|
ตำรับดูแลผิวด้วยอาหารจากธรรมชาติ จากหนังสือ The Clear Skin Cookbook ของคุณเดล พินน็อก ผู้เป็นนักโภชนาการมาฝากกัน แถมสูตรทั้งหลายเหล่านี้คุณเดลรับประกันว่า หากรับประทานสม่ำเสมอปัญหาผิวหน้าหนาวทั้งหลายแหล่จะถูกขจัดหมดไปได้ภายใน 3 สัปดาห์
กินอะไรไม่ให้ผิวแห้ง-ผิวอักเสบ
ผิวที่แห้งง่ายอยู่แล้วจะยิ่งเสี่ยงกับปัญหาผิวแห้งจนอักเสบในหน้าหนาว เมนูที่คุณควรจะกินให้มากขึ้นในฤดูนี้ ก็คือเมนูจากปลาที่เนื้อมีความมัน ซึ่งจะทำให้คุณได้กรดไขมันไปช่วยลดการสูญเสียน้ำของผิวหนัง ทำให้ผิวฟูและรักษาความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น นอกจากนี้ปลาอย่างแซลมอนและแมคเคอเรล ยังมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อปัญหาผิวเช่นนี้เป็นอันมาก กินพวกมันให้ได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง รับรองว่าปัญหาผิวจะลดลงเยอะเลยค่ะ
กินอะไรไม่ให้ผิวดูด้านและโทรม
วิตามิน E ถือว่าเป็นส่วนผสมที่สำคัญมากในครีมบำรุงผิวหน้า แต่วิธีที่คุณจะสามารถรับวิตามิน E เข้าสู่ร่างกายเพื่อส่งต่อไปยังผิวได้ดีที่สุด กลับมาจากการกินอาหาร อยากผิวสวยแถมไม่ดูด้านและโทรมด้วย ต้องเลือกกินผักและผลไม้ที่มีสีเหลืองหรือส้ม เช่น แครอท มันเทศ มะม่วง พริกหวานสีเหลือง ฯลฯ ซึ่งจะมีสาร "แคโรทีนอยด์" อยู่มาก อันเป็นสารที่ร่างกายสามารถแปรรูปมันไปเป็นวิตามิน E เพื่อลำเลียงไปสู่ผิวได้อีกที และจะให้ดี ต้องมีมันประกอบอยู่ในเมนูอาหารอย่างน้อยวันละ 2 มื้อ
ส่วนการกินบลูเบอร์รี แบล็คเบอร์รี องุ่นดำ หรือแม้แต่ไวน์แดง ก็ทำให้ผิวสุขภาพดี เฟิร์มขึ้น เปล่งประกายมากขึ้น เพราะสาร "แอนโธไซยานิน" ที่มีอยู่ช่วยทำเส้นใยคอลลาเจนในผิวหนังแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม
นอกจากนี้ วิตามิน D ก็ยังเป็นสิ่งที่ผิวจำเป็นไม่ว่าฤดูไหน ๆ แม้ว่าร่างกายจะรับวิตามิน D มาจากการกินอาหารแค่ 10% (วิตามิน D ส่วนใหญ่จะได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงอาทิตย์) แต่ก็ยังจำเป็นที่จะต้องเลือกกินแต่อาหารดี ๆ เพื่อให้ 10% นั้นเป็นวิตามิน D ที่มีคุณภาพที่สุด โดยคุณจะได้วิตามิน D ชั้นยอดจากเนื้อปลาที่มีมัน รวมไปถึงจากไข่แดง ตับ และเห็ดบางชนิดด้วย
กินอะไรไม่ให้ผิวซีด-แห้งตึง
หน้าหนาวทำให้ผิวซีดเผือด ทั้งยังรู้สึกตึง จนการขยับแขนขาบางครั้งก็ทำให้รู้สึกราวผิวกำลังจะปริแยกออกจากกัน แก้ปัญหานี้ง่าย ๆ ด้วยการกิน "ถั่วบราซิล " มันอุดมไปด้วยเซเลเนียม แร่ธาตุต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย ผิวพรรณสดใส ยืดหยุ่นได้ดี แต่หากว่าคุณแพ้ถั่วแล้วล่ะก็ สามารถรับแร่ธาติเซเลเนียมได้จาก ไก่ย่างตุรกี เนื้อไม่ติดมัน เนื้อไก่ และไข่ ได้เช่นกัน
กินอะไรไม่ให้ผิวแห้งจนแตก
หากผิวแห้งมากจนเลยจุดของความตึง แต่ลามไปถึงขั้นผิวแตกแล้ว คราวนี้ก็ต้องเพิ่มการบำรุงเพื่อไปฟื้นฟูผิวที่แห้งแตกเป็นการด่วน โดยการเพิ่มอาหารที่ให้วิตามิน B หลากหลายชนิด เช่น ข้าวซ้อมมือ ผักใบเขียวต่าง ๆ อย่างคะน้า บรอกโคลี ฯลฯ เพิ่มมันลงไปในอาหารทั้งมื้อเช้า-กลางวัน-เย็น มื้อละนิดละหน่อยทุก ๆ วัน ผิวที่แห้งแตกจะค่อย ๆ ฟื้นฟูตัวได้ในไม่ช้า
ขอบคุณที่มาจาก กระปุกดอทคอม
บ้านน็อคดาวน์ทรงโมเดิร์น
฿65,000https://s.shopee.co.th/2Vm01N027C?share_channel_code=6
Advertisement
 เปิดอ่าน 17,030 ครั้ง  เปิดอ่าน 20,647 ครั้ง  เปิดอ่าน 10,034 ครั้ง  เปิดอ่าน 18,917 ครั้ง  เปิดอ่าน 13,833 ครั้ง  เปิดอ่าน 13,335 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,836 ครั้ง  เปิดอ่าน 22,754 ครั้ง  เปิดอ่าน 26,199 ครั้ง  เปิดอ่าน 29,010 ครั้ง  เปิดอ่าน 11,869 ครั้ง  เปิดอ่าน 10,565 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,987 ครั้ง  เปิดอ่าน 10,810 ครั้ง  เปิดอ่าน 11,566 ครั้ง  เปิดอ่าน 14,199 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 12,466 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 20,460 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 19,170 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 56,479 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 24,567 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 22,820 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 22,036 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 6,830 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 603,129 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 10,978 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 25,110 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 57,762 ครั้ง |
|
|