ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมบทความการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

อุดมศึกษาไทยเสื้อไซซ์เดียว


บทความการศึกษา 10 ก.พ. 2559 เวลา 05:30 น.

9,604

views
Advertisement

อุดมศึกษาไทยเสื้อไซซ์เดียว

โดย เสรี พงศ์พิศ
www.phongphit.com

ความเหลื่อมล้ำกับความเท่าเทียมเป็นวาทกรรม ทำให้อภิปรายได้หลายเรื่องและหลายมิติ อย่างการอุดมศึกษาของไทย มีมหาวิทยาลัยอยู่ประมาณ 170 แห่ง มหาวิทยาลัยของรัฐ 80 แห่งมีกฎหมาย 80 ฉบับ มหาวิทยาลัยเอกชน 80 แห่งมี พรบ.อุดมศึกษาเอกชนเพียงฉบับเดียว

แม้สังคมไทยมีความหลากหลาย ไม่ได้มีแต่ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ แต่มีภาคเกษตร มีชุมชนหมู่บ้านชนบท มีคนจนคนรากหญ้า แต่มหาวิทยาลัยไม่เปิดโอกาสให้มีการจัดการศึกษาที่ตอบสนองความหลากหลายของสังคม

สังคมเปลี่ยนไปเป็นสังคมดิจิตอล แต่การศึกษายังอานาลอค เป็นสังคมข้อมูลข่าวสารความรู้ แต่การอุดมศึกษายังเป็นแบบอุตสาหกรรม ผลิตคนไปรับใช้สังคมมิติเดียว ซึ่งในความเป็นจริงก็ยังมีปัญหา เพราะการศึกษาที่ล้าหลัง เรียนหนังสือ ไม่เรียนชีวิตและความเป็นจริง จึงตอบได้แต่ข้อสอบอาจารย์ แต่ไม่สามารถตอบโจทย์ชีวิต โจทย์สังคม หรือแม้แต่โจทย์นายจ้างโรงงานอุตสาหกรรมหรือบริษัททั้งหลายที่อุดมศึกษาบอกว่าจะพัฒนาคนไปรับใช้

กรณีการเกิดของ “สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน” ที่รู้จักกันทั่วไปว่า “มหาวิทยาลัยชีวิต” ความพยายามที่จะจัดการเรียนรู้ระดับอุดมศึกษาที่ตอบโจทย์ชุมชน โดยเฉพาะคนในชนบท ในภาคเกษตรกรรม เรียนโดยเอาชีวิตเป็นตัวตั้ง เอาศักยภาพของตนมาพัฒนา เอาปัญหาของตนและของชุมชนมาแก้ไข ไม่ใช่ท่องหนังสือไปสอบ

สำนักงานอุดมศึกษามีกรอบเดียว มาตรฐานเดียว อ้างว่ามีกฎหมายเดียว จึงตรวจสอบ ประเมินสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนเช่นเดียวกับที่ทำกับจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ม.กรุงเทพ เอแบค ซึ่งเขียนวิสัยทัศน์และมีพันธกิจแตกต่างไปจากสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน “มาตรฐานอ้างอิง” หรือ “มาตรฐานเทียบเคียง” (benchmark) จึงควรแตกต่างกัน

ไม่เช่นนั้น ไปวัดกี่คนกี่คณะ สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนก็สอบตก เพราะไป “ถามไม่ตรงคำตอบ” ไม่ใช่เพราะสถาบันนี้ “ตอบไม่ตรงคำถาม”

ความจริง วิธีการวัดแบบที่ทำกันนั่นแหละที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะที่ไปวัดๆ สถาบันอุดมศึกษาทั่วไปนั้น วัดไม่ได้จริง เพราะครั้งแรกสอบตก ครั้งต่อไปมหาวิทยาลัยเหล่านั้นก็กลับได้คะแนนดีมาก เพราะรู้ทาง ถึงกับออกมาเยาะเย้ย สกอ.ว่า ที่คราวนี้สอบผ่านไม่ใช่เพราะได้ปรับปรุงอะไรเลย แต่ได้ตั้งคณะทำงานพิเศษขึ้นมาเพื่อไปทำเอกสาร จัด “คำตอบให้ตรงคำถาม” ของผู้ประเมิน อยากได้อะไรจัดให้เต็ม

ประเทศไทยมีมาตรฐานการศึกษาแบบนี้นี้เอง สังคมถึงมีปัญหา เพราะการศึกษาที่ไม่ได้ประเทืองปัญญา เอาแต่หลอกตัวเองหลอกคนอื่นไปวันๆ

โลกเปลี่ยนไปนานแล้ว แม้แต่การวัดการประเมินความเจริญพัฒนาก็เปลี่ยนไป ไม่ใช่เอาแต่ GDP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติกันร่ำไปเหมือนเดิม แต่มี GDH หรือความสุขมวลรวมประชาชาติแบบภูฏาน หรือ HDI Human Development Index ดัชนีการพัฒนามนุษย์ของสหประชาชาติ หรือไปให้อีกสุดขั้ว คือ HPI Happy Planet Index หรือ ดัชนีโลกที่อยู่เย็นเป็นสุข ที่เอ็นจีโอเล็กๆ ทำและมีผลกระทบไปทั่วโลก

การพัฒนาประเทศเขาวัดกันไม่เพียงแต่รายได้หรือเศรษฐกิจ แต่วัดที่สิ่งแวดล้อม สังคม ชีวิตความเป็นอยู่อย่างรอบด้าน การใช้เงิน การใช้ทรัพยากรของตนเองและของโลก ดูความคุ้มค่า ดูผลที่เกิดขึ้นกับตนเองและต่อผู้อื่น ต่อสิ่งแวดล้อมโลก
การวัดผลสัมฤทธิ์ทางอุดมศึกษาของไทยจึงไม่ควรมีกรอบคิดเดียว เครื่องมือเดียว คนกลุ่มเดียวที่คับแคบแบบหัวสี่เหลี่ยม ควรอ่านวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ของแต่ละสถาบันให้ดี มีเวลาลงไปคลุกไปเรียนรู้ว่าเขาจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างไร ได้ผลที่ไม่ได้วัดด้วยตัวเลขและกระดาษอย่างไร

อยากถามเหมือนกันว่า รัฐลงทุนอุดมศึกษาให้มหาวิทยาลัยของรัฐไปนี่เคยประเมินว่าคุ้มค่าคุ้มทุนแค่ไหน แต่ละปี รัฐให้การอุดหนุนเฉลี่ยต่อหัวต่อนักศึกษาเท่าไร แต่ละสาขาแตกต่างกันไป นอกจากได้รับงบประมาณจากรัฐแล้ว มหาวิทยาลัยต่างๆ ยังเก็บจากนักศึกษาอีก หลายแห่งหลายคณะหลายสาขาสูงกว่าค่าเทอมของมหาวิทยาลัยเอกชนอีก ทั้งๆ ที่รัฐไม่ได้ให้งบประมาณสนับสนุนมหาวิทยาลัยเหล่านี้เลย

กลับมาที่ความเหลื่อมล้ำและความเท่าเทียม อยากให้มีในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่อ่านแล้วไม่เจอ ทั้งๆ ที่มีอยู่รัฐธรรมนูญหลายฉบับของไทย และของประเทศต่างๆ ที่พัฒนาแล้ว (รัฐธรรมนูญของเยอรมันเริ่มต้นว่า “มนุษย์ทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน”)

รัฐควรพิจารณาว่า การส่งเสริมการศึกษาทุกระดับควรเป็น “ต่อหัว” หรือไม่ ไม่ว่ารัฐจะจัดการหรือเอกชนจะจัดการ ก็ให้การสนับสนุนเท่าเทียมกัน อย่างที่ประเทศพัฒนาแล้วเขาทำกัน

ยิ่งกว่านั้น ควรจัดให้มีการ “เรียนฟรี” แบบ “กรอ.” ในยุครัฐบาลก่อนๆ (ทุกคณะทุกสาขา ไม่ใช่จำกัดเฉพาะบางสาขาอย่างวันนี้) จบแล้วถ้าทำงานมีรายได้เสียภาษีจึงให้ค่อยๆ จ่ายคืน หรือรูปแบบอื่น (รวมทั้งที่นายเบอร์นี แซนเดอร์ส ผู้สมัครประธานาธิบดีอเมริกากำลังเสนอเป็นนโยบายอุดมศึกษาเรียนฟรี)

ถ้า “ชะตากรรมของประเทศขึ้นอยู่กับการศึกษาของประชาชน” อย่างปราชญ์เขาว่า ก็น่าปฏิรูปการอุดมศึกษาให้มีความหลากหลาย หลายไซซ์ หลายทรง ไม่ใส่เสื้อผิดไซซ์จนหัวเราะไม่ออกอย่างวันนี้ 

 

ที่มา สยามรัฐ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559


อุดมศึกษาไทยเสื้อไซซ์เดียว

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

เงินเดือนเป็นความลับ

เงินเดือนเป็นความลับ


เปิดอ่าน 26,095 ครั้ง
การศึกษาไทย 2.0

การศึกษาไทย 2.0


เปิดอ่าน 14,580 ครั้ง
คืนครูสู่ห้องเรียน

คืนครูสู่ห้องเรียน


เปิดอ่าน 18,630 ครั้ง
การศึกษาในกะลา

การศึกษาในกะลา


เปิดอ่าน 12,748 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ลดการสอบเพื่ออะไร ?

ลดการสอบเพื่ออะไร ?

เปิดอ่าน 11,274 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ปฏิรูปการศึกษาหลังยุค รธน.มีชัย โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์
ปฏิรูปการศึกษาหลังยุค รธน.มีชัย โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์
เปิดอ่าน 13,564 ☕ คลิกอ่านเลย

การศึกษาของเด็กไทยยุค Digital Society
การศึกษาของเด็กไทยยุค Digital Society
เปิดอ่าน 15,246 ☕ คลิกอ่านเลย

การศึกษาปัญหาที่แก้ไม่ตก
การศึกษาปัญหาที่แก้ไม่ตก
เปิดอ่าน 9,942 ☕ คลิกอ่านเลย

ทั่วโลกยอมรับ นร.เก่งได้เพราะครูเก่ง
ทั่วโลกยอมรับ นร.เก่งได้เพราะครูเก่ง
เปิดอ่าน 24,447 ☕ คลิกอ่านเลย

วิธีเฟ้นคนแบบ "Google" ไม่สนปริญญา
วิธีเฟ้นคนแบบ "Google" ไม่สนปริญญา
เปิดอ่าน 9,074 ☕ คลิกอ่านเลย

อ่านออกเขียนได้กับรักการอ่านเป็นคนละเรื่องเดียวกัน
อ่านออกเขียนได้กับรักการอ่านเป็นคนละเรื่องเดียวกัน
เปิดอ่าน 12,030 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

แบบคำขอให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะ (เกณฑ์ใหม่ มีผล 1 ต.ค.51)
แบบคำขอให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะ (เกณฑ์ใหม่ มีผล 1 ต.ค.51)
เปิดอ่าน 34,839 ครั้ง

คลิปดรัมเมเยอร์โรงเรียนชะอวดวิทยาคาร พลิ้วสุด ๆ ยอดวิวหลักแสนแล้ว
คลิปดรัมเมเยอร์โรงเรียนชะอวดวิทยาคาร พลิ้วสุด ๆ ยอดวิวหลักแสนแล้ว
เปิดอ่าน 26,595 ครั้ง

เลค ฮิลเลอร์ ทะเลสาบสีชมพู ประเทศออสเตรเลีย
เลค ฮิลเลอร์ ทะเลสาบสีชมพู ประเทศออสเตรเลีย
เปิดอ่าน 27,095 ครั้ง

พันธุ์ไม้ในในป่าชายเลน
พันธุ์ไม้ในในป่าชายเลน
เปิดอ่าน 90,732 ครั้ง

"ข้าวต้มเห็ดฟาง" ลดความดัน
"ข้าวต้มเห็ดฟาง" ลดความดัน
เปิดอ่าน 26,410 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ