ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > สรุปประเด็น การประชุม Video Conference กับผู้ว่าราชการจังหวัด ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา

สรุปประเด็น การประชุม Video Conference กับผู้ว่าราชการจังหวัด ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 5 เม.ย. 2559 เปิดอ่าน : 7,629 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
สรุปประเด็น การประชุม Video Conference กับผู้ว่าราชการจังหวัด ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา

Advertisement

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมประชุมขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ผ่านระบบ Video Conference เมื่อวันจันทร์ที่ 4 เมษายน 2559 ณ ห้องประชุม 1 โดยมีผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการภาค 1-18 ผู้บริหารองค์กรหลัก และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมประชุม

 

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อต้องการสื่อสารทำความเข้าใจกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาตามคำสั่งของ คสช. โดยมีประเด็นเร่งด่วนที่ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการคือ การเร่งให้เกิด กศจ. เพื่อให้มีคณะกรรมการครบองค์ประกอบในการพิจารณาเรื่องเร่งด่วนให้เสร็จภายในเดือนเมษายนนี้

จึงได้ขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินงานในเรื่องต่างๆ ดังนี้

- ทำความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของ กศจ.

ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

1) การบริหารการศึกษา ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะช่วยให้เกิดการประสานงานและบูรณาการการศึกษาในทุกแท่งในจังหวัด ตลอดจนช่วยกำกับ ดูแลการขับเคลื่อนนโยบายในพื้นที่ และเสนอแนะปัญหาในพื้นที่ให้คณะกรรมการขับเคลื่อนทราบได้ด้วย

2) การบริหารงานบุคคล ซึ่งจะดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาเดิม คือเรื่องการบรรจุแต่งตั้ง เรื่องวินัย และเรื่องความดีความชอบ ยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติงานในโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่านั้น ซึ่งทุกอย่างมีกฎกติกาอยู่แล้ว

- คัดเลือกผู้แทน 3 ส่วนเป็นกรรมการ

ซึ่งได้กำหนดให้มีคณะกรรมการ กศจ.ที่มาจากการคัดสรรของผู้ว่าราชการจังหวัดจำนวน 7 ราย จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดคัดเลือกผู้แทนจากบัญชีรายชื่อที่กระทรวงศึกษาธิการจัดส่งให้ เพื่อเป็นคณะกรรมการดำเนินงานเป็นการชั่วคราวในช่วง 3 เดือนแรก โดยกรรมการสามารถดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 จังหวัดต่อคน ประกอบด้วย

1) ผู้แทนภาคประชาชน จำนวน 2 ราย โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเลือกผู้แทนประชาชนจากบัญชีรายชื่อที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชนของสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีอยู่แล้วจังหวัดละ 4 ราย แต่ได้หมดวาระการดำรงตำแหน่งไปแล้ว เพื่อให้กลับมาเป็นคณะกรรมการนี้

2) ผู้แทนข้าราชการครู จำนวน 2 ราย ซึ่งได้มอบเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานรวบรวมรายชื่อครูที่มีคุณสมบัติเหมาะสม อาทิ จะต้องเป็นครูสายผู้สอนและปฏิบัติการสอนในจังหวัดนั้นอย่างต่ำเป็นเวลา 10 ปี, ต้องเป็นครูที่มีประวัติที่ดีและเป็นที่ยอมรับ

3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ราย ให้เลือกจากบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิและมีความรู้ จำนวน 475 ที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ส่งให้


- 5 ภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการภายในเดือนเมษายนนี้

1) การประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา และการจัดสรรโอกาสเข้าศึกษาต่อระหว่างสถานศึกษาที่อยู่ในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ ก่อนเปิดภาคเรียนไม่น้อยกว่า 1 ปี (ลงนามในประกาศภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2559)

2) คำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน

3) การย้ายครู ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบรายชื่อย้ายที่เป็นมติคณะอนุกรรมการกลั่นกรองชุดเดิมไปก่อน ที่จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของ กศจ. ทั้งนี้เพื่อต้องการเร่งดำเนินการให้ทันเวลา เป็นขวัญกำลังใจแก่ครู และไม่ให้ครูเสียสิทธิ์จากคำสั่งของ คสช.ในครั้งนี้ จากนั้นในเดือนตุลาคมนี้ เมื่อเกิดคณะอนุกรรมการกลั่นกรองของ กศจ.แล้ว ก็จะสามารถดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเต็มรูปแบบได้ทันที

4) การเรียกบรรจุจากบัญชีที่สอบขึ้นบัญชีไว้ ซึ่งจะต้องดำเนินการบรรจุครูในอัตราที่ว่างให้แล้วเสร็จภายในปลายเดือนเมษายนนี้ โดยได้มอบให้ สพฐ.ไปสำรวจบัญชีสอบทั้งหมดแล้ว ในเบื้องต้นส่วนใหญ่จะหมดอายุในช่วงปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคมนี้ จึงต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนหมดอายุ ในส่วนของโรงเรียนที่ยังขาดครูจำนวนมากนั้น เป็นอีกหน้าที่หนึ่งที่ กศจ.จะต้องลงไปดูแลและเร่งดำเนินการต่อไป

5) การจัดสอบครูผู้ช่วย

 

- ประเด็นที่ต้องสร้างความเข้าใจให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา

ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยสื่อสารสร้างความเข้าใจให้กับข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา เกี่ยวกับข้อมูลในประเด็นต่างๆ ที่ไม่เป็นความจริงในหลายเรื่อง ได้แก่ การเปลี่ยนตำแหน่งครูเป็นพนักงานราชการ, การโอนย้ายครูไปอยู่ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.), ครูจะไม่มีเงินวิทยฐานะ, ครูไม่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะถูกยุบให้เหลือจังหวัดละเขต, การยกเลิกโครงการเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ครอบครัว (ช.พ.ค.) และโครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกคุรุสภา (ช.พ.ส.) นอกจากนี้ยังมีหลายประเด็นที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง อาทิ ผู้บริหารโรงเรียนจะถูกประเมินโดยคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ซึ่งในความเป็นจริงผู้อำนวยการโรงเรียนจะเป็นผู้ประเมินครู, การให้มีโรงเรียนเอกชนเกิดขึ้นในทุกตำบล ในเรื่องนี้จะให้เป็นไปตามความพร้อมของเอกชนซึ่งจะเป็นผู้ลงทุนด้านการศึกษาเอง เป็นต้น

 

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่าจากการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ว่าราชการจังหวัดในครั้งนี้ มีความเชื่อว่าแนวทางการดำเนินงานของ กศจ. สอดคล้องกับการดำเนินงานและบูรณาการการทำงานในแต่ละจังหวัดอยู่แล้ว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ได้ให้ความสำคัญกับการแต่งตั้ง กศจ. เพื่อขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่

ดังนั้นหากกระทรวงศึกษาธิการได้รับรายชื่อจาก กศจ.ในแต่ละจังหวัดครบถ้วนแล้ว ก็จะออกคำสั่งแต่งตั้ง กศจ. ทั้ง 76 จังหวัด ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้คณะกรรมการมีองค์ประกอบครบถ้วน สามารถประชุมคณะกรรมการได้ทันที

 

 

รมว.มหาดไทย กล่าวว่า การทำงานของกระทรวงมหาดไทยในฐานะที่เป็นแขนขาของรัฐบาลในครั้งนี้ คงมีความชัดเจนมากขึ้นที่จะทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการคือ เร่งจัดตั้ง กศจ.ขึ้นมาทำงาน เพราะ กศจ.จะมีตัวแทนภาครัฐ เอกชน และประชาชน จึงขอมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธาน กศจ. หารือกับศึกษาธิการจังหวัด เพื่อดำเนินการคัดเลือกและส่งรายชื่อผู้ที่จะมาเป็นคณะกรรมการใน กศจ.ทั้ง 7 ราย ภายในวันที่ 5 เมษายนนี้

นอกจากนี้ ได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขับเคลื่อนงานตามกรอบของคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ซึ่งมีจุดเน้นยุทธศาสตร์ 6 ด้านที่ผ่านกระบวนการคิดมาอย่างดีแล้ว ได้แก่ ครู, หลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้, พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้, การประเมินและการพัฒนามาตรฐานการศึกษา, ICT เพื่อการศึกษา และการบริหารจัดการ ตลอดจนให้กำกับดูแลการขับเคลื่อนโครงการตามยุทธศาสตร์ปฏิรูปการศึกษาเร่งด่วน 4 เรื่องให้มีความก้าวหน้า ได้แก่ คืนครูสู่ห้องเรียน, โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น (โครงการคุรุทายาท), ยกระดับความรู้ภาษาอังกฤษ, การอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน ทั้งนี้สามารถเสนอแนะโครงการต่างๆ ที่จำเป็นสำคัญต่อการพัฒนาตามบริบทแต่ละพื้นที่ให้คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ พิจารณาได้

 

ภายหลังการประชุมชี้แจง ได้เปิดโอกาสให้ผู้ว่าราชการจังหวัดซักถามและเสนอแนะในประเด็นต่างๆ ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ อาทิ ยโสธร นนทบุรี มหาสารคาม ภูเก็ต พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม ยะลา อุดรธานี น่าน เชียงใหม่ ได้ซักถามและมีข้อเสนอแนะที่สำคัญโดยสรุปดังนี้

การคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิในช่วงของการเปลี่ยนผ่านนี้ ขอให้เลือกจากบัญชีรายชื่อพร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่กระทรวงศึกษาธิการส่งไปให้ก่อน ซึ่งขณะนี้ได้รวบรวมผู้มีความรู้ในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไว้ถึง 475 ราย โดยขอให้จังหวัดติดต่อทาบทามท่านเหล่านั้นเอง แต่หากไม่สามารถเลือกเองได้ ขอให้ส่งกลับมาให้ส่วนกลางแต่งตั้งแทนก็ได้ เพื่อให้การสามารถงานเดินหน้าไปได้ก่อนในช่วง 3 เดือนแรก

ต้องการให้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการฯ ระดับพื้นที่ (Area) เพราะการศึกษาระดับอำเภอมีอยู่มากมาย ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการเห็นด้วยและรับที่จะไปพิจารณากฎกติกาเพื่อตั้งคณะอนุกรรมการฯ บริหารการศึกษา แต่ไม่เห็นด้วยหากเป็นคณะอนุกรรมการฯ ด้านการบริหารงานบุคคล

แนวทางการจัดระบบเชื่อมโยงโรงเรียนสังกัดกระทรวงศึกษาธิการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งตัวชี้วัดที่จะใช้ในการประเมินผล โดย รมว.ศึกษาธิการได้ชี้แจงว่า การจัดระบบการศึกษาภายในจังหวัดอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กศจ.ที่จะสามารถดำเนินการได้อยู่แล้ว ส่วนการประเมินผลนั้น กระทรวงศึกษาธิการจะจัดทำตัวชี้วัด (KPIs) ที่มีความชัดเจนและส่งให้ กศจ.รับทราบ หากต้องการจะเพิ่มเติมตัวใด ก็สามารถเสนอให้คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ พิจารณาได้

การนับองค์ประชุม รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้ตอบข้อซักถามเกี่ยวกับนับองค์ประชุมว่า ขอให้นับจากคณะกรรมการที่มีอยู่จำนวน 22 คน ดังนั้นจะต้องมีผู้มาประชุมอย่างน้อย 12 คน จึงจะสามารถประชุมได้

ประเด็น กศจ.จะสามารถตั้งอนุกรรมการฯ กลั่นกรองการย้ายได้หรือไม่ โดยในช่วงของการเปลี่ยนผ่านนี้ กระทรวงศึกษาธิการขอให้ใช้บัญชีผู้ที่ได้รับการโยกย้ายที่ผ่านการกลั่นกรองของคณะอนุกรรมการฯ เดิมไปก่อน เพื่อเร่งดำเนินการให้ย้ายได้เร็วขึ้น แต่หากมีข้อร้องเรียนใดๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถใช้อำนาจของ กศจ.เพื่อเก็บเรื่องไว้ก่อนได้

การประกาศส่งเด็กเข้าเรียนและการส่งเด็กเข้าสถานศึกษาภาคบังคับ ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม หมายความรวมถึงประกาศของจังหวัดที่เคยทำไว้แล้วหรือไม่ ในประเด็นนี้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ยืนยันให้จังหวัดดำเนินการไปตามบัญชีเดิมที่ทำไว้แล้ว

ขอความมั่นใจจากกระทรวงศึกษาธิการที่จะเป็นตัวช่วยในการบริหารงานบุคคล เพราะเกรงว่าจะกระทบและมีการฟ้องร้องไปยังศาลปกครอง ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ตอบคำถามว่าในเรื่องของการบริหารงานบุคคล ก.ค.ศ.ได้กำหนดกฎกติกาไว้ให้แล้ว และได้จัดทำเป็นคู่มือการบริหารงานบุคคล พร้อมจัดส่งไฟล์ร่างให้ตรวจสอบก่อนแล้ว ต่อจากนี้ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจัดทำข้อมูลพื้นฐานการบริหารงานบุคคล การสอบแข่งขัน การย้าย เตรียมไว้เสนอ กศจ. และจะมีการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจก่อนประชุม กศจ.นัดแรกด้วย

ขอให้จังหวัดได้เสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาชน เพื่อให้ตรงกับบริบทของจังหวัดนั้นๆ และเกิดการมีส่วนร่วม ซึ่งในเรื่องนี้อยู่ระหว่างการกำหนดกติกาใหม่ ที่ผู้ทรงคุณวุฒิจะมาจากจังหวัดแน่นอน แต่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านนี้ (3 เดือนแรก) ขอให้ใช้บัญชีของที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชนไปก่อน เพราะเชื่อว่าท่านเหล่านั้นเป็นผู้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการทำหน้าที่นี้
 

 

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 4 เมษายน 2559

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> สรุปประเด็น การประชุม Video Conference กับผู้ว่าราชการจังหวัด ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา , , สรุปประเด็น , การประชุม , Video , Conference , กับผู้ว่าราชการจังหวัด , ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
"ตรีนุช" คาดโทษ ขรก.รับผลประโยชน์☕ 18 ก.ย. 2564
"ตรีนุช" คาดโทษ ขรก.รับผลประโยชน์
เปิดอ่าน 1,112 ครั้ง
ดร.รัชชัยย์ ฯ เป็นห่วงผลข้างเคียงกรณี ศธ เสนอให้ฉีดวัคซีนกันโควิด-19ให้เด็กอายุระหว่าง 12-15 ปี☕ 18 ก.ย. 2564
ดร.รัชชัยย์ ฯ เป็นห่วงผลข้างเคียงกรณี ศธ เสนอให้ฉีดวัคซีนกันโควิด-19ให้เด็กอายุระหว่าง 12-15 ปี
เปิดอ่าน 719 ครั้ง
"ตรีนุช" สั่งผู้บริหารศธ. ทุกแท่งทำงานโปร่งใส  ไว้วางใจ สอดส่องลูกน้องห้ามทุจริต☕ 17 ก.ย. 2564
"ตรีนุช" สั่งผู้บริหารศธ. ทุกแท่งทำงานโปร่งใส ไว้วางใจ สอดส่องลูกน้องห้ามทุจริต
เปิดอ่าน 754 ครั้ง
สภาฯ ไฟเขียว รื้อคำสั่งคสช. ฉบับ 19 คืนอำนาจบรรจุแต่งตั้ง โยกย้ายครูให้ อ.ก.ค.ศ.☕ 17 ก.ย. 2564
สภาฯ ไฟเขียว รื้อคำสั่งคสช. ฉบับ 19 คืนอำนาจบรรจุแต่งตั้ง โยกย้ายครูให้ อ.ก.ค.ศ.
เปิดอ่าน 3,900 ครั้ง
ศธ. เปิดดาวน์โหลดแบบฟอร์มการฉีดวัคซีนนักเรียน พร้อมเอกสารยินยอมจากผู้ปกครอง☕ 17 ก.ย. 2564
ศธ. เปิดดาวน์โหลดแบบฟอร์มการฉีดวัคซีนนักเรียน พร้อมเอกสารยินยอมจากผู้ปกครอง
เปิดอ่าน 1,263 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ฝึกอ่าน ภาษาอังกฤษ จาก VOA !! ฝึกให้เก่งไปเลยฝึกอ่าน ภาษาอังกฤษ จาก VOA !! ฝึกให้เก่งไปเลย
เปิดอ่าน 9,632 ครั้ง
"การผลิต" กับการศึกษาประเทศสิงคโปร์"การผลิต" กับการศึกษาประเทศสิงคโปร์
เปิดอ่าน 11,033 ครั้ง
Nouns ( คำนาม ) Types ( ชนิดของคำนาม )Nouns ( คำนาม ) Types ( ชนิดของคำนาม )
เปิดอ่าน 310,740 ครั้ง
สุภาษิตพระร่วงสุภาษิตพระร่วง
เปิดอ่าน 129,902 ครั้ง
1 มกราคม วันขึ้นปีใหม่1 มกราคม วันขึ้นปีใหม่
เปิดอ่าน 15,182 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ