่จะยกระดับคุณภาพ

เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงการดำเนินโครงการคอนเน็กซ์อีดี (CONNEXT ED) ว่า นับตั้งแต่ปี 2559 กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดทำ “โครงการโรงเรียนประชารัฐ” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมขับเคลื่อนและยกระดับการศึกษาของประเทศไทย โดยมีจุดเน้นพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและหลักสูตร ภาคเอกชน สนับสนุน ด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี เสริมทักษะวิชาการ และทักษะอาชีพ และ ภาคประชาสังคม ให้การสนับสนุนเกี่ยวกับกรอบแนวคิดในการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา จากนั้นในปี 2563 คณะทำงานโครงการได้เปลี่ยนชื่อเป็น “โครงการคอนเน็กซ์อีดี” ปัจจุบันมี ภาครัฐ 3 หน่วยงาน ภาคเอกชน 44 หน่วยงาน และภาคประชาสังคม แบ่งกันร่วมพัฒนาโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย รวม 5,567 โรงเรียน ในจำนวนนี้เป็นโรงเรียนสังกัด สพฐ. 5,544 โรงเรียน

เลขาธิการ สพฐ. กล่าวต่อไปว่า ผลการดำเนินโครงการ พบว่า การมีภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่มีต้นทุนที่พร้อมมาสนับสนุนส่งเสริมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเข้ามาร่วมและเป็นพี่เลี้ยงให้แก่โรงเรียน ทำให้เกิดคุณภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดย

1.ด้านคุณภาพผู้เรียน ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น มีความรู้ มีทักษะด้านอาชีพ มีทักษะการคิด คิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ มีคุณธรรม จริยธรรม และสามารถดำรงชีวิตตามบริบทอย่างมีความสุข

2. ด้านผู้สอนและผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษามีภาวะผู้นำ มีการบริหารแบบทีมงาน ส่วนครูพัฒนาตนเองโดยการเข้ารับการศึกษาอบรม จัดกิจกรรมการสอนที่มีรูปแบบหลากหลาย ผู้บริหารและครู นำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารและการสอน

3. ด้านหลักสูตรและการสอน นั้น สถานศึกษามีการพัฒนาหลักสูตรสนองต่อความต้องการของผู้เรียน เช่น หลักสูตรอาชีพ นำแนวคิดของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาบูรณาการในสาระการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

4.ด้านโครงสร้างพื้นฐาน มีการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ วัสดุอุปกรณ์ พร้อมทั้งสื่อเทคโนโลยีการเรียนรู้ที่หลากหลายเพียงพอต่อจำนวนผู้เรียน พัฒนาและปรับอาคารเรียน อาคารประกอบการที่เอื้อต่อการเรียนการสอน โดยได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณที่เพียงพอ ส่งผลให้การพัฒนาผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้น และ

5. ด้านการมีส่วนร่วม ภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนา มีการกำหนดเป้าหมายพัฒนา การวางแผนสู่การปฏิบัติ มีการติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่อง และมีวิทยากร ปราชญ์ชาวบ้านให้ความร่วมมือ โดยการให้ความรู้และการฝึกปฏิบัติแก่ผู้บริหาร ครู และผู้เรียน

ดร.อัมพร กล่าวอีกว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ถือเป็นความสำเร็จ เป็นไปตามวิสัยทัศน์และพันธกิจของโครงการฯที่กำหนดไว้ คือ ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพคน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจะเป็นการสร้างเยาวชนที่สามารถดึงศักยภาพของตนเองออกมาให้เป็นทั้งคนดีและคนเก่ง จากความสำเร็จนี้ สพฐ.ได้ทำการศึกษาวิจัยการดำเนินงานของภาคเอกชนผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียน ในรูปแบบต่างๆ เพื่อหานวัตกรรมนำไปขยายผลสู่โรงเรียนในสังกัด สพฐ.เสร็จเรียบร้อยแล้วจำนวน 17 เรื่อง และนำไปจะเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษาในเร็วๆนี้

“ส่วนการดำเนินงานในก้าวต่อไปคณะทำงานโครงการได้หารือกันแล้ว ว่า ต่อไปถ้าโครงการจะเพิ่มสถานศึกษาแห่งใหม่ หรือ เอกชนจะไปขับเคลื่อนในพื้นที่ใด ก็จะเลือกโรงเรียนที่เป็นเป้าหมายที่ สพฐ.ปักหมุดไว้ว่าเป็นโรงเรียนที่จะยกระดับคุณภาพ เพื่อไปสู่สถานศึกษาคุณภาพที่ออกแบบไว้ โดยรุมช่วยกันทำงานในโรงเรียนนั้น เช่น 1 โรงเรียนอาจจะมีหลายบริษัทไปช่วย สพฐ.ก็จะงบฯลงไป ซึ่งจะทำให้เกิดพลังเข้มแข็งขึ้น ยกให้มีคุณภาพ และสามารถช่วยโรงเรียนอื่นๆที่อยู่ข้างเคียงที่ไม่ได้ปักหมุด ให้ได้มาใช้ทรัพยากรที่โรงเรียนคุณภาพนี้ร่วมกัน เช่น ใช้ครูเก่งๆ ใช้เทคโนโลยีดีๆ ใช้ห้องสมุด และสนามกีฬาดีๆ ที่มีประสิทธิภาพร่วมกัน เพราะสุดท้ายแล้วด้วยจำนวนเด็กที่เกิดลดลง การคมนาคมสะดวกขึ้น โรงเรียนในสังกัด สพฐ. ก็ควรจะเหลือไม่เกิน 10,000 โรงเรียน และเป็นโรงเรียนคุณภาพอย่างแท้จริง” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก เดลินิวส์ วันที่ 10 กรกฎาคม 2566 


สพฐ.โชว์ความสำเร็จ "คอนเน็กซ์อีดี" ลดความเหลื่อมล้ำพัฒนาคุณภาพคนได้จริงสพฐ.โชว์ความสำเร็จคอนเน็กซ์อีดีลดความเหลื่อมล้ำพัฒนาคุณภาพคนได้จริง

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

:: เรื่องปักหมุด ::

กระทรวงศึกษาธิการประกาศรายชื่อนักเรียน นักศึกษา และสถานศึกษา รับรางวัลพระราชทาน-รางวัลชมเชย ประจำปีการศึกษา 2568

กระทรวงศึกษาธิการประกาศรายชื่อนักเรียน นักศึกษา และสถานศึกษา รับรางวัลพระราชทาน-รางวัลชมเชย ประจำปีการศึกษา 2568

เปิดอ่าน 2,017 ☕ 4 ก.ค. 2569

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สพฐ.เปิดรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ม.1 และ ม.4 ปีการศึกษา 2570
สพฐ.เปิดรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ม.1 และ ม.4 ปีการศึกษา 2570
เปิดอ่าน 260 ☕ 21 ก.ค. 2569

"สมใจ" ประกาศ 3 ภารกิจ ฟื้น สกสค. ชูครูเป็นศูนย์กลาง เร่งแก้หนี้-ยกระดับสวัสดิการ
"สมใจ" ประกาศ 3 ภารกิจ ฟื้น สกสค. ชูครูเป็นศูนย์กลาง เร่งแก้หนี้-ยกระดับสวัสดิการ
เปิดอ่าน 264 ☕ 21 ก.ค. 2569

"ประเสริฐ" ร่วมคณะนายกฯ เยือนปักกิ่ง ลงนาม MOU ไทย-จีน ปูทางประยุกต์ใช้ AI เพื่อการศึกษาอย่างยั่งยืน
"ประเสริฐ" ร่วมคณะนายกฯ เยือนปักกิ่ง ลงนาม MOU ไทย-จีน ปูทางประยุกต์ใช้ AI เพื่อการศึกษาอย่างยั่งยืน
เปิดอ่าน 120 ☕ 21 ก.ค. 2569

สพฐ.ประกาศผลคัดเลือก "โรงเรียนต้นแบบลูกเสือ" ประจำปี 2569 รวม 48 โรงเรียนทั่วประเทศ
สพฐ.ประกาศผลคัดเลือก "โรงเรียนต้นแบบลูกเสือ" ประจำปี 2569 รวม 48 โรงเรียนทั่วประเทศ
เปิดอ่าน 5,098 ☕ 20 ก.ค. 2569

ก.ค.ศ. เดินหน้ากำหนดแนวทางประเมินผลงานทางวิชาการ สร้างมาตรฐานการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา
ก.ค.ศ. เดินหน้ากำหนดแนวทางประเมินผลงานทางวิชาการ สร้างมาตรฐานการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา
เปิดอ่าน 1,903 ☕ 19 ก.ค. 2569

ศธ.เดินหน้าพัฒนา "Education Super App" รวมบริการการศึกษาไว้ในแอปเดียว คาดเปิดใช้ภายในสิ้นปี 2569
ศธ.เดินหน้าพัฒนา "Education Super App" รวมบริการการศึกษาไว้ในแอปเดียว คาดเปิดใช้ภายในสิ้นปี 2569
เปิดอ่าน 308 ☕ 19 ก.ค. 2569

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

12 สุขลักษณะ การนอนที่ดี
12 สุขลักษณะ การนอนที่ดี
เปิดอ่าน 12,517 ครั้ง

3 จุดหมายยอดฮิตที่คนไทยต้องทำประกันเดินทางก่อนไปเที่ยว
3 จุดหมายยอดฮิตที่คนไทยต้องทำประกันเดินทางก่อนไปเที่ยว
เปิดอ่าน 14,493 ครั้ง

สมาร์ทบอร์ด คืออะไร ข้อควรรู้ที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง
สมาร์ทบอร์ด คืออะไร ข้อควรรู้ที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง
เปิดอ่าน 8,203 ครั้ง

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2555
กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2555
เปิดอ่าน 36,438 ครั้ง

"e-Learning" บทเรียนออนไลน์ กับสิ่งที่ผู้เรียนควรรู้
"e-Learning" บทเรียนออนไลน์ กับสิ่งที่ผู้เรียนควรรู้
เปิดอ่าน 22,128 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ