|
ร้อนนี้กินอย่างไร เย็นทั้งกาย-สุขทั้งใจ (สสส.)
เรื่องโดย : กิดานัล กังแฮ Team Content www.thaihealth.or.th
อ.แววตา เอกชาวนา นักโภชนาการบำบัดและผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ ให้ข้อมูลว่า เมื่อฤดูร้อนมาถึง สิ่งที่แฝงมากับอากาศก็คือ เชื้อโรคสารพัดชนิดที่สามารถเติบโตได้ดีในภาวะที่อากาศอบอ้าว จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการระบาดของทั้งโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหาร
โดยโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารที่พบบ่อย อย่าง อาหารเป็นพิษ ท้องเสีย และบิดนั้นมีสาเหตุจากการกินอาหารปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ทั้งจากอาหารที่ทำไว้นานแล้ว และอาหารที่ไม่ได้เก็บแช่ไว้ในตู้เย็น ซึ่งหลังจากรับประทานอาหารปนเปื้อนเชื้อ จะปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หากมีถ่ายอุจจาระมาก ก็จะเกิดอาการขาดน้ำได้ด้วย
ข้อควรระวังในการเลือกรับประทานอาหารช่วงหน้าร้อน
นักโภชนาการคนเก่งบอกว่า อาหารที่ไม่แนะนำให้รับประทานในช่วงหน้าร้อน คืออาหารจำพวกสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ลาบเนื้อต่าง ๆ รวมถึงอาหารมันและทอด แกงที่ใส่กะทิ แต่ควรกินอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ เพื่อป้องกันการรับเชื้อโรคโดยไม่จำเป็น
นอกจากนี้ ยังควรเลี่ยงอาหารประเภทเนื้อสัตว์และไขมัน ซึ่งเป็นอาหารย่อยยาก เพราะหากทางเดินอาหารทำงานหนัก จะเกิดความร้อนขึ้นในร่างกาย อาหารประเภทเนื้อสัตว์ ไขมัน รวมถึงอาหารทอด จึงเป็นอาหารที่รับประทานแล้วจะทำให้เกิดอาการแน่นท้อง อึดอัด ย่อยยาก ในหน้าร้อนนี้ จึงควรเน้นรับประทานผักและผลไม้เป็นหลักมากกว่าอาหารจำพวกแป้งและเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้พลังงานมากเกินความจำเป็นหากรับประทานมากเกินไป
เมนูแนะนำในหน้าร้อน
มะระตุ๋น หรือแกงจืดมะระ เป็นเมนูร้อน ๆ ที่ดับร้อนได้ดี เพราะมะระเป็นผักที่มีไขมันต่ำ ย่อยง่าย มีฤทธิ์ทางยา ในเรื่องของการระบายความร้อนภายในร่างกาย เป็นเมนูอับดับหนึ่งที่ดับร้อนได้ดีที่สุดในบรรดาอาหาร
อันดับต่อมา คือผัดบวบ ก็เป็นอีกเมนูแนะนำ แต่ต้องระวังในเรื่องของการผัดที่ไม่ควรใส่น้ำมันมากเกินไป ในอาหารทั้งสองชนิดนี้มีน้ำและผักเป็นส่วนประกอบหลัก จะช่วยแก้กระหายและอาการร้อนในได้เป็นอย่างดี
เครื่องดื่มไทย ๆ คลายร้อนได้ดี
น้ำตะไคร้ ช่วยขับเหงื่อ, น้ำมะนาว ช่วยให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า และขับเสมหะ, น้ำมะตูม เป็นเครื่องดื่มที่นิยมดื่มในหน้าร้อนมาแต่โบราณ เพราะนอกจากจะมีกลิ่นหอมชื่นใจ ยังช่วยแก้กระหายได้ด้วย
นอกจากนี้ หากต้องอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนควรดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร แม้จะไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม การดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการในหน้าร้อน คือวันละประมาณ 1.5-2 ลิตร
อ.แววตา ย้ำว่า ในหน้าร้อน ผู้สูงอายุเป็นวัยที่ต้องดูแลเป็นพิเศษเนื่องจาก มีประสาทการรับรู้ที่ช้ากว่าหนุ่มสาว ทำให้การรับรู้ในเรื่องของการกระหายน้ำช้าตามไปด้วย บุตรหลานควรดุแลเรื่องการดื่มน้ำ หรืออุณภูมิสถานที่อยู่ของท่านให้มีอากาศที่ถ่ายเท เพื่อความปลอดภัย
ขอบคุณที่มาจาก สสส.
Advertisement
 เปิดอ่าน 28,437 ครั้ง  เปิดอ่าน 96,820 ครั้ง  เปิดอ่าน 16,339 ครั้ง  เปิดอ่าน 10,491 ครั้ง  เปิดอ่าน 16,796 ครั้ง  เปิดอ่าน 11,354 ครั้ง  เปิดอ่าน 1,533 ครั้ง  เปิดอ่าน 13,395 ครั้ง  เปิดอ่าน 13,912 ครั้ง  เปิดอ่าน 5,797 ครั้ง  เปิดอ่าน 19,010 ครั้ง  เปิดอ่าน 629 ครั้ง  เปิดอ่าน 44,813 ครั้ง  เปิดอ่าน 3,473 ครั้ง  เปิดอ่าน 19,882 ครั้ง  เปิดอ่าน 18,930 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 10,976 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 12,336 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 11,337 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 17,542 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 14,752 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 13,731 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 15,919 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 38,362 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 22,526 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 23,348 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 44,198 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 76,913 ครั้ง |
|
|