ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ก.ค.ศ.ปรับหลักเกณฑ์ย้ายครู

ก.ค.ศ.ปรับหลักเกณฑ์ย้ายครู

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 19 ธ.ค. 2559 เปิดอ่าน : 76,089 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ก.ค.ศ.ปรับหลักเกณฑ์ย้ายครู

Advertisement

ปลัด ศธ. เผย ที่ประชุม ก.ค.ศ.มีมติปรับหลักเกณฑ์การย้ายข้าราชการครู ชี้ คุณสมบัติผู้ขอย้ายต้องทำงานในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 24 เดือน มอบอำนาจ กศจ.เกลี่ยอัตรากำลังทั้งหมด

วันนี้ (19 ธ.ค.) ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตามที่สำนักงานก.ค.ศ. เสนอ ซึ่งได้มีการปรับปรุงสาระสำคัญใน 7 ประเด็น คือ

1. คุณสมบัติผู้ขอย้ายกรณีปกติ เดิมต้องทำงานในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 24 เดือนนับถึงวันที่ยื่นคำร้องขอย้าย เปลี่ยนมาเป็นให้นับถึงวันสุดท้ายที่กำหนดให้ยื่นคำร้องขอย้ายให้ตรงกัน

2.ระยะเวลาในการยื่นคำร้องขอย้าย เดิมให้ยื่นภายในเดือนมกราคมของทุกปี หลักเกณฑ์ใหม่จะกำหนดเวลาการยื่นที่ชัดเจน โดยให้ยื่นภายในเดือนมกราคม กำหนดเวลาการยื่น จำนวน 15 วัน และให้ยื่นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เพียงที่เดียวเท่านั้น ส่วนจะเป็นช่วงเวลาใดนั้นให้สพฐ. เป็นผู้กำหนด

3.ระยะเวลาการพิจารณาย้าย จะมีการพิจารณา 2 รอบ รอบแรกวันที่ 15 กุมภาพันธ์-15 มีนาคม รอบสอบ วันที่ 15 กันยายน -15 ตุลาคม เพื่อทดแทนอัตราเกษียณให้ทันก่อนเปิดภาคเรียน จากเดิมที่ใช้เวลานานกว่า 3-4 เดือน

ปลัด ศธ.กล่าวต่อไปว่า

4.การกำหนดองค์ประกอบในการย้าย ให้คงองค์ประกอบหลักไว้ตามเดิม แต่กำหนดเพิ่มเติมคือให้สพฐ.กำหนดรายละเอียดตัวชี้วัดและองค์ประกอบ ตามที่ก.ค.ศ.กำหนดให้เป็นองค์ประกอบเดียวกันทั่วประเทศ จากเดิมที่แต่ละพื้นที่จะใช้องค์ประกอบและตัวชี้วัดที่แตกต่างกัน และให้กศจ.พิจารณาย้ายพร้อมกันทุกเขตพื้นที่ฯในภาพรวมของจังหวัด

5. การเกลี่ยอัตรากำลัง ที่ผ่านมา แต่ละเขตพื้นที่จะเกลี่ยอัตรากำลัง ในเขตพื้นที่ฯที่ครูเกินไปเขตพื้นที่ฯที่ครูน้อยได้ยาก แต่หลักเกณฑ์ฯใหม่ให้อำนาจกศจ. ในการพิจารณาเกลี่ยอัตรากำลังทั้งตำแหน่งและเงินเดือนได้ ตามกรอบที่ก.ค.ศ.กำหนด

6.การกำหนดระยะเวลาในการยื่นขอย้าย และ

7.เงื่อนไขการส่งสำนำคำสั่งย้าย ให้คงไว้ตามหลักเกณฑ์ฯเดิม

“การปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายครูฯ ครั้งนี้ เพื่อ ให้สอดคล้องกับบริบทการบริหารงานบุคคลของคณะกรรมการศึกษาธิการ(กศจ.) ให้มีครูไปปฏิบัติการสอนได้ทันก่อนเปิดภาคเรียน สามารถนำตำแหน่งว่างภายหลังการย้าย เพื่อใช้บรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้/ผู้ได้รับการคัดเลือกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้สพฐ.สามารถกำกับดูแลการ ดำเนินการเชิงนโยบายได้อย่างเหมาะสม ทำให้การดำเนินการมีความยืดหยุ่นคล่องตัว ซึ่งต่อไปปฏิทินการย้ายจะมีการกำหนดวันที่ชัดเจน โดยจะเริ่มใช้หลักเกณฑ์ใหม่ในการย้ายครูเดือนมกราคม 2560 ” ดร.ชัยพฤกษ์กล่าว และว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังรับทราบ กรณีที่ คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ( คปร.)ได้แจ้งมติ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นขอบยกเว้นเงื่อนไขการจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา ปี2558 คืนให้กับโรงเรียนประถมและโรงเรียนขยายโอกาสทีมีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 120 ขึ้นไป จากเดิมที่กำหนดกรอบอยู่ที่ 250 คน ทำให้สพฐ.ได้ครูคืนกลับมาจำนวน 1,085 อัตรา ใน 922 โรงเรียน


ขอบคุณที่มาจาก เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม 2559

ด้านกลุ่มสารนิเทศ สอ.สป. ก็ได้นำเสนอข่าวนี้เช่นกัน ดังนี้

ก.ค.ศ.มีมติปรับปรุงหลักเกณฑ์การย้ายครู

ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 12/2559 เมื่อวันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม 2559 ณ ห้องประชุม 5 ชั้น 1 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

ที่ประชุมพิจารณาการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยได้นำเสนอ 4 หลักเกณฑ์ ได้แก่ ปรับให้สอดคล้องกับบริบทของการบริหารงานบุคคลของ กศจ., เพื่อให้มีครูไปปฎิบัติการสอนทันก่อนเปิดภาคเรียน, เพื่อให้สามารถนำตำแหน่งว่างภายหลังการย้าย มาใช้บรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันและผู้ได้รับคัดเลือก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้ สพฐ. สามารถกำกับดูแลการดำเนินงานเชิงนโยบายได้อย่างเหมาะสม และทำให้การดำเนินการมีความยืดหยุ่นคล่องตัว โดยมีสาระสำคัญอยู่ 7 ประเด็น คือ

1. คุณสมบัติของผู้ขอย้ายกรณีปกติ เดิมกำหนดให้ “ปฏิบัติงานสอนในสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันไม่น้อยกว่า 24 เดือนนับถึงวันที่คำขอ” เปลี่ยนเป็น “...นับถึงวันสุดท้ายที่กำหนดให้ยื่นคำร้องขอย้าย”

2. ระยะเวลาการยื่นคำร้องขอย้าย ปรับเป็น ให้ยื่นคำร้องขอย้ายปีละ 1 ครั้งเช่นเดิม ภายในเดือนมกราคม มีกำหนด 15 วัน ซึ่ง สพฐ.จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบกำหนดปฏิทินการยื่นคำร้องขอย้ายให้ตรงกันทั่วประเทศ

3. ระยะเวลาการพิจารณาย้าย กำหนดให้มี 2 ครั้ง คือครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 15 มีนาคม เพื่อให้มีครูไปปฏิบัติงานสอนทันกับการเปิดภาคเรียน และครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 15 กันยายน ถึงวันที่ 15 ตุลาคม เพื่อสามารถบรรจุและแต่งตั้งทดแทนอัตรากำลังเกษียณอายุราชการได้อย่างรวดเร็ว

4. การกำหนดองค์ประกอบการย้าย เดิมดูจากองค์ประกอบ 7 เรื่อง เช่น ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ลำดับสถานศึกษาที่ขอย้าย เวลาที่ดำรงตำแหน่ง ความยากลำบากในการปฏิบัติงาน เหตุผลการขอย้าย ความอาวุโส ความเห็นกรรมการสถานศึกษา เป็นต้น ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าควรคง 7 องค์ประกอบนี้ไว้ดังเดิม แต่ที่ผ่านมาพบว่าแต่ละจังหวัดมีตัวชี้วัดและคะแนนพิจารณาแตกต่างกัน ที่ประชุมจึงมอบหมายให้ สพฐ. กำหนดรายละเอียดของตัวชี้วัดและองค์ประกอบในการย้าย ตามกรอบของ ก.ค.ศ. เพื่อใช้เป็นเกณฑ์เดียวกันทั้งประเทศ โดยจะกำหนดรายละเอียดให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้

5. การเกลี่ยอัตรากำลัง ที่ผ่านมาพบว่าในจังหวัดเดียวกัน แต่ละพื้นที่จะเกลี่ยอัตรากำลังจากเขตที่ครูเกินไปเขตที่ครูน้อยได้ยาก ที่ประชุมจึงมีมติเป็นแนวปฏิบัติว่า ให้อำนาจ กศจ.ในการเกลี่ยทั้งตำแหน่งละอัตราเงินเดือนได้ตามกรอบที่ ก.ค.ศ. กำหนด ส่วนการย้ายเพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ของราชการ ให้เป็นอำนาจของศึกษาธิการจังหวัดเสนอ

6. การกำหนดระยะเวลาการส่งคำร้องขอย้าย ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จตามปฏิทินที่ สพฐ.กำหนด

7. เงื่อนไขการส่งสำเนาคำสั่งย้าย ต้องแจ้งผลการย้ายภายใน 7 วัน

 


นอกจากนี้ คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ได้แจ้งมติ ครม.เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 เห็นชอบการงดเว้นเงื่อนไขการจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อ 2558 คืนให้กับโรงเรียนประถมและโรงเรียนขยายโอกาสที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 120 คนขึ้นไป จากเดิมกำหนดไว้ที่ 250 คน ส่งผลให้ สพฐ.ได้ครูคืนมา 1,085 อัตรา ในจำนวนโรงเรียน 922 โรงเรียน เพื่อมาบรรจุแต่งตั้งต่อไป

ปารัชญ์/สรุป  กิตติกร/ภาพ

ที่มา เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ 20 ธ.ค.2559

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ก.ค.ศ.ปรับหลักเกณฑ์ย้ายครู , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สพฐ.ประกาศรายชื่อสถานศึกษาในเขตพื้นที่พิเศษ☕ 28 ก.ย. 2564
สพฐ.ประกาศรายชื่อสถานศึกษาในเขตพื้นที่พิเศษ
เปิดอ่าน 1,269 ครั้ง
ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 9 ราย (15 ก.ย.64)☕ 28 ก.ย. 2564
ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 9 ราย (15 ก.ย.64)
เปิดอ่าน 2,011 ครั้ง
สพฐ. ซักซ้อมความเข้าใจฉีดวัคซีนนักเรียน เผยไม่บังคับไปรร. หากผู้ปกครองกังวล ให้ลูกเรียนออนไลน์ได้☕ 22 ก.ย. 2564
สพฐ. ซักซ้อมความเข้าใจฉีดวัคซีนนักเรียน เผยไม่บังคับไปรร. หากผู้ปกครองกังวล ให้ลูกเรียนออนไลน์ได้
เปิดอ่าน 3,164 ครั้ง
การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการเพชรในตมเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง เข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย รุ่นที่ 31 ปีการศึกษา ☕ 21 ก.ย. 2564
การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการเพชรในตมเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง เข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย รุ่นที่ 31 ปีการศึกษา
เปิดอ่าน 4,729 ครั้ง
ด่วนที่สุด เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. และตำแหน่ง รอง ผอ.สพท.☕ 21 ก.ย. 2564
ด่วนที่สุด เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. และตำแหน่ง รอง ผอ.สพท.
เปิดอ่าน 8,852 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

10 อันดับของผลไม้ที่มี "วิตามินอี" สูง10 อันดับของผลไม้ที่มี "วิตามินอี" สูง
เปิดอ่าน 37,398 ครั้ง
"ปฏิรูปการสอบครูผู้ช่วย ถึงเวลาหรือยัง?" : ควันหลงสอบครูผู้ช่วย"ปฏิรูปการสอบครูผู้ช่วย ถึงเวลาหรือยัง?" : ควันหลงสอบครูผู้ช่วย
เปิดอ่าน 138,320 ครั้ง
ประวัติการผลิตเบียร์ประวัติการผลิตเบียร์
เปิดอ่าน 9,788 ครั้ง
จดหมายฉบับที่ 52 ถึงนายกรัฐมนตรี+รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจดหมายฉบับที่ 52 ถึงนายกรัฐมนตรี+รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 9,668 ครั้ง
ช่วยครูสอนเลขให้เด็กสนุก ด้วยสื่อดิจิตอลคณิตศาสตร์ระดับประถมช่วยครูสอนเลขให้เด็กสนุก ด้วยสื่อดิจิตอลคณิตศาสตร์ระดับประถม
เปิดอ่าน 22,293 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com

แนวข้อสอบท้องถิ่น


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ