ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > สธ.เผยผลสำรวจ "ไอคิว" เด็ก ป.1 สูงขึ้นเกินค่ามาตรฐาน ส่วน "อีคิว" อยู่ระดับปกติ เร่งพัฒนากลุ่มขาดโอกาส
สธ.เผยผลสำรวจ "ไอคิว" เด็ก ป.1 สูงขึ้นเกินค่ามาตรฐาน ส่วน "อีคิว" อยู่ระดับปกติ เร่งพัฒนากลุ่มขาดโอกาส
ข่าวการศึกษา โพสต์เมื่อวันที่ : 11 พ.ค. 2565 เปิดอ่าน : 1,730 ครั้ง
☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน
Advertisement

สธ.เผยผลสำรวจ "ไอคิว" เด็ก ป.1 สูงขึ้นเกินค่ามาตรฐาน ส่วน "อีคิว" อยู่ระดับปกติ เร่งพัฒนากลุ่มขาดโอกาส
Advertisement

กระทรวงสาธารณสุข เผยผลสำรวจระดับไอคิว-อีคิว เด็กไทยชั้น ป.1 ปี 2564 พบมีไอคิวเฉลี่ย 102.8 สูงขึ้นจากปี 2559 และเกินค่ามาตรฐานที่ 100 ตั้งเป้าพัฒนาให้ถึง 103 ภายในปี 2570 และยังพบเด็กที่ฉลาดมาก ไอคิวเกิน 130 ถึง 10.4%

กระทรวงสาธารณสุข เผยผลสำรวจระดับไอคิว-อีคิว เด็กไทยชั้น ป.1 ปี 2564 พบมีไอคิวเฉลี่ย 102.8 สูงขึ้นจากปี 2559 และเกินค่ามาตรฐานที่ 100 ตั้งเป้าพัฒนาให้ถึง 103 ภายในปี 2570 และยังพบเด็กที่ฉลาดมาก ไอคิวเกิน 130 ถึง 10.4% ส่วนกลุ่มไอคิวบกพร่องพบ 4.2% สูงกว่ามาตรฐาน ขณะที่อีคิวอยู่ในเกณฑ์ปกติ 83.4% เดินหน้าเพิ่มศักยภาพเด็กไทย โดยเฉพาะกลุ่มด้อยโอกาส ให้พร้อมเป็นพลเมืองศตวรรษที่ 21

วันนี้ (10 พฤษภาคม 2565) ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต แถลงผลการสำรวจไอคิว อีคิวเด็กไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปี 2564 ภายในงาน “เดินหน้า...สร้างเด็กไทยไอคิวดี” พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลที่ร่วมดำเนินงานพัฒนาเด็กไทยและพัฒนาสติปัญญาเด็กไทยดีเด่น จำนวน 18 รางวัล

นายอนุทิน กล่าวว่า จากการสำรวจระดับสติปัญญาและความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ประจำปี 2564 ทั่วประเทศ พบว่า มีระดับสติปัญญา (ไอคิว) เฉลี่ย 102.8 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติและผ่านเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ที่กำหนดให้เด็กไทยมีไอคิวไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 100 และเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2559 พบว่า เด็กไทยมีไอคิวเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 4.5 จุด ส่วนเด็กที่ไอคิวต่ำกว่า 90 ลดลงจาก 31.8% เหลือ 21.7% สะท้อนความสำเร็จจากความร่วมมือของทุกฝ่ายในการพัฒนาเด็กไทยให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ อย่างไรก็ตาม ยังมีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีไอคิวในเกณฑ์บกพร่อง ต่ำกว่า 70 อยู่ถึง 4.2% ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานสากลที่กำหนดให้ไม่เกิน 2% แสดงว่ายังมีเด็กกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยที่ส่งผลต่อสติปัญญาในช่วงแรกเกิดถึง 5 ปี ซึ่งพบในกลุ่มขาดโอกาสทางสังคม เช่น ครอบครัวที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ เด็กที่เกิดจากมารดาวัยรุ่น ครอบครัวขาดความพร้อมในการเลี้ยงดูเด็กขณะที่ตั้งครรภ์

สำหรับเด็กที่มีระดับสติปัญญาในเกณฑ์ฉลาดมาก คือ ไอคิวมากกว่า 130 พบสูงถึง 10.4% เป็นผลจากได้รับการส่งเสริมศักยภาพอย่างเต็มที่จากครอบครัวและสังคม ซึ่งทุกหน่วยงานควรนำมาเป็นต้นแบบในการพัฒนาให้ครอบคลุมทั้งประเทศ ส่วนผลสำรวจความฉลาดทางอารมณ์ (อีคิว) พบอยู่ในเกณฑ์ปกติ 83.4% แสดงว่าเด็กยังมีความสามารถในการรู้จัก เข้าใจ ควบคุมอารมณ์ สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ เอาชนะอุปสรรคในชีวิต และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเหมาะสม ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อความสำเร็จและความสุขในอนาคต

“การที่เด็กไทยมีระดับไอคิวสูงขึ้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทานแนวทางแก้ปัญหาขาดแคลนสารไอโอดีนในเด็ก ทำให้เด็กมีพัฒนาการสมวัยมากขึ้น จึงขอให้กรมสุขภาพจิตและกรมอนามัยเพิ่มเรื่องความรอบรู้ด้านไอโอดีนให้แก่ อสม. เพื่ออธิบายต่อกับชาวบ้านถึงความสำคัญในการให้เด็กได้บริโภคอาหารที่มีสารไอโอดีน” นายอนุทินกล่าว

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า ช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการสำรวจระดับสติปัญญาเด็กไทยต่อเนื่อง เพื่อติดตามสถานการณ์และวางแผนพัฒนาเด็กและเยาวชน ซึ่งการสำรวจครั้งก่อนหน้าในปี 2559 พบว่า เด็กระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีระดับสติปัญญาหรือไอคิวเฉลี่ยเท่ากับ 98.2 แม้จะอยู่ในเกณฑ์ปกติแต่ยังต่ำกว่าค่ามาตรฐานสากลที่ 100 แต่การสำรวจครั้งล่าสุดปี 2564 มีค่าเฉลี่ยเกินระดับ 100 แล้ว ถือเป็นทิศทางที่ดีได้ตั้งเป้าที่พัฒนาระดับสติปัญญาเฉลี่ยของเด็กไทยให้ถึง 103 ในปี 2570 โดยผลการสำรวจในปี 2564 จะให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผน กำหนดเป้าหมาย เพื่อผลักดันให้มีการพัฒนาและส่งเสริมสติปัญญาและความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กไทยในทุกจังหวัดอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม นำไปสู่ผลลัพธ์คือ เด็กไทยมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย มีศักยภาพและวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่เหมาะสม และเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของประเทศต่อไป

ด้าน พญ.หญิงอัมพร กล่าวว่า การศึกษาครั้งนี้ยังมีข้อมูลครบถ้วน 61 จังหวัด ได้แจ้งพื้นที่เพื่อนำไปใช้ประโยชน์แล้ว ส่วนอีก 16 จังหวัด เนื่องจากสถานการณ์ของโรคโควิด 19 ทำให้การสำรวจข้อมูลไม่ครบถ้วน และแม้ครอบครัวไทยจะต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคมหลายด้าน แต่เด็กไทยยังมีอีคิวอยู่ในเกณฑ์ปกติถึง 83.4% ซึ่งเด็กที่มีอีคิวดีจะมีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ตนเอง สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ เอาชนะปัญหาอุปสรรคในชีวิต และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะพัฒนาและค้นคว้าแนวทางส่งเสริมศักยภาพขอเด็กไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในครอบครัวที่ขาดโอกาสทางสังคม ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเสริมสร้างพัฒนาการและสติปัญญาของเด็กให้พร้อมมุ่งสู่การเป็นพลเมืองในศตวรรษที่ 21 ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย ส่งเสริมอนามัยแม่และเด็ก และพัฒนาการที่สมวัยทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม

ที่มา เว็บไซต์รัฐบาลไทย 10 พฤษภาคม 2565

ด้านเว็บไซต์ไทยโพสต์ ได้นำเสนอข่าว ดังนี้

สธ.สำรวจไอคิวเด็ก ป.1 พบมีเด็ก 10.4% ฉลาดล้ำ ไอคิวมากกว่า 130 ส่วนค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 102.8

10 พ.ค.65- ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต แถลงผลการสำรวจไอคิว อีคิวเด็กไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปี 2564ภายในงาน “เดินหน้า…สร้างเด็กไทยไอคิวดี” พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลที่ร่วมดำเนินงานพัฒนาเด็กไทยและพัฒนาสติปัญญาเด็กไทยดีเด่น จำนวน 18 รางวัล

นายอนุทิน กล่าวว่า จากการสำรวจระดับสติปัญญาและความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ประจำปี 2564 ทั่วประเทศ พบว่า มีระดับสติปัญญา (ไอคิว) เฉลี่ย 102.8 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติและผ่านเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ที่กำหนดให้เด็กไทยมีไอคิวไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 100 และเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2559 พบว่า เด็กไทยมีไอคิวเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 4.5 จุด ส่วนเด็กที่ไอคิวต่ำกว่า 90 ลดลงจาก 31.8% เหลือ 21.7% สะท้อนความสำเร็จจากความร่วมมือของทุกฝ่ายในการพัฒนาเด็กไทยให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ อย่างไรก็ตาม ยังมีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีไอคิวในเกณฑ์บกพร่อง ต่ำกว่า 70 อยู่ถึง 4.2% ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานสากลที่กำหนดให้ไม่เกิน 2% แสดงว่ายังมีเด็กกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยที่ส่งผลต่อสติปัญญาในช่วงแรกเกิดถึง 5 ปี ซึ่งพบในกลุ่มขาดโอกาสทางสังคม เช่น ครอบครัวที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ เด็กที่เกิดจากมารดาวัยรุ่น ครอบครัวขาดความพร้อมในการเลี้ยงดูเด็กขณะที่ตั้งครรภ์

สำหรับเด็กที่มีระดับสติปัญญาในเกณฑ์ฉลาดมาก คือ ไอคิวมากกว่า 130 พบสูงถึง 10.4% เป็นผลจากได้รับการส่งเสริมศักยภาพอย่างเต็มที่จากครอบครัวและสังคม ซึ่งทุกหน่วยงานควรนำมาเป็นต้นแบบในการพัฒนาให้ครอบคลุมทั้งประเทศ ส่วนผลสำรวจความฉลาดทางอารมณ์ (อีคิว) พบอยู่ในเกณฑ์ปกติ 83.4% แสดงว่าเด็กยังมีความสามารถในการรู้จัก เข้าใจ ควบคุมอารมณ์ สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ เอาชนะอุปสรรคในชีวิต และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเหมาะสม ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อความสำเร็จและความสุขในอนาคต

“การที่เด็กไทยมีระดับไอคิวสูงขึ้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทานแนวทางแก้ปัญหาขาดแคลนสารไอโอดีนในเด็ก ทำให้เด็กมีพัฒนาการสมวัยมากขึ้น จึงขอให้กรมสุขภาพจิตและกรมอนามัยเพิ่มเรื่องความรอบรู้ด้านไอโอดีนให้แก่ อสม.เพื่ออธิบายต่อกับชาวบ้านถึงความสำคัญในการให้เด็กได้บริโภคอาหารที่มีสารไอโอดีน” นายอนุทินกล่าว

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า ช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการสำรวจระดับสติปัญญาเด็กไทยต่อเนื่อง เพื่อติดตามสถานการณ์และวางแผนพัฒนาเด็กและเยาวชน ซึ่งการสำรวจครั้งก่อนหน้าในปี 2559 พบว่าเด็กระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีระดับสติปัญญาหรือไอคิวเฉลี่ยเท่ากับ 98.2 แม้จะอยู่ในเกณฑ์ปกติแต่ยังต่ำกว่าค่ามาตรฐานสากลที่ 100 แต่การสำรวจครั้งล่าสุดปี 2564 มีค่าเฉลี่ยเกินระดับ 100 แล้ว ถือเป็นทิศทางที่ดีได้ตั้งเป้าที่พัฒนาระดับสติปัญญาเฉลี่ยของเด็กไทยให้ถึง 103 ในปี 2570 โดยผลการสำรวจในปี 2564 จะให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผน กำหนดเป้าหมาย เพื่อผลักดันให้มีการพัฒนาและส่งเสริมสติปัญญาและความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กไทยในทุกจังหวัดอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม นำไปสู่ผลลัพธ์คือ เด็กไทยมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย มีศักยภาพและวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่เหมาะสม และเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของประเทศต่อไป

ด้าน พญ.หญิงอัมพร กล่าวว่า การศึกษาครั้งนี้ยังมีข้อมูลครบถ้วน 61 จังหวัด ได้แจ้งพื้นที่เพื่อนำไปใช้ประโยชน์แล้ว ส่วนอีก 16 จังหวัด เนื่องจากสถานการณ์ของโรคโควิด 19 ทำให้การสำรวจข้อมูลไม่ครบถ้วน และแม้ครอบครัวไทยจะต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคมหลายด้าน แต่เด็กไทยยังมีอีคิวอยู่ในเกณฑ์ปกติถึง 83.4% ซึ่งเด็กที่มีอีคิวดีจะมีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ตนเอง สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ เอาชนะปัญหาอุปสรรคในชีวิต และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะพัฒนาและค้นคว้าแนวทางส่งเสริมศักยภาพของเด็กไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในครอบครัวที่ขาดโอกาสทางสังคม ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเสริมสร้างพัฒนาการและสติปัญญาของเด็กให้พร้อมมุ่งสู่การเป็นพลเมืองในศตวรรษที่ 21 ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย ส่งเสริมอนามัยแม่และเด็ก และพัฒนาการที่สมวัยทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก ไทยโพสต์ วันที่ 10 พฤษภาคม 2565 


Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์การทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ครั้งที่ 1/2565

คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์การทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ครั้งที่ 1/2565
เปิดอ่าน 7,224 ครั้ง
ประกาศผลสอบ O-NET ป.6 ปีการศึกษา 2564

ประกาศผลสอบ O-NET ป.6 ปีการศึกษา 2564
เปิดอ่าน 12,235 ครั้ง
หน่วยงาน ตำแหน่งไหน "อยู่หรือยุบ" ตามร่าง พรบ.การศึกษา บ้าง

หน่วยงาน ตำแหน่งไหน "อยู่หรือยุบ" ตามร่าง พรบ.การศึกษา บ้าง
เปิดอ่าน 17,304 ครั้ง
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 2/2565 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 2/2565 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565
เปิดอ่าน 19,314 ครั้ง
ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กทม.ครั้งที่ 1/2564 (ประกาศ 7 กุมภาพันธ์ 2565)

ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กทม.ครั้งที่ 1/2564 (ประกาศ 7 กุมภาพันธ์ 2565)
เปิดอ่าน 21,386 ครั้ง
ก.ค.ศ.ออกแนวทางการดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (ภาค ค) ในสถานการณ์โควิด-19

ก.ค.ศ.ออกแนวทางการดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (ภาค ค) ในสถานการณ์โควิด-19
เปิดอ่าน 10,665 ครั้ง
ว11/2565 ข้อกำหนดตามระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564

ว11/2565 ข้อกำหนดตามระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564
เปิดอ่าน 8,558 ครั้ง
รายชื่อสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่รับการประกันคุณภาพภายนอก ระยะที่ 1 การประเมิน SAR และรายชื่อผู้ประเมินภายนอก ครั้งที่ 1 (1/2565)

รายชื่อสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่รับการประกันคุณภาพภายนอก ระยะที่ 1 การประเมิน SAR และรายชื่อผู้ประเมินภายนอก ครั้งที่ 1 (1/2565)
เปิดอ่าน 11,484 ครั้ง
ประกาศผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (Reading Test: RT) ป.1 ปีการศึกษา 2564

ประกาศผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (Reading Test: RT) ป.1 ปีการศึกษา 2564
เปิดอ่าน 13,008 ครั้ง
ด่วนที่สุด! การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ สังกัด สพฐ. ปี พ.ศ.2565

ด่วนที่สุด! การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ สังกัด สพฐ. ปี พ.ศ.2565
เปิดอ่าน 12,100 ครั้ง
คุรุสภาจัดประกวด "คลิปวิดีโอ" ส่งเสริมจรรยาบรรณของวิชาชีพทางการศึกษา หัวข้อ "ครูรักเด็ก…เด็กรักครู" ชิงเงินรางวัลรวม 128,000 บาท

คุรุสภาจัดประกวด "คลิปวิดีโอ" ส่งเสริมจรรยาบรรณของวิชาชีพทางการศึกษา หัวข้อ "ครูรักเด็ก…เด็กรักครู" ชิงเงินรางวัลรวม 128,000 บาท
เปิดอ่าน 7,475 ครั้ง
ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564

ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564
เปิดอ่าน 10,959 ครั้ง
ประกาศผลสอบ O-NET ม.3 ปีการศึกษา 2564 (สอบวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565)

ประกาศผลสอบ O-NET ม.3 ปีการศึกษา 2564 (สอบวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565)
เปิดอ่าน 9,584 ครั้ง
ประกาศผลการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1/2564

ประกาศผลการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1/2564
เปิดอ่าน 7,401 ครั้ง
ประกาศผล OBEC AWARDS ระดับชาติ ครั้งที่ 10 ประจำปีการศึกษา 2563

ประกาศผล OBEC AWARDS ระดับชาติ ครั้งที่ 10 ประจำปีการศึกษา 2563
เปิดอ่าน 13,218 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ว 14/2565 แนวทางการดำเนินการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ประจำปี พ.ศ. 2564
ว 14/2565 แนวทางการดำเนินการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ประจำปี พ.ศ. 2564
เปิดอ่าน 1,155 ☕ 30 มิ.ย. 2565

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
"ปลัดมท." แจงย้ำให้ "พ่อเมืองทั่วปท." หนุนจัดหา "ชุดลูกเสือ-เนตรนารี" นักเรียนขาดแคลน ไม่ใช้งบราชการ
"ปลัดมท." แจงย้ำให้ "พ่อเมืองทั่วปท." หนุนจัดหา "ชุดลูกเสือ-เนตรนารี" นักเรียนขาดแคลน ไม่ใช้งบราชการ
เปิดอ่าน 433 ☕ 1 ก.ค. 2565

ว 14/2565 แนวทางการดำเนินการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ประจำปี พ.ศ. 2564
ว 14/2565 แนวทางการดำเนินการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ประจำปี พ.ศ. 2564
เปิดอ่าน 1,155 ☕ 30 มิ.ย. 2565

ศธ.ออกแนวปฏิบัติ หักเงิน "ช.พ.ค./ช.พ.ส." เพิ่มสภาพคล่องเพื่อการชำระหนี้
ศธ.ออกแนวปฏิบัติ หักเงิน "ช.พ.ค./ช.พ.ส." เพิ่มสภาพคล่องเพื่อการชำระหนี้
เปิดอ่าน 1,674 ☕ 30 มิ.ย. 2565

ศธ.ย้ำผู้เข้าสอบข้าราชการตำแหน่ง 38ค(2) เชื่อมั่นในระบบ วอนอย่าหลงเชื่อการวิ่งเต้น
ศธ.ย้ำผู้เข้าสอบข้าราชการตำแหน่ง 38ค(2) เชื่อมั่นในระบบ วอนอย่าหลงเชื่อการวิ่งเต้น
เปิดอ่าน 403 ☕ 30 มิ.ย. 2565

กบข. ร่วมกับ ออมสิน จัดโปรโมชันเพื่อสมาชิก กบข. ในโครงการสินเชื่อสวัสดิการสู้ภัยโควิด คิดดอกเบี้ยถูก งวดผ่อนต่ำ ไม่ต้องใช้บุคคลค้ำ
กบข. ร่วมกับ ออมสิน จัดโปรโมชันเพื่อสมาชิก กบข. ในโครงการสินเชื่อสวัสดิการสู้ภัยโควิด คิดดอกเบี้ยถูก งวดผ่อนต่ำ ไม่ต้องใช้บุคคลค้ำ
เปิดอ่าน 1,480 ☕ 29 มิ.ย. 2565

"ตรีนุช" ชี้เป็นเรื่องดีที่ มท.สั่งผู้ว่าฯช่วยสนับสนุนชุดลูกเสือเนตรนารี
"ตรีนุช" ชี้เป็นเรื่องดีที่ มท.สั่งผู้ว่าฯช่วยสนับสนุนชุดลูกเสือเนตรนารี
เปิดอ่าน 504 ☕ 29 มิ.ย. 2565

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ทฤษฎีบทขิองปิทาโกรัส
ทฤษฎีบทขิองปิทาโกรัส
เปิดอ่าน 45,243 ครั้ง

สถิติน่ารู้....นอนกรน
สถิติน่ารู้....นอนกรน
เปิดอ่าน 14,682 ครั้ง

จุดธูปกี่ดอกบอกอะไร?
จุดธูปกี่ดอกบอกอะไร?
เปิดอ่าน 67,954 ครั้ง

นานาไอเดีย แปลงยางรถยนต์เก่า มาใช้อย่างเก๋ไก๋ ทำไว้ใช้เองที่บ้าน/ที่โรงเรียน หรือทำขายเป็นอาชีพเสริมก็ได้
นานาไอเดีย แปลงยางรถยนต์เก่า มาใช้อย่างเก๋ไก๋ ทำไว้ใช้เองที่บ้าน/ที่โรงเรียน หรือทำขายเป็นอาชีพเสริมก็ได้
เปิดอ่าน 20,687 ครั้ง

รายงานการวิจัย สถานภาพการประยุกต์ใช้ ICT เพื่อการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานรองรับการปฏิรูปการศึกษ
รายงานการวิจัย สถานภาพการประยุกต์ใช้ ICT เพื่อการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานรองรับการปฏิรูปการศึกษ
เปิดอ่าน 19,926 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ