ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ศธ.-สธ.สู้โอมิครอนชี้รร.ต้องปิดเป็นแห่งสุดท้าย สพฐ.ขอเปิดออนไซต์ในจังหวัดที่ไม่มีการระบาด


ข่าวการศึกษา 10 ม.ค. 2565 เวลา 13:33 น.

5,270

views
Advertisement

ศธ.-สธ.สู้โอมิครอนชี้รร.ต้องปิดเป็นแห่งสุดท้าย สพฐ.ขอเปิดออนไซต์ในจังหวัดที่ไม่มีการระบาด

ศธ.ผนึกสธ.สู้โอมิครอน ชี้ รร.ต้องปิดเป็นแห่งสุดท้าย สพฐ.ขอเปิดออนไซต์ในจังหวัดที่ไม่มีการระบาด พร้อมระดมฉีดวัคซีนเด็กอายุ 5-11 ปีปลายเดือน ม.ค.นี้

เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีการเสวนา “โอมิครอน ร้ายจริงหรือ? ถึงต้องปิดโรงเรียน” โดยน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ชี้แจงถึงนโยบายความปลอดภัย ในสถานศึกษา การปรับการจัดการเรียนรู้ทุกรูปแบบ (5 on) เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ทุกที่ ทุกสถานการณ์ และการเตรียมความพร้อมที่จะเปิด On Site ของทุกโรงเรียน อย่างปลอดภัย โดยความร่วมมือของ ศธ.กับ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ว่า ขณะนี้มีการแพร่ระบาดของ “โอมิครอน (Omicron)” เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ศธ. ได้เปิดโอกาสให้แต่ละสถานศึกษาสามารถเลือกรูปแบบการจัดการเรียนการที่เหมาะสมกับบริบทของการแพร่ระบาดในพื้นที่แล้ว สำหรับสถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนแบบ On-Site ทุกแห่ง ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC) 6 มาตรการเสริม (SSET-CQ) และแนวทาง 7 มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษาอย่างเคร่งครัด

รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ได้เร่งรัดการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ครูเป็นลำดับต้นๆ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 และฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ให้เด็กอายุ 12-18 ปี ซึ่งข้อมูลการวัคซีนโควิด-19 และการเปิดเรียนแบบ On-Site ของ ศธ. ณ วันที่ 8 มกราคม 2565 มีดังนี้ ครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ประสงค์รับวัคซีน 982,427 คน ได้รับวัคซีนเข็ม 1 แล้ว 99.99% เข็ม 2 แล้ว 78.11% ส่วนนักเรียนผู้ประสงค์รับวัคซีน 4,320,130 คน ได้รับวัคซีนเข็ม 1 แล้ว 94.76% เข็ม 2 แล้ว 69.52% และขณะนี้รัฐบาลก็ได้ส่งเสริมให้มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็ม 3 กันแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาการปิดประเทศ lock down นำมาสู่การปิดโรงเรียน ทำให้เด็กสูญเสียโอกาสในการเรียนรู้ ศธ.จึงต้องจัดรูปแบบการศึกษาที่หลากหลาย แต่ที่สุดแล้ว ศธ.ก็พบว่า รูปแบบการเรียนรู้ที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก คือ การมาโรงเรียน ดังนั้น การปิดโรงเรียนจึงไม่ใช่มาตรการหลักของเรา ขณะนี้มีสถานศึกษาในสังกัด ศธ.เปิด On-Site 18,672 แห่ง จากทั้งหมด 35,172 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 53.09 และจากการที่ดิฉันได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาหลายแห่งทั่วทุกภูมิภาค สิ่งหนึ่งที่พบคือ สถานศึกษาได้มีการปรับตัวและกวดขันในเรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดกันเป็นอย่างดี

ด้าน นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า อัตราการติดเชื้อในเด็กอาจเพิ่มขึ้นจากเดิม แต่อัตราการป่วยและรุนแรงยังเท่าเดิม รวมถึงอัตราการเสียชีวิตยังคงที่ เพราะผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตส่วนใหญ่มาจาก7กลุ่มโรคเสี่ยงแลผู้สูงอายุ และยังไม่ได้รับวัคซีน แต่ในเด็กเรายังไม่เจอว่าเด็กติดเชื้อแล้วเสียชีวิตแต่อย่างใด ส่วนเด็กวัยไหนที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดนั้นเราพบว่า เด็กติดเชื้อเร็วแต่ความรุนแรงไม่มาก อีกทั้งการติดเชื้อรุนแรงในเด็กจะเกิดกับเด็กในกลุ่มโรคเสี่ยง เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง เป็นต้น ขณะที่เด็กกลุ่มอายุ 12 ปีขึ้นไปได้รับวัคซีนแล้วกว่า 4 ล้านคน ซึ่งคิดว่าเด็กกลุ่มนี้มีภูมิคุ้มกันรุนแรงของโรคได้ ส่วนเด็กอายุระหว่าง 5-11 ปีได้เตรียมความพร้อมการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ไว้หมดแล้วระหว่างสธ.กับศธ. โดยเป็นโด๊สเฉพาะสำหรับเด็กเล็กกลุ่มนี้เราวางแผนปลายเดือนม.ค. ได้เริ่มฉีดได้ ซึ่งขณะนี้มีผู้ปกครองยินยอมให้ฉีดวัคซีนในกลุ่มเด็กอายุ 5-11 ปีมีอยู่ประมาณ 3 ล้านคน ส่วนการเรียนออนไซต์หรือการเรียนที่โรงเรียนปกตินั้นตนมองว่า เราได้มีการหารือร่วมกับทีมนักวิชาการจากสธ.และศธ.เห็นควรให้เปิดเรียน เพราะสถานศึกษาเป็นที่แห่งสุดท้ายที่ควรจะปิดหากมีการระบาดของโรคเกิดขึ้น เนื่องจากสถานที่อื่นๆยังเปิดได้ตามปกติ แต่เรากลับมานั่งปิดโรงเรียน ทั้งที่โรงเรียนเป็นสถานที่ที่สามารถทำตามมาตรการได้ดีกว่าสถานที่เสี่ยงอื่นๆ ดังนั้นตนหวังว่าหน่วยงานทีเกี่ยวข้องจะพิจารณาการเปิดสถานศึกษาได้ อย่างไรก็ตามเราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับโรคนี้ให้ได้ และที่สำคัญต้องสร้างเกราะป้องกันด้วยการฉีดวัคซีน สวมใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดความรุนแรงของโรค

Advertisement

ขณะที่ ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. กล่าวว่า สำหรับการฉีดวัคซีนกลุ่มเด็กอายุ 5-11 ปี อยู่ในระบบการศึกษาของศธ. 5,200,000 ล้านคน ตนได้มอบให้ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ประสานกับผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ในการสำรวจกลุ่มเด็กจำนวนดังกล่าว ซึ่งข้อมูลล่าสุดมี 33 จังหวัดที่ผู้ปกครองยินยอมให้บุตรหลานฉีดวัคซีน ประมาณ 71% ส่วนที่เหลือยังไม่ให้ความยินยอมในการฉีดวัคซีน แต่เราไม่กังวลเพราะเชื่อมั่นว่าเมื่อเด็กที่เข้ารับการฉีดวัคซีนแล้วเห็นเพื่อนไม่มีอาการข้างเคียงก็จะลงทะเบียนฉีดวัคซีนเพิ่มเติมภายหลังได้

ด้าน นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ส่วนการเรียนออนไลน์ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใย โดยกำชับศธ.ดูแลการเรียนการสอนออนไลน์ให้ดีนั้น โดยนายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเรื่องอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ไม่เพียงพอ ซึ่งศธ.จะเข้าไปเติมให้เด็กมีความพร้อมในการเรียนออนไลน์ได้อย่างไร รวมถึงการเรียนออนไลน์อาจทำให้เด็กขาดปฎิสัมพันธ์การทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ดังนั้นการเรียนออนไลน์ที่มีคุณภาพคือครูผู้สอนต้องให้เด็กงดการเรียนผ่านจอให้น้อยที่สุด และฝึกปฏิบัติได้มากขึ้น สำหรับการเปิดเรียนออนไซต์สภาพความจริงไม่ได้แพร่ระบาดทุกพื้นที่ในจังหวัด แต่บางจังหวัดระบาดแค่ตัวอำเภอเท่านั้น สพฐ.มองว่าควรจะอนุมัติให้อำเภอหรือตำบลอื่นๆ ที่ไม่ได้มีการระบาดเปิดเรียนได้ตามปกติ เพื่อโอกาสการเรียนรู้ของเด็กอย่างเต็มที่ ซึ่งตนไม่อยากให้ใช้กติกาเดียวทั้งจังหวัด แต่ควรพิจารณาในระดับอำเภอหรือตำบลด้วย โดยมอบหมายให้เขตพื้นที่ไปหารือกับ ศบค.จังหวัด และสาธารณสุขจังหวัดแล้ว

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก เดลินิวส์ วันที่ 10 มกราคม 2565

 


ศธ.-สธ.สู้โอมิครอนชี้รร.ต้องปิดเป็นแห่งสุดท้าย สพฐ.ขอเปิดออนไซต์ในจังหวัดที่ไม่มีการระบาดศธ.-สธ.สู้โอมิครอนชี้รร.ต้องปิดเป็นแห่งสุดท้ายสพฐ.ขอเปิดออนไซต์ในจังหวัดที่ไม่มีการระบาด

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

Advertisement


:: เรื่องปักหมุด ::

สพฐ.มีคำสั่งย้ายและแต่งตั้ง "รอง ผอ.สพท." 9 ราย มีผลตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2569

สพฐ.มีคำสั่งย้ายและแต่งตั้ง "รอง ผอ.สพท." 9 ราย มีผลตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2569

เปิดอ่าน 10,840 ☕ 29 ก.ค. 2569

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
รัฐบาลเดินหน้า Thailand Zero Dropout ดึงเด็กหลุดระบบกลับเข้าเรียนแล้วกว่า 3 หมื่นราย พร้อมอนุมัติโฮมสคูล 153 ครอบครัว
รัฐบาลเดินหน้า Thailand Zero Dropout ดึงเด็กหลุดระบบกลับเข้าเรียนแล้วกว่า 3 หมื่นราย พร้อมอนุมัติโฮมสคูล 153 ครอบครัว
เปิดอ่าน 223 ☕ 12 ส.ค. 2569

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ เรื่อง การปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ ตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอ
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ เรื่อง การปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ ตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอ
เปิดอ่าน 550 ☕ 12 ส.ค. 2569

ครม.ไฟเขียวขยายโครงการนมโรงเรียน ถึงนักเรียน ม.1 - ม.3 โรงเรียนขยายโอกาส เริ่มปีการศึกษา 2570
ครม.ไฟเขียวขยายโครงการนมโรงเรียน ถึงนักเรียน ม.1 - ม.3 โรงเรียนขยายโอกาส เริ่มปีการศึกษา 2570
เปิดอ่าน 212 ☕ 12 ส.ค. 2569

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา
เปิดอ่าน 1,119 ☕ 12 ส.ค. 2569

ศธ.เอาจริง! ประกาศ "School Safety Zone" ทั่วประเทศ ตรวจอาวุธ-สัมภาระก่อนเข้าโรงเรียน
ศธ.เอาจริง! ประกาศ "School Safety Zone" ทั่วประเทศ ตรวจอาวุธ-สัมภาระก่อนเข้าโรงเรียน
เปิดอ่าน 269 ☕ 12 ส.ค. 2569

ศธ.ระดมความเห็นแก้ปัญหาโซเชียล-AI กระทบจิตใจผู้เรียน
ศธ.ระดมความเห็นแก้ปัญหาโซเชียล-AI กระทบจิตใจผู้เรียน
เปิดอ่าน 269 ☕ 11 ส.ค. 2569

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

คนไทย80% กินอาหารเกินจำเป็นร่างกาย
คนไทย80% กินอาหารเกินจำเป็นร่างกาย
เปิดอ่าน 11,321 ครั้ง

วันแม่แห่งชาติกับ คำสอนของแม่
วันแม่แห่งชาติกับ คำสอนของแม่
เปิดอ่าน 15,151 ครั้ง

Hyamax Filler คืออะไร? ฟิลเลอร์ใหม่ล่าสุดจากสวิตเซอร์แลนด์
Hyamax Filler คืออะไร? ฟิลเลอร์ใหม่ล่าสุดจากสวิตเซอร์แลนด์
เปิดอ่าน 189 ครั้ง

ประวัติ ความเป็นมาของ "วันเด็กแห่งชาติ"
ประวัติ ความเป็นมาของ "วันเด็กแห่งชาติ"
เปิดอ่าน 26,953 ครั้ง

กระแสแอนตี้ "เด็กแสบ"...ผู้ใหญ่ใจร้ายหรือพ่อแม่รังแกฉัน?
กระแสแอนตี้ "เด็กแสบ"...ผู้ใหญ่ใจร้ายหรือพ่อแม่รังแกฉัน?
เปิดอ่าน 11,540 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ