ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > สพฐ.ยกระดับสมรรถนะดิจิทัล (Digital Competency : DC) สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

สพฐ.ยกระดับสมรรถนะดิจิทัล (Digital Competency : DC) สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 12 เม.ย. 2564 เปิดอ่าน : 6,253 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
สพฐ.ยกระดับสมรรถนะดิจิทัล (Digital Competency : DC) สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

Advertisement

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2564 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) พร้อมด้วยผู้บริหารของ สพฐ. ร่วมประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 4/2564 ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานในการประชุม เพื่อหารือข้อราชการและติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานของ สพฐ. โดยมีหัวข้อการประชุมที่น่าสนใจ อาทิ การประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกสถานที่ (กพฐ. สัญจร) การดำเนินงานตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ความก้าวหน้าการพัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน การกำหนดระดับสมรรถนะดิจิทัล (Digital Competency : DC) สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงเรื่องของการรวมสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน การเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และการเลิกขยายชั้นเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นต้น

ทั้งนี้ นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธาน กพฐ. ได้กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้ที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องการนำนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับการสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่งก็ได้มีการพูดคุยกันว่า ต้องการให้แต่ละโรงเรียนมีคณะทำงานที่ดูแลเรื่องความเสี่ยงภายในสถานศึกษา ซึ่งโรงเรียนของเรายังขาดในเรื่องของคณะกรรมการด้านความเสี่ยงต่างๆ ทั้งในด้านความปลอดภัยของนักเรียน การคุกคาม การละเมิด การทะเลาะวิวาท หรือการกลั่นแกล้งรังแกกัน (Bully) ซึ่งหากเรามีคณะกรรมการด้านความเสี่ยงนี้ เมื่อมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ก็จะมีคณะกรรมการเหล่านี้คอยดูแลให้ เช่น การพาเด็กนักเรียนไปเข้าค่ายลูกเสือ คณะกรรมการก็จะมีการสอบถามครูผู้ดูแล ว่าสถานที่จัดกิจกรรมเป็นอย่างไร เหมาะสมหรือไม่ หากเกิดเหตุต่างๆ ทางโรงเรียนจะมีวิธีการรับมืออย่างไร โดยดูแลความเสี่ยงทุกประเภทที่จะเกิดขึ้นในสถานศึกษา เพื่อทำให้เด็กที่ไปโรงเรียนมีความปลอดภัย และมีความสุขในการเรียน

ต่อมาคือเรื่องของหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยเราได้พูดเรื่องของ Big Block ที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินงานข้อที่ 1 คือตัวชี้วัด หากเราไม่ปรับตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรมให้เห็นสมรรถนะชัดเจน ก็อาจจะเป็นตัวชี้วัดที่มากเกินความจำเป็น ซึ่งครูหลายคนมีความกังวลในส่วนนี้ โดยอาจทำให้เวลาที่จะจัดกิจกรรมการเรียนรู้บางอย่าง ไม่สามารถทำการสอนได้ตามเนื้อหาที่ต้องการจะวัดในแต่ละคาบเรียน ทำให้ครูไม่กล้าที่จะสอนนอกแผนการจัดการเรียนรู้ได้มากนัก ข้อที่ 2 คือระบบการทดสอบ หากเรายังเน้นในเรื่องของการทดสอบอยู่ การที่จะทำให้ครูสนใจเรื่องสมรรถนะก็จะเป็นไปได้ยาก ข้อที่ 3 คือระบบการศึกษาต่อ เรายังขาดการเชื่อมโยงในระดับชั้นต่างๆ ทั้งในชั้น ม.1 ม.4 หรือ ม.6 เข้ามหาวิทยาลัย อย่างเช่นการคัดเลือกเด็กเข้าเรียนในชั้น ม.1 และ ม.4 จะคัดเลือกคนที่มีความรู้ทางวิชาการ แต่ไม่ได้วัดสมรรถนะทางด้านการคิด การสื่อสาร และการวิเคราะห์ เป็นการวัดผลทางวิชาการมากกว่าสมรรถนะที่เกิดขึ้นจริง และข้อที่ 4 คือการเข้าสู่วิทยฐานะของครูและบุคลากรทางการศึกษา หากครูต้องการเลื่อนวิทยฐานะเป็นชำนาญการหรือชำนาญการพิเศษ ก็จะเน้นที่การทำเอกสารเชิงวิชาการมากกว่า ซึ่งครูบางคนถนัดในเรื่องการเขียน แต่บางคนถนัดในเรื่องการลงมือทำมากกว่า ถึงแม้จะมีผลงานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนแต่ก็อาจเขียนได้ไม่ดีเท่าที่ทำจริงก็ได้ ที่ประชุมวันนี้จึงได้มีการพูดคุยกันในเรื่องดังกล่าว เพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไป

“นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของการกำหนดระดับสมรรถนะดิจิทัล (Digital Competency : DC) สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งร่างออกมาได้เป็น 3 ระดับ คือระดับขั้นพื้นฐาน ขั้นกลาง และขั้นสูง โดยขั้นพื้นฐานจะมี 3 ขั้น ขั้นกลาง 2 ขั้น ขั้นสูง 2 ขั้น รวมทั้งสิ้นเป็น 7 ขั้น ซึ่งในแต่ละระดับต้องมีสมรรถนะที่จำเป็นใน 3 ด้าน คือ ความรู้ ทักษะ และการประยุกต์ใช้ โดยทาง กพฐ. ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา และทำการยกร่างตัวนี้จนเสร็จเรียบร้อย ต่อไปก็จะมีการกำหนดว่าในแต่ละระดับต้องมีสมรรถนะที่จำเป็นมากน้อยอย่างไร แล้วจะยกระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ส่วนครูก็จะมี 2 กลุ่ม คือครูที่สอนทางด้านคอมพิวเตอร์และครูที่สอนวิชาทั่วไป ซึ่งหากสามารถทำได้ก็จะช่วยให้ครูในปัจจุบันและครูในอนาคต อย่างเช่นคณะครุศาสตร์หรือคณะศึกษาศาสตร์ที่ผลิตครู สามารถจัดเตรียมนักศึกษาที่เรียนทางด้านครู ให้มุ่งเน้นเข้าไปสู่ทักษะดังกล่าวนี้ได้เลย และยังสามารถเข้ารับการทดสอบที่ศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (ศูนย์ HCEC) ของกระทรวงศึกษาธิการได้ และหากเป็นครูที่ยังเรียนอยู่ในระบบยังไม่จบปริญญาตรี สามารถไปเข้ารับการทดสอบแล้วเชื่อมโยงระดับกับวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาของคุรุสภาได้ หากผ่านการทดสอบของกระทรวงฯแล้ว ไม่จำเป็นต้องสอบของคุรุสภาซ้ำอีก สามารถใช้แทนกันได้เลย” ประธาน กพฐ. กล่าว

 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> สพฐ.ยกระดับสมรรถนะดิจิทัล (Digital Competency : DC) สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน , , สพฐ.ยกระดับสมรรถนะดิจิทัล , (Digital , Competency , : , DC) , สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา , ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เผยผลโหวต ไม่เห็นด้วยนำร่าง พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ... ฉบับรัฐบาลที่ผ่านการตรวจสอบของคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้าสภาฯ☕ 14 พ.ค. 2564
เผยผลโหวต ไม่เห็นด้วยนำร่าง พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ... ฉบับรัฐบาลที่ผ่านการตรวจสอบของคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้าสภาฯ
เปิดอ่าน 26 ครั้ง
เคาะวัน เด็ก ป.1, ม.1 และ ม.4 สอบคัดเลือก-จับสลากเข้าโรงเรียน☕ 14 พ.ค. 2564
เคาะวัน เด็ก ป.1, ม.1 และ ม.4 สอบคัดเลือก-จับสลากเข้าโรงเรียน
เปิดอ่าน 632 ครั้ง
สพฐ.ย้ำการบริหารในสถานการณ์โควิด-19 ให้คำนึงถึงความพร้อมและความปลอดภัยนักเรียนเป็นหลัก☕ 14 พ.ค. 2564
สพฐ.ย้ำการบริหารในสถานการณ์โควิด-19 ให้คำนึงถึงความพร้อมและความปลอดภัยนักเรียนเป็นหลัก
เปิดอ่าน 451 ครั้ง
ศธ. เตรียมตั้งศูนย์บัญชาการด่านหน้า แก้ปัญหาอุปสรรคเรียนการสอนในช่วงโควิด☕ 14 พ.ค. 2564
ศธ. เตรียมตั้งศูนย์บัญชาการด่านหน้า แก้ปัญหาอุปสรรคเรียนการสอนในช่วงโควิด
เปิดอ่าน 278 ครั้ง
"เลขาฯ กพฐ." สั่งผอ.สพท.ทั่วประเทศ สรุปข้อมูลโรงเรียนและวิธีการเรียนการสอนหลังเปิดเทอม☕ 14 พ.ค. 2564
"เลขาฯ กพฐ." สั่งผอ.สพท.ทั่วประเทศ สรุปข้อมูลโรงเรียนและวิธีการเรียนการสอนหลังเปิดเทอม
เปิดอ่าน 912 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ต้นแบบการจัดการศึกษา ประเทศสิงคโปร์ (พากย์ไทย)ต้นแบบการจัดการศึกษา ประเทศสิงคโปร์ (พากย์ไทย)
เปิดอ่าน 9,259 ครั้ง
กาแฟเย็นทำให้อ้วน ให้แคลอรีมากเท่ากับข้าวมื้อใดมื้อหนึ่งกาแฟเย็นทำให้อ้วน ให้แคลอรีมากเท่ากับข้าวมื้อใดมื้อหนึ่ง
เปิดอ่าน 9,661 ครั้ง
"วาสนา" ดีจากไหน ลองดูที่ "เส้นวาสนา" จากลายมือกัน"วาสนา" ดีจากไหน ลองดูที่ "เส้นวาสนา" จากลายมือกัน
เปิดอ่าน 19,926 ครั้ง
อ.เจษฎา ชี้พระนั่งในน้ำเดือด เป็นแค่กลทางวิทยาศาสตร์อ.เจษฎา ชี้พระนั่งในน้ำเดือด เป็นแค่กลทางวิทยาศาสตร์
เปิดอ่าน 12,103 ครั้ง
ความสำคัญและความจำเป็นของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนความสำคัญและความจำเป็นของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน
เปิดอ่าน 37,485 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ