ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

สถานี ก.ค.ศ.: ทบทวนเกณฑ์ย้ายผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด สพฐ.ใหม่


ข่าวการศึกษา

26,090

views
Advertisement

สถานี ก.ค.ศ.: ทบทวนเกณฑ์ย้ายผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด สพฐ.ใหม่

คอลัมน์: สถานี ก.ค.ศ.: ทบทวนเกณฑ์ย้ายผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด สพฐ.ใหม่


ศิริพร กิจเกื้อกูล
เลขาธิการ ก.ค.ศ.

สำหรับสถานี ก.ค.ศ.ในสัปดาห์นี้ จะขอนำเรื่องที่อยู่ในความสนใจของเพื่อนครูและผู้บริหารสถานศึกษา มาให้ทราบข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เนื่องจากตามที่ได้มีการประชุม ก.ค.ศ.เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2554 ที่ประชุม ก.ค.ศ.ได้มติเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ.ได้มีหนังสือแจ้งเวียนหลักเกณฑ์ไปแล้ว ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.4/ว9 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2554 โดยสรุปสาระสำคัญของหลักเกณฑ์ ดังนี้

1.กำหนดขนาดของสถานศึกษาทั้งระดับมัธยมศึกษาและระดับประถมศึกษา เป็น 4 ขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็ก มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่499 คนลงมา ขนาดกลาง จำนวนนักเรียนตั้งแต่ 500-1,499 คนขนาดใหญ่ จำนวนนักเรียนตั้งแต่ 1,500-2,499 คน และขนาดใหญ่พิเศษ จำนวนนักเรียนตั้งแต่ 2,500 คนขึ้นไป สำหรับสถานศึกษาที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ที่จัดการเรียนการสอนในระบบเรียนประจำและไป-กลับ หากมีการสอนประจำมากกว่า 60% ให้คิดจำนวนนักเรียนเป็น 3 เท่า หากน้อยกว่า 60% คิดจำนวนนักเรียนเป็น 2 เท่า สำหรับสถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอนให้กับเด็กพิการ ให้คิดจำนวนนักเรียนเป็น 4 เท่า ทั้งนี้ก็เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีความสามารถในการบริหารสถานศึกษา มีโอกาสย้ายไปดำรงตำแหน่งในสถานศึกษาขนาดต่างๆ ได้ตามความเหมาะสม

2.กำหนดประเภทสถานศึกษา เป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1)สถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา 2)สถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 3)สถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ และ 4)สถานศึกษาที่มีวัตถุประสงค์พิเศษและสถานศึกษาคุณภาพพิเศษ ซึ่งเดิมมี 3 ประเภท คือ กลุ่มสถานศึกษาสายประถมศึกษา กลุ่มสถานศึกษาสายมัธยมศึกษา และกลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ

3.กำหนดให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองการย้ายไปทุกสังกัด โดยกำหนดองค์ประกอบให้มีความเหมาะสมทั้งกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและจำนวน เพื่อให้การดำเนินการกลั่นกรองเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม

4.ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้ประกาศรายชื่อสถานศึกษาที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ และสถานศึกษาคุณภาพพิเศษในปี พ.ศ.2554 ภายในวันที่ 8 สิงหาคม 2554

5.ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณี ประกาศรายชื่อสถานศึกษาที่ต้องการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ในปี พ.ศ.2554 ภายในวันที่ 8 สิงหาคม 2554

6.กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอย้าย เกี่ยวกับระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยกำหนดว่าต้องดำรงตำแหน่งในสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

7.กำหนดเวลาในการยื่นคำร้องขอย้ายในปี พ.ศ.2554 เห็นควรกำหนดให้ยื่นคำร้องขอย้ายในระหว่างวันที่ 9-19 สิงหาคม 2554 เพื่อให้สอดคล้องกับการประกาศรายชื่อสถานศึกษาตามข้อ 4 และข้อ 5 โดยคำร้องขอย้ายดังกล่าวให้ใช้พิจารณาย้ายได้ไม่เกินวันที่ 31 กรกฎาคม2555 สำหรับการยื่นคำร้องขอย้ายในปีต่อไปให้ดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายฯ ดังกล่าว

สำหรับความกังวลใจที่ว่าจะทำให้ผู้บริหารสถานศึกษาขนาดเล็กที่มีศักยภาพทางการบริหารสูง ไม่สามารถจะขอย้ายข้ามขนาดสถานศึกษาได้นั้น ขอเรียนว่า ก.ค.ศ.ได้ให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าของผู้บริหารสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงให้สามารถย้ายไปสถานศึกษาที่ต่างกลุ่ม หรือข้ามขนาดสถานศึกษาเกินกว่า 1 ขนาดที่ตนเองดำรงตำแหน่งอยู่ได้ และไม่ได้เป็นการลดทอนอำนาจการพิจารณาของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาแต่อย่างใด จึงขอทำความเข้าใจมาให้ทราบโดยทั่วกัน



ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

[ซื้อ 1 แถม 1] ไฟโซล่าเซลล์ ไฟสปอร์ตไลท์ LED โซล่าเซลล์สปอตไลท์ solar light กันน้ำและกันฟ้าผ่ เปิดปิดอัตโนมัติ

฿74 - ฿1,153

https://s.shopee.co.th/801HUF4aRi?share_channel_code=6


สถานี ก.ค.ศ.: ทบทวนเกณฑ์ย้ายผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด สพฐ.ใหม่สถานีก.ค.ศ.:ทบทวนเกณฑ์ย้ายผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสพฐ.ใหม่

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

:: เรื่องปักหมุด ::

ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 16 ราย (23 มีนาคม 2569)

ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 16 ราย (23 มีนาคม 2569)

เปิดอ่าน 4,251 ☕ 27 มี.ค. 2569

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สพฐ.ถอดบทเรียน O-NET 68 ขยายผลสถานศึกษาต้นแบบที่มีผล O-NET ดีขึ้น เดินหน้าลดภาระครูทั่วประเทศ พร้อมผนึกกำลังลดใช้พลังงาน
สพฐ.ถอดบทเรียน O-NET 68 ขยายผลสถานศึกษาต้นแบบที่มีผล O-NET ดีขึ้น เดินหน้าลดภาระครูทั่วประเทศ พร้อมผนึกกำลังลดใช้พลังงาน
เปิดอ่าน 60 ☕ 8 เม.ย. 2569

ศธ.หามาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน ยังไม่สรุปเรียนออนไลน์เต็มรูปแบบ
ศธ.หามาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน ยังไม่สรุปเรียนออนไลน์เต็มรูปแบบ
เปิดอ่าน 54 ☕ 8 เม.ย. 2569

สพฐ.ประกาศผลการคัดเลือกโรงเรียนต้นแบบสหกรณ์โรงเรียน รุ่นที่ 6 (จากการประเมินเอกสาร)
สพฐ.ประกาศผลการคัดเลือกโรงเรียนต้นแบบสหกรณ์โรงเรียน รุ่นที่ 6 (จากการประเมินเอกสาร)
เปิดอ่าน 139 ☕ 8 เม.ย. 2569

สพฐ.ประกาศผลการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโครงการการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ ปีงบประมาณ พ.ศ.2569
สพฐ.ประกาศผลการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโครงการการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ ปีงบประมาณ พ.ศ.2569
เปิดอ่าน 125 ☕ 8 เม.ย. 2569

การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญจักรพรรดิมาลา ประจำปี 2569 (เพิ่มเติม)
การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญจักรพรรดิมาลา ประจำปี 2569 (เพิ่มเติม)
เปิดอ่าน 224 ☕ 8 เม.ย. 2569

สพฐ.แจ้ง 100 โรงเรียนในโครงการ "อิ่มนี้เพื่อน้อง" ประจำปี 2568 ลงทะเบียนส่งแผนการดำเนินงาน ปี 2569 ภายในวันที่ 30 เมษายน 2569
สพฐ.แจ้ง 100 โรงเรียนในโครงการ "อิ่มนี้เพื่อน้อง" ประจำปี 2568 ลงทะเบียนส่งแผนการดำเนินงาน ปี 2569 ภายในวันที่ 30 เมษายน 2569
เปิดอ่าน 662 ☕ 3 เม.ย. 2569

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ความแตกต่างระหว่าง http:// กับ https://
ความแตกต่างระหว่าง http:// กับ https://
เปิดอ่าน 18,261 ครั้ง

O-net ย่ำแย่ แก้ที่ใคร คลิปแนะครูไทย เปลี่ยนวิธีสอนเด็กแบบ ท่อง-จำ
O-net ย่ำแย่ แก้ที่ใคร คลิปแนะครูไทย เปลี่ยนวิธีสอนเด็กแบบ ท่อง-จำ
เปิดอ่าน 14,020 ครั้ง

รู้ไหมว่า..น้ำพริกตาแดง...ต้านมะเร็งได้
รู้ไหมว่า..น้ำพริกตาแดง...ต้านมะเร็งได้
เปิดอ่าน 18,764 ครั้ง

ชายวัย 70 ปี เหยียบไข่ 108 ฟองไม่แตก
ชายวัย 70 ปี เหยียบไข่ 108 ฟองไม่แตก
เปิดอ่าน 12,062 ครั้ง

จุดธูปกี่ดอกบอกอะไร?
จุดธูปกี่ดอกบอกอะไร?
เปิดอ่าน 110,520 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ