Advertisement
"ชีวิตนี้พลีเพื่อชาติ" เสียงเพรียกแห่งความหวัง (เดลินิวส์)
การรบถือเป็นงานหลักของเหล่าทหาร ที่เป็นแนวหน้าคอยปะทะปกป้องประเทศชาติไม่ให้ศัตรูมารุกราน หากย้อนอดีตกลับไป การศึกต่างๆ มีบรรพบุรุษพลีชีพเพื่อรักษาแผ่นดินทอง "ไม่ตายก็บาดเจ็บ" มากมาย ซึ่งในช่วงแรกหลังจากสงครามจบลงทุกคนให้เกียรติในฐานะวีรบุรุษ แต่นานเข้าผู้คนในสังคมก็หลงลืมทหารผ่านศึกเหล่านี้ไป พวกเขากลายเป็นเพียงคนพิการกินเงินบำนาญในสายตาผู้อื่น ซึ่งแท้จริงแล้วพวกเขามีความสามารถและต้องการให้สังคมยอมรับ
3 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น "วันทหารผ่านศึก" นอกจากการระลึกถึงเพื่อนร่วมรบที่เสียชีวิตไปแล้ว พวกเขายังต้องการเสียงเพรียกแห่งความหวังจากสังคม ซึ่ง "โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตทหารผ่านศึกพิการทุพพลภาพ ขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์" ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้เหล่ารั้วของชาติมีโอกาสฝึกอาชีพและพัฒนา ความรู้ ส่งเสริมกำลังใจให้กับชีวิตอย่างมีความสุข แต่กว่าจะผ่านวันเวลาอันโหดร้ายไม่ใช่เรื่องง่าย
"พี่ผมขอเมียพี่นะครับ" หนุ่มหน้าใหม่ที่มากับภรรยาของ ร.อ.ชินะดิษ รูปจะโป๊ะ เมื่อครั้งรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเอ่ยปากขอกันดื้อๆ เกือบ 30 ปีมาแล้ว ชีวิตเหมือนเวรซ้ำกรรมซัด ตั้งแต่ระเบิดตูมนั้นดังขึ้นบนขุนเขาในจังหวัดเชียงรายจากการปะทะกับกองกำลังขุนส่า ซึ่งกำลังลำเลียงขนย้ายยาเสพติด ทำให้ร่างกายท่อนล่างตั้งแต่ต้นขาลงไปไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ แต่ไม่ทันที่แผลบนร่างกายจะตกสะเก็ดดี แผลใหม่ก็เกิดขึ้นตรงขั้วหัวใจ เมื่อภรรยาขอแยกทางไปกับสามีใหม่โดยทิ้งภาระลูกทั้งสองไว้ให้ดูแล
"พอรู้ว่าจะเดินไม่ได้ไม่เคยท้อแท้ เพราะเราทำหน้าที่รักษาประเทศชาติ ขณะเดียวกันการเป็นทหาร สอนให้รู้จักความอดทนแม้ร่างกายจะพิการก็ต้องหางานทำให้ได้" ร.อ.ชินะดิษ ในวัย 53 ปี กล่าว
ตอนแรกกลับไปทำงานละแวกบ้านที่เป็นโรงงาน ก็พอทำได้ แต่พอนานไปร่างกายไม่เอื้ออำนวย ประกอบกับมีอาการแทรกซ้อนจากการเดินล้ม ทำให้ต้องเข้ามารักษาในโรงพยาบาลอยู่เป็นเวลานานจนถึงปัจจุบัน
ร.อ.ชินะดิษ ตัดสินใจลงเรียนหลักสูตรระยะสั้นการเป็นหมอดู เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวใหม่ของตัวเอง ขณะเดียวกันก็เพื่อให้สังคมยอมรับความสามารถของผู้พิการ เนื่องจากที่ผ่านมาหลายคนยังมองว่าไม่มีความรู้ความสามรถ นอกจากนี้ ยังเรียนในหลักสูตรต่างๆ เพิ่มเติม เช่น การแกะสลักไม้เป็นรูปต่างๆ และประดิษฐ์ศิลปะการทำรูป ไทย-โอชิเอะ
กิจกรรมฝึกอาชีพทำให้ผ่อนคลายความตึงเครียด และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ถึงวันนี้ลูกๆ ต่างเติบโตทำมาหาเลี้ยงได้แล้ว แต่ ร.อ.ชินะดิษ ยังคงหวังว่าเมื่อใดที่หายดี จะออกไปนำวิชาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ทุกวันนี้มีลูกค้ามาดูดวงที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึกพอสมควร แม้จะไม่มากนักแต่ก็ส่งเสริมความสุขทางจิตใจให้มีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม
"ในฐานะเป็นทหารผ่านศึก อยากเตือนรุ่นน้องที่ไปทางภาคใต้ให้ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ประมาท เพราะเมื่อใดที่เราละเลยพวกเขาก็พร้อมจะโจมตีทุกเมื่อ ขณะเดียวกันก็อยากเชิญชวนเพื่อนๆ ทหารผ่านศึกที่อยากฝึกอาชีพมาขอรับการอบรมได้ทุกวันพุธ ที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึก" ร.อ.ชินะดิษ ทิ้งท้าย
"ชีวิตผมเกิดมาเพื่อเป็นทหาร" ร.อ.สมศักดิ์ แสนล้ำ วัย 55 ปี กล่าวขณะนั่งร้อยลูกปัดเพื่อทำเป็นกระเป๋าตามที่ลูกค้าสั่งอยู่บนเตียง หลังจากช่วงเช้าเปิดแผงขายลอตเตอรี่ภายในโรงพยาบาลทหารผ่านศึก
หากไม่รักเป็นทหารจริงคงไม่อดทนสอบเข้าถึง 4 ครั้ง แต่ ร.อ.สมศักดิ์ ไม่เคยท้อใจ สอบไม่ได้ก็หาอาชีพอื่นเสริมก่อนสมดั่งหวัง แต่แล้วก็มาถูกลอบยิงที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังจากเข้าจู่โจมที่ พคท. (พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย) กระสุนฝังไขกระดูกสันหลังหมอลงความเห็นว่าต้องตัดขาขวาทิ้ง
"หลังจากโดนยิงเราทำใจไว้แล้วเพราะเราเป็นนักรบไม่ตายก็พิการ ในฐานะเราเป็นผู้บังคับหมวดปืนเล็กในสมัยนั้นพอเห็นลูกน้องบาดเจ็บด้วยกันก็รู้สึกสงสารเพราะในสนามรบเราคือเพื่อนตาย" ร.อ.สมศักดิ์ กล่าว
การได้ฝึกอาชีพทำให้ผ่อนคลายไม่ต้องวิตกกังวลกับความเครียดต่างๆ และยังเป็นการออกกำลังกายไปในตัวด้วย มีโครงการอะไรให้มาฝึกก็ทำหมดตั้งแต่ ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า แกะสลักไม้ บางครั้งก็ซื้อหนังสือ มาหัดทำร้อยลูกปัดเป็นตุ๊กตา กระเป๋า พอมีงานแสดงสินค้าก็นำออกไปโชว์ก็มีลูกค้าบางรายมาติดต่อ
"ทุกวันนี้แทบไม่ได้เปิดดูข่าวเพราะเบื่อเห็นนักการเมืองทะเลาะกัน หลายครั้งเราก็รู้สึกเศร้าและท้อแท้ในชีวิตว่า ทำไมเราอุตส่าห์พลีชีพเพื่อรักษาชาติ แต่คนที่อยู่แนวหลังมัวแต่ทะเลาะกัน" ร.อ.สมศักดิ์ ทิ้งท้าย
นพ.นำชัย คุณธาราภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ในฐานะผู้ดูแลโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตทหารผ่านศึกพิการทุพพลภาพ กล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพให้ทหารผ่านศึกที่พิการ เพื่อให้คนเหล่านี้กลับไปอยู่ในสังคมด้วยการมีอาชีพหารายได้เลี้ยงตัวเอง มีการฝึกอบรมทุกวันพุธที่โรงพยาบาล โดยแบ่งเป็นกลุ่มละ 30 คน ทำการอบรม 5 วัน โดยสามารถเลือกได้ว่าต้องการเรียนแกะสลักไม้หรือศิลปะทำรูปไทย-โอชิเอะ ขณะนี้เปิดทำการฝึกมากว่า 6 เดือน และได้ทำการสอบถามทหารผ่านศึกที่เข้ามาใช้บริการของโรงพยาบาลว่าต้องการฝึกอาชีพอะไรอีกหรือเปล่า เพื่ออนาคตจะได้จัดหลักสูตรเหล่านี้ขึ้นมาตอบสนองความต้องการ
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทหารผ่านศึก กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีทหารผ่านศึกทั่วประเทศเข้าอบรมกว่า 300 คน ซึ่งผลที่ออกมาน่าพอใจเพราะหลายคนมีสภาพจิตใจดีขึ้น ขณะเดียวกันบางคนก็สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเอง ทำให้เกิดความภาคภูมิใจ
"อยากให้สังคมให้ความช่วยเหลือทหารผ่านศึกเพราะพวกเขาพลีชีพเพื่อชาติ ซึ่งเมื่อเขาพิการเราซึ่งเป็นแนวหลังควรช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ ขณะเดียวกันก็เชิญชวนให้เหล่าทหารผ่านศึกที่พิการหากต้องการฝึกอาชีพสามารถมาติดต่อได้ด้วยตนเองที่โรงพยาบาล" นพ.นำชัย กล่าว
นพ.นำชัย กล่าวอีกว่า สำหรับอนาคตเตรียมที่จะปรับปรุงโครงการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากตอนนี้เริ่มมีทหารจากภาคใต้ที่พิการเข้ามามากขึ้น ซึ่งคนเหล่านี้เพิ่งประสบปัญหาด้านจิตใจมาไม่นาน ทำให้โรงพยาบาลต้องคอยฟื้นฟูทั้งสภาพร่างกายและจิตใจให้กลับไปยืนได้ในสังคมเร็ววัน
นี่เป็นเสียงสะท้อนหนึ่งจากเหล่าทหารผ่านศึกที่คอยปกป้องผืนแผ่นดินที่ทุกคนกำลัง "กิน-นอน" ชีวิตของพวกเขาสามารถพลีเพื่อชาติได้ แล้วคุณล่ะ...พร้อมจับมือกันสร้างประเทศไทยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงหรือยัง ?
ขอบคุณที่มาจาก เดลินิวส์
Advertisement
เปิดอ่าน 11,072 ครั้ง เปิดอ่าน 9,843 ครั้ง เปิดอ่าน 23,620 ครั้ง เปิดอ่าน 16,660 ครั้ง เปิดอ่าน 37,430 ครั้ง เปิดอ่าน 13,710 ครั้ง เปิดอ่าน 10,575 ครั้ง เปิดอ่าน 18,318 ครั้ง เปิดอ่าน 14,965 ครั้ง เปิดอ่าน 13,462 ครั้ง เปิดอ่าน 9,920 ครั้ง เปิดอ่าน 14,850 ครั้ง เปิดอ่าน 32,084 ครั้ง เปิดอ่าน 12,460 ครั้ง เปิดอ่าน 18,671 ครั้ง เปิดอ่าน 4,523 ครั้ง
|
เปิดอ่าน 12,930 ☕ คลิกอ่านเลย |
เปิดอ่าน 1,277 ☕ คลิกอ่านเลย |
เปิดอ่าน 11,394 ☕ คลิกอ่านเลย |
เปิดอ่าน 7,705 ☕ คลิกอ่านเลย |
เปิดอ่าน 18,794 ☕ คลิกอ่านเลย |
เปิดอ่าน 9,662 ☕ คลิกอ่านเลย |
เปิดอ่าน 9,451 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡
เปิดอ่าน 36,719 ครั้ง |
เปิดอ่าน 22,596 ครั้ง |
เปิดอ่าน 28,112 ครั้ง |
เปิดอ่าน 24,301 ครั้ง |
เปิดอ่าน 20,338 ครั้ง |
|
|