ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ศธ.ย้ำปรับหลักสูตรต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี

ศธ.ย้ำปรับหลักสูตรต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 14 ก.ค. 2558 เปิดอ่าน : 3,419 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ศธ.ย้ำปรับหลักสูตรต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี

Advertisement

รมว.ศธ.ย้ำปรับหลักสูตรต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี ชี้อีก 3 กลุ่มสาระวิชาที่ไม่ได้ใช้สอบโอเน็ตก็มีความสำคัญ ไม่สามารถตัดทิ้งได้

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีกล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ขอให้ ศธ.พิจารณาปรับหลักสูตรการเรียนการสอนโดยลดจำนวนกลุ่มสาระการเรียนรู้จาก 8 กลุ่มสาระฯ เหลือ 5 กลุ่มสาระฯ เพื่อให้เด็กได้เรียนน้อยลง และขอให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2558 ว่า ต้องหารือกับผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ. โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่าง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) การประชุมผู้บริหารองค์กรหลักครั้งต่อไปคงต้องมีการหารือเรื่องดังกล่าว และที่ผ่านมา ศธ.มีคณะกรรมการหลักสูตรซึ่งมี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. เป็นผู้ดูแล และมีการพิจารณาปรับปรุงหลักสูตรมาโดยตลอด แต่ไม่ใช่การปรับทุกวิชา ทุกกลุ่มสาระฯ ในเวลาเดียวกัน เป็นการปรับแบบค่อยเป็นค่อยไป ต้องใช้เวลาถึงจะเห็นผล และที่สำคัญ การปรับหลักสูตรแต่ละครั้ง สิ่งที่ต้องปรับตามไปด้วยคือคุณภาพครู ให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเท่าที่ดูหลักสูตรที่เรียนในปัจจุบันไม่ได้มากหรือยัดเยียดให้เด็กเรียนจนเกินไป เพราะ ศธ.เองพยายามจะลดอยู่แล้ว

"โดยผมได้ให้นโยบายไปแล้วว่าการเรียนการสอนต้องสอดคล้องกับการเรียนรู้ในแต่ละชั้นปีด้วย ไม่ใช่นำความรู้ไปยัดเยียดให้เด็กมากเกินไป ซึ่งเรื่องนี้ทาง สพฐ.ทราบดี ซึ่งขณะนี้เรามี 8 กลุ่มสาระฯ 5 กลุ่มสาระฯ ที่สำคัญ เพราะใช้ในการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต คือ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา ส่วน 3 กลุ่มสาระฯ ที่เหลือ คือ ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี และสุขศึกษาและพลศึกษา ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน ดังนั้นแนวทางของเราคงไม่ใช่การปรับลดกลุ่มสาระการเรียนรู้ลง แต่กระบวนการปรับปรุงต่างๆ ต้องค่อยเป็นค่อยไป และจะต้องมีการทดลองนำร่องเพื่อดูผล ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็กมากน้อยแค่ไหน โดย สพฐ.ยืนยันว่ากระบวนการดังกล่าวจะใช้เวลาประมาณ 2 ปีจึงจะเห็นผล" รมว.ศธ.กล่าว.

 

ที่มา: www.thaipost.net

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ศธ.ย้ำปรับหลักสูตรต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี , , ศธ.ย้ำปรับหลักสูตรต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า , 2 , ปี << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สพฐ. ซักซ้อมความเข้าใจฉีดวัคซีนนักเรียน เผยไม่บังคับไปรร. หากผู้ปกครองกังวล ให้ลูกเรียนออนไลน์ได้☕ 22 ก.ย. 2564
สพฐ. ซักซ้อมความเข้าใจฉีดวัคซีนนักเรียน เผยไม่บังคับไปรร. หากผู้ปกครองกังวล ให้ลูกเรียนออนไลน์ได้
เปิดอ่าน 2,779 ครั้ง
การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการเพชรในตมเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง เข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย รุ่นที่ 31 ปีการศึกษา ☕ 21 ก.ย. 2564
การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการเพชรในตมเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง เข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย รุ่นที่ 31 ปีการศึกษา
เปิดอ่าน 4,395 ครั้ง
ด่วนที่สุด เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. และตำแหน่ง รอง ผอ.สพท.☕ 21 ก.ย. 2564
ด่วนที่สุด เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. และตำแหน่ง รอง ผอ.สพท.
เปิดอ่าน 8,385 ครั้ง
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 9/2564 (20 กันยายน 2564)☕ 20 ก.ย. 2564
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 9/2564 (20 กันยายน 2564)
เปิดอ่าน 23,223 ครั้ง
"ตรีนุช" ลงนามระเบียบฯจัดตั้งสถาบันหลักสูตร☕ 20 ก.ย. 2564
"ตรีนุช" ลงนามระเบียบฯจัดตั้งสถาบันหลักสูตร
เปิดอ่าน 4,442 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ทราบหรือไม่ว่ามีประโยชน์อะไรบ้าง?ทราบหรือไม่ว่ามีประโยชน์อะไรบ้าง?
เปิดอ่าน 11,452 ครั้ง
เตือนคนไทยระวัง "โรคลมร้อน"เตือนคนไทยระวัง "โรคลมร้อน"
เปิดอ่าน 7,716 ครั้ง
จุดธูปกี่ดอกบอกอะไร?จุดธูปกี่ดอกบอกอะไร?
เปิดอ่าน 60,243 ครั้ง
ใครเป็นหนี้???..มีทางออกใครเป็นหนี้???..มีทางออก
เปิดอ่าน 13,972 ครั้ง
งานประเพณีรับบัว 2552งานประเพณีรับบัว 2552
เปิดอ่าน 13,256 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ