ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมบทความการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

การศึกษาไทย 2.0


บทความการศึกษา 4 ส.ค. 2559 เวลา 13:34 น.

14,480

views
Advertisement

การศึกษาไทย 2.0

โดย...เสาวรส รณเกียรติ

ใครที่ติดตามข่าวเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จะได้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ที่เป็นผลทั้งจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทำให้ความต้องการสินค้าในตลาดโลกเปลี่ยนไป ช่องทางการทำการค้าก็เปลี่ยนไป กระทบต่อการส่งออกของไทยให้ทรุดต่อเนื่องมา 2-3 ปีแล้ว

นอกจากนี้ เรายังเจอกับการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างรวดเร็ว และคาดเดาการไหลเข้าออกได้ยากลำบากมาก จากการที่ประเทศเศรษฐกิจหลักใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) กันแทบทุกภูมิภาค ทำให้ค่าเงินบาทของไทยผันผวน ยังมีเรื่องราคาน้ำมันที่ลดต่ำลงเกือบ 2 เท่าของระดับราคาที่เคยสูงสุด ฉุดให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ที่เป็นแหล่งรายได้ของเกษตรกรไทยตกต่ำตาม

ภาวะที่ปัจจัยจากต่างประเทศถาโถมเข้ามากระทบกับเศรษฐกิจไทยเช่นนี้ ทำให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องคิดอ่านถึงการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้สามารถรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะถ้าไม่ทำอะไร คนไทยจะมีโอกาสจนลง เพราะรายได้ลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากช่องทางในการหารายได้เข้าประเทศ คือการส่งออกนั้นจะตีบตันเข้าทุกที

โมเดล ไทยแลนด์ 4.0 (Thailand 4.0) จึงถูกคิดค้นขึ้นเพื่อรับมือกับภาวะดังกล่าว โดย สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ อธิบาย ไทยแลนด์ 4.0 ว่า เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยชุดใหม่ ที่จะต้องมีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ เปลี่ยนจากการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ เป็นสินค้าเชิงนวัตกรรม เปลี่ยนจากการขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรม ไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น

พร้อมกับโมเดลนี้ รัฐบาลก็จัดสรรพกำลังเพื่อกระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมให้ผลิตสินค้าเชิงนวัตกรรมให้ได้ ทั้งการสนับสนุนซูเปอร์คลัสเตอร์ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อย่างคลัสเตอร์ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์โทรคมนาคม ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และดิจิทัล เป็นต้น

ไม่เฉพาะอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ รัฐบาลยังให้การสนับสนุนส่งเสริมลงไปถึงธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มีการตั้งกองทุนร่วมทุน การผลักดันให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อ ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลทุ่มเทอย่างมากในการผลักดันไทยแลนด์ 4.0 คือ “เงิน” ทั้งงบประมาณ และเงินกู้ภาครัฐจำนวนมากมาย

แต่ที่ยังไม่เห็นการเคลื่อนไหวเพื่อรองรับการก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 กลับกลายเป็นทรัพยากรมนุษย์ หรือกำลังแรงงานของไทยที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0

เรื่องทรัพยากรมนุษย์ในไทยนั้น มีการพูดถึงมาไม่ต่ำกว่า 4-5 แล้ว ก่อนที่จะมาถึงไทยแลนด์ 4.0 นั้น รัฐบาลไทยก็ถูกองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น ทั้งจี้ไช ทั้งเรียกร้องให้เพิ่มศักยภาพแรงงานให้มีทักษะที่สูงขึ้น เพราะหลายอุตสาหกรรมที่ญี่ปุ่นมาลงทุนในไทย เกิดขาดแคลนแรงงานระดับอาชีวะจำนวนมาก และล่าสุดการแก้ปัญหายังไม่คืบหน้า ไทยยังขาดแรงงานระดับอาชีวะที่มีทักษะการทำงานอยู่อีกกว่า 3.5 หมื่นคน

ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไทยแลนด์ 4.0 ที่ต้องการทรัพยากรบุคคลที่นอกจากจะต้องมีทักษะแล้ว ยังต้องมีความรู้ด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ต้องการคนมีความคิดสร้างสรรค์

เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พูดถึงปัญหานี้ง่ายๆ ได้ใจความดีว่า ประเทศไทยกำลังมุ่งหน้าสู่ Economy 4.0 ด้วย Education 2.0

ผลคือ การศึกษาของไทยไปไม่ทันโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่เราต้องการ และยังไม่สามารถช่วยให้ผู้ที่เรียนจบปรับตัวเข้ากับโลกของการทำงานได้

ที่น่าเจ็บปวดกว่า คือ มีรายงานของธนาคารโลกระบุว่า ประเทศไทยนอกจากจะขาดแคลนแรงงานมีฝีมือ (ยังไม่พูดถึงไทยแลนด์ 4.0) แล้ว ยังพบว่า ผลทดสอบนานาชาติ PISA ออกมาพบว่า 1 ใน 3 ของเด็กไทยที่อายุ 15 ปี รู้หนังสือไม่เพียงพอที่จะใช้งานได้ และเด็กเวียดนามเริ่มแซงหน้าเด็กไทยด้านการศึกษาไปถึง 1.5 ปี

ขณะที่องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่สำรวจพบว่า นายจ้างขององค์กรในศตวรรษที่ 21 คาดหวังให้พนักงานในองค์กรมีทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) และความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) มากที่สุด

ประเด็นเรื่องเด็กไทย 1 ใน 3 รู้หนังสือไม่พอที่จะใช้งานได้ และความคาดหวังของนายจ้างในศตวรรษที่ 21 ทำให้พอจะเห็นได้รางๆ ว่า การก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่ในระยะเริ่มต้นจะต้องเริ่มจากการลงทุนจากต่างประเทศก่อนนั้น มีโอกาสเป็นไปได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะการดึงนักลงทุนต่างประเทศมาลงทุนในซูเปอร์คลัสเตอร์ ที่เป็นอุตสาหกรรมอนาคต ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ ก็ยิ่งต้องใช้ทรัพยากรมนุษย์ที่ใช้ระบบการศึกษายุคใหม่เข้ามารองรับ

ไม่เช่นนั้น เมื่อนักลงทุนต่างประเทศมาเจอทรัพยากรบุคคลในไทยที่มีปัญหา 2 ประเด็นดังกล่าว ก็ต้องชะงัก และถอยห่างประเทศไทยไปอย่างช่วยไม่ได้

ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าไทยแลนด์ 4.0 จะเป็นเป้าหมายที่ถูกทิศของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยุคใหม่ แต่ไส้ในของไทยแลนด์ 4.0 ในเรื่องทรัพยากรบุคคลนั้น ถือว่ายังหลวมโพรกเพรก และยังไม่รู้ว่ารัฐบาลจะลงมาแก้ปัญหาหรือรื้อโครงสร้างการศึกษาของไทยได้เมื่อไหร่

ตอนนี้จึงได้แต่รอฟังคำตอบไปเรื่อยๆ ก่อน

 

 

ขอบคุณที่มาจาก โพสต์ทูเดย์ 02 สิงหาคม 2559

 


การศึกษาไทย 2.0การศึกษาไทย2.0

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

เงินเดือนเป็นความลับ

เงินเดือนเป็นความลับ


เปิดอ่าน 25,967 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษา ?

ปฏิรูปการศึกษา ?


เปิดอ่าน 9,592 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

การศึกษาปัญหาที่แก้ไม่ตก

การศึกษาปัญหาที่แก้ไม่ตก

เปิดอ่าน 9,834 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
การสอนภาษาอังกฤษ ในสพฐ. จุดอ่อนที่ควรคำนึง
การสอนภาษาอังกฤษ ในสพฐ. จุดอ่อนที่ควรคำนึง
เปิดอ่าน 17,473 ☕ คลิกอ่านเลย

ซุปเปอร์บอร์ดการศึกษา-ปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียน ความต่อเนื่องทางนโยบาย?
ซุปเปอร์บอร์ดการศึกษา-ปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียน ความต่อเนื่องทางนโยบาย?
เปิดอ่าน 11,303 ☕ คลิกอ่านเลย

สร้างความรู้ใหม่ คือหัวใจปฏิรูปการศึกษา : เสรี พงศ์พิศ
สร้างความรู้ใหม่ คือหัวใจปฏิรูปการศึกษา : เสรี พงศ์พิศ
เปิดอ่าน 11,535 ☕ คลิกอ่านเลย

หมดยุค"ปริญญาแปะฝาบ้าน"!! "ทักษะอาชีพ-ชีวิต"สำคัญกว่า?
หมดยุค"ปริญญาแปะฝาบ้าน"!! "ทักษะอาชีพ-ชีวิต"สำคัญกว่า?
เปิดอ่าน 430,578 ☕ คลิกอ่านเลย

นัยสำคัญยุทธศาสตร์การศึกษาในพลวัตศตวรรษที่ 21 สู่การเป็นประชาคมอาเชียน อย่างยั่งยืนสำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานไทย
นัยสำคัญยุทธศาสตร์การศึกษาในพลวัตศตวรรษที่ 21 สู่การเป็นประชาคมอาเชียน อย่างยั่งยืนสำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานไทย
เปิดอ่าน 4,902 ☕ คลิกอ่านเลย

การศึกษาในกะลา
การศึกษาในกะลา
เปิดอ่าน 12,649 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

5 เหตุผลที่ควรซื้อรองเท้าแบรนด์เนมไว้ใช้งาน
5 เหตุผลที่ควรซื้อรองเท้าแบรนด์เนมไว้ใช้งาน
เปิดอ่าน 2,351 ครั้ง

ประโยชน์และสรรพคุณทางยาของกระเทียม
ประโยชน์และสรรพคุณทางยาของกระเทียม
เปิดอ่าน 20,958 ครั้ง

ไอเดียการจัดตกแต่งบ้านต้อนรับปีใหม่
ไอเดียการจัดตกแต่งบ้านต้อนรับปีใหม่
เปิดอ่าน 57,709 ครั้ง

รู้หรือยัง? เจ้าของเสียงประกาศบน BTS คือใคร
รู้หรือยัง? เจ้าของเสียงประกาศบน BTS คือใคร
เปิดอ่าน 11,178 ครั้ง

การเลือกใช้โปรแกรมเงินเดือนสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
การเลือกใช้โปรแกรมเงินเดือนสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
เปิดอ่าน 6,293 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ