ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > "ดาว์พงษ์"ลุยเปลี่ยนวิธีการสอนครู จากผู้ป้อนวิชามาเป็นคนชี้แนะส่งเสริมให้เด็กคิดเป็น

"ดาว์พงษ์"ลุยเปลี่ยนวิธีการสอนครู จากผู้ป้อนวิชามาเป็นคนชี้แนะส่งเสริมให้เด็กคิดเป็น

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 7 มี.ค. 2559 เปิดอ่าน : 54,395 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

"ดาว์พงษ์"ลุยเปลี่ยนวิธีการสอนครู จากผู้ป้อนวิชามาเป็นคนชี้แนะส่งเสริมให้เด็กคิดเป็น

Advertisement

"รมว.ศธ." จี้เปลี่ยนหัวใจหลักการศึกษา เตรียมอบรมครูอัดรูปแบบวิธีการสอนแบบใหม่ จากผู้ป้อนความรู้มาเป็นผู้ชี้แนะ ส่งเสริมเด็กให้รู้จักคิดเป็นและใฝ่หาความรู้ด้วยตัวเอง ประเดิมที่วิชาภาษาอังกฤษก่อน โดยจัดค่ายติวเข้มครูทั้งกลางวันกลางคืนในช่วงปิดเทอม ส่วนระยะยาวตั้งความหวังมหาวิทยาลัยผลิตครูพันธุ์ใหม่ป้อนสังคม

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่ภาคเอกชนเสนอให้ครูปรับบทบาทจากผู้ที่เป็นศูนย์กลางความรู้มาเป็นผู้ที่ให้คำแนะนำและส่งเสริมให้เด็กเกิดกระบวนการคิดและใฝ่หาความรู้ เนื่องจากในปัจจุบันเทคโนโลยี รวมถึงสื่อการเรียนรู้พัฒนาไปอย่างก้าวไกลและมีจำนวนมาก การที่จะปรับให้ครูจากที่มีหน้าที่สอนหนังสือมาเป็นทำหน้าที่ให้คำแนะนำ ส่งเสริมเด็กทันที คงทำได้บางที่เท่านั้น เพราะเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และปัจจัยสำคัญคือผู้อำนวยการสถานศึกษา ที่จะต้องทำหน้าที่เป็นผู้กระจายแนวคิดไปสู่ครูในโรงเรียน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กำลังดำเนินการอยู่คือ การให้แนวทางการสอนแบบใหม่ให้โรงเรียนนำไปใช้ เช่น การจัด Boot camp ภาษาอังกฤษ ที่จะมีการติวเข้มครูวิชาภาษาอังกฤษ จัดกิจกรรมทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งครูที่เข้าร่วมโครงการเก่งแกรมมาอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่ครูจะได้จากการเข้าอบรมคือ รูปแบบการสอนในรูปแบบใหม่ที่จะถ่ายทอดความรู้ให้เด็กเข้าใจได้ง่าย และจะเน้นเทคนิคการสอน การพูดที่สามารถนำไปใช้สนทนาในสถานการณ์ต่างๆ ได้จริง

"ต่อจากนี้ถ้าหากมีใครได้ยินครูของผมบ่นว่าเหนื่อย ผมก็ยอมรับ เพราะถึงเวลาแล้วที่ต้องเหนื่อยจริงๆ แต่ผมจะพยายามให้การดำเนินการทุกอย่างไม่กระทบต่อการเรียนการสอนของเด็ก เพราะฉะนั้นการอบรมครูจะต้องจัดในช่วงปิดเทอมเท่านั้น"

อย่างไรก็ตาม สำหรับในส่วนของการผลิตครูระยะยาว รมว.ศธ.กล่าวว่า ตนฝากความหวังไว้กับมหาวิทยาลัยที่ทำหน้าที่ผลิตครู ขอให้นอกจากที่จะสอนเนื้อหาแล้ว อยากให้มีรูปแบบวิธีการสอนให้นักศึกษาที่กำลังจะจบครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ได้เรียนรู้ด้วย ซึ่งตนให้ความสำคัญกับเทคนิคการสอน ยิ่งเป็นเด็กเล็ก เรายิ่งต้องมีวิธีที่จะทำให้เด็กสนใจและเข้าใจได้ง่าย

"ผมก็ไม่ได้จะแก้ตัว เพราะเรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่สะสมมานานและคงต้องใช้เวลา ซึ่งตนก็พยายามเร่งทำอยู่แล้ว แต่การที่จะดำเนินการสิ่งใดก็ตามจะต้องคำนึงถึงหัวใจครูด้วย ไม่สามารถยัดเยียดให้ครูต้องรู้ ต้องได้ทันทีนั้นคงทำไม่ได้" พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าว

ด้าน พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วย ศธ. กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ดำเนินการขับเคลื่อนเรื่องการพัฒนาครู เนื่องจากมีข้อกำหนดว่าครูต้องการเข้ารับการอบรม จึงอาจไม่สามารถทุ่มเทเวลาให้ห้องเรียนได้เท่าที่ควร นอกจากนี้ยังมีเรื่องของค่าใช้จ่ายในการอบรมทั้งงบประมาณรัฐและเงินส่วนตัวด้วยนั้น ตนได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นำระบบการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบ TEPE Online มาใช้เพื่ออบรมครูในสังกัดประมาณ 4 แสนคน ให้มีความก้าวหน้า เพื่อแก้ปัญหาครูทิ้งห้องเรียน และยังสามารถประหยัดงบประมาณได้อีกด้วย ซึ่งขณะนี้ได้มีการวางระบบและแผนการดำเนินการมาแล้ว พร้อมทั้งตนได้รายงานความก้าวหน้าของโครงการให้นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว ด้านนายกรัฐมนตรีเห็นว่าระบบดังกล่าวเป็นระบบที่ดีที่จะพัฒนาครูได้อย่างครอบคลุม สามารถลดค่าใช้จ่ายในการอบรมได้มาก อีกทั้งยังเป็นการคืนครูสู่ห้องเรียนและคืนผู้บริหารสู่โรงเรียนด้วย โดยเฉพาะกรณีของครูนั้นจะช่วยให้ครูมีเวลาให้เด็กเต็มที่ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนของการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งจะส่งผลถึงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยรวมได้

"การขับเคลื่อนระบบ TEPE Online มีการดำเนินการมาแล้วประมาณ 1 ปี ซึ่งมีความก้าวหน้ามาเป็นลำดับ ตอนนี้ได้มาถึงขั้นตอนของการพัฒนาหลักสูตรให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะคุรุสภา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา (สคบศ.) ที่ร่วมให้ความคิดเห็นเพื่อให้หลักสูตรมีความพร้อมที่จะนำไปใช้ได้ในเร็วๆ นี้" รมช.ศธ.กล่าว

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> "ดาว์พงษ์"ลุยเปลี่ยนวิธีการสอนครู จากผู้ป้อนวิชามาเป็นคนชี้แนะส่งเสริมให้เด็กคิดเป็น , , , ดาว์พงษ์ , ลุยเปลี่ยนวิธีการสอนครู , จากผู้ป้อนวิชามาเป็นคนชี้แนะส่งเสริมให้เด็กคิดเป็น << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
รายชื่อสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่รับการประเมินคุณภาพภายนอกระยะที่ 1 การประเมิน SAR และรายชื่อผู้ประเมินภายนอก ปีงบฯ 64 ภายใต้สถานการณ์ COVID☕ 12 มิ.ย. 2564
รายชื่อสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่รับการประเมินคุณภาพภายนอกระยะที่ 1 การประเมิน SAR และรายชื่อผู้ประเมินภายนอก ปีงบฯ 64 ภายใต้สถานการณ์ COVID
เปิดอ่าน 4,398 ครั้ง
ปธ.กพฐ.ชี้รร.ดัง ควรเปิดโอกาสให้เด็กรร.อื่นร่วมเรียนออนไลน์ด้วย☕ 11 มิ.ย. 2564
ปธ.กพฐ.ชี้รร.ดัง ควรเปิดโอกาสให้เด็กรร.อื่นร่วมเรียนออนไลน์ด้วย
เปิดอ่าน 1,118 ครั้ง
ศธ.ยืนยันแล้วให้เปิดเรียน"14 มิ.ย." แต่ไม่บังคับให้มาโรงเรียน☕ 11 มิ.ย. 2564
ศธ.ยืนยันแล้วให้เปิดเรียน"14 มิ.ย." แต่ไม่บังคับให้มาโรงเรียน
เปิดอ่าน 915 ครั้ง
"ตรีนุช" ย้ำ เปิดภาคเรียน 14มิ.ย.มีหลายรูปแบบ ถ้าเป็น On- Site เรียนสอนในโรงเรียน ต้องขออนุญาตผู้ว่าฯจังหวัดก่อน☕ 11 มิ.ย. 2564
"ตรีนุช" ย้ำ เปิดภาคเรียน 14มิ.ย.มีหลายรูปแบบ ถ้าเป็น On- Site เรียนสอนในโรงเรียน ต้องขออนุญาตผู้ว่าฯจังหวัดก่อน
เปิดอ่าน 947 ครั้ง
รมว.ศธ.มอบนโยบายผอ.สพท.ทั่วปท.ตั้งรับโควิด ช่วงเปิดเทอม 14มิ.ย.นี้  เน้นจัดการเรียนไม่ให้เด็กเครียด☕ 11 มิ.ย. 2564
รมว.ศธ.มอบนโยบายผอ.สพท.ทั่วปท.ตั้งรับโควิด ช่วงเปิดเทอม 14มิ.ย.นี้ เน้นจัดการเรียนไม่ให้เด็กเครียด
เปิดอ่าน 730 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ผลวิจัย "ซุปไก่สกัด" มีผลดีต่อสมองและร่างกายผลวิจัย "ซุปไก่สกัด" มีผลดีต่อสมองและร่างกาย
เปิดอ่าน 12,442 ครั้ง
5 ทางเลือกเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองแบบ New-Normal5 ทางเลือกเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองแบบ New-Normal
เปิดอ่าน 9,743 ครั้ง
10 ขั้นตอนบริหารใบหน้าชะลอแก่10 ขั้นตอนบริหารใบหน้าชะลอแก่
เปิดอ่าน 16,130 ครั้ง
ใส่หลอดในขวดซอสมะเขือเทศจะทำให้เทออกง่ายใส่หลอดในขวดซอสมะเขือเทศจะทำให้เทออกง่าย
เปิดอ่าน 25,613 ครั้ง
รายการ "เดินหน้าประเทศไทย" 3 มกราคม 2559 แถลงผลงานกระทรวงศึกษาธิการรายการ "เดินหน้าประเทศไทย" 3 มกราคม 2559 แถลงผลงานกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 6,381 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ