|
นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ รักษาการอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยภายหลังออกกฎกระทรวงกำหนดเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) เป็นเชื้อเพลิง
ซึ่งมีผลในวันที่ 21 ต.ค. นี้ว่า ขั้นตอนต่อไป กรมฯจะออกประกาศกรมการขนส่งทางบก โดยเบื้องต้นจะกำหนดให้เจ้าของรถยนต์ที่จะติดตั้งก๊าซแอลพีจี เป็นเชื้อเพลิง ต้องติดตั้งกับผู้ติดตั้ง ที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมฯ และนำใบรับรองจาก ร้านค้า มาแจ้งที่กรมฯ ร่วมกับใบประกอบวิศวกรรม (กว.) จากปัจจุบันติดตั้งร้านค้าใดก็ได้ แต่ต้อง มีใบ กว.มาแสดงหลักฐานและต่อไปรถยนต์ที่ติดตั้งก๊าซแอลพีจี ต้องมาตรวจสภาพรถยนต์ทุก 5 ปี และต้องติดป้าย หรือสติกเกอร์ เพื่อให้เห็นว่า รถยนต์คันนี้ใช้ก๊าซแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิง เพื่อความปลอดภัยทั้งผู้ใช้รถในท้องถนน และเจ้าของรถเอง
“ก่อนหน้านี้กรมฯ ยังไม่มีกฎหมายดูแลรถยนต์ที่ติดตั้งก๊าซ แอลพีจีได้อย่างครอบคลุม ดูแลแต่รถยนต์ที่ติดตั้งก๊าซธรรมชาติอัด (เอ็นจีวี) เท่านั้น แต่ตอนนี้ เรามีอำนาจดูแลแล้ว เพราะฉะนั้นต่อไปกรมฯ จะดูแลรถยนต์ที่ใช้ก๊าซแอลพีจีอย่างเข้มงวดขึ้น เพื่อ ความปลอดภัย เช่น ให้ติดสติกเกอร์หลังรถ หรือมาตรวจสภาพรถยนต์ทุก 5 ปี ที่ให้เวลามากกว่ารถที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวี ที่ต้องมาตรวจทุก ๆ 1 ปี”
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากรมฯ ได้แจ้งให้ผู้ติดตั้งเครื่องอุปกรณ์ และส่วนควบสำหรับรถใช้ก๊าซแอลพีจีต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมฯ ก่อน
เพื่อเพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้ที่ติดตั้ง ส่วน ร้านค้าที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบ ผู้ติดตั้งจากกรมฯ ให้ติดตั้งได้จนถึงวันที่ 18 เม.ย. 52 และตั้งแต่ วันที่ 19 เม.ย. 52 เป็นต้นไป ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมฯ เท่านั้น โดยให้ยื่นขอรับความเห็นชอบจากกรมฯได้ ตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค. 51
นอกจากผู้ที่ต้องการต่อใบอนุญาตทุก 5 ปี ให้ขอต่ออายุได้ล่วงหน้า 3 เดือน จากเดิมต้องรอถึงวันสิ้นอายุของใบอนุญาตขับรถยนต์ก่อน และผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์มาแสดง
แต่จะต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายและเข้ารับการอบรม 1 ชั่วโมง โดยดำเนินการได้ ณ สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ เพียงใช้ใบอนุญาตฉบับเดิม พร้อมสำเนาบัตรประ จำตัวประชาชน และรูปถ่าย ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป หากต้องการขอรับใบอนุญาตขับรถรูปแบบใหม่ ซึ่งทำจากพลาสติก บันทึกข้อมูลและถ่ายภาพผู้ขอรับใบอนุญาตลงบนบัตร ไม่ต้องใช้รูปถ่าย เพียงเสียค่าบริการ ถ่ายรูปเพิ่มขึ้น 100 บาท จึงขอให้ผู้มีใบอนุญาตขับรถชนิด 5 ปี ที่ใกล้จะสิ้นอายุให้รีบมาดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตล่วงหน้า โดยเฉพาะผู้ที่เกิดในช่วงปลาย ธ.ค. ถึงต้น ม.ค. ซึ่งเป็นวันหยุดต่อเนื่อง หากใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุระหว่างนั้น อาจทำให้ประสบปัญหาในการใช้ใบอนุญาต.
|
|
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว จาก: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
|
Advertisement
 เปิดอ่าน 13,087 ครั้ง  เปิดอ่าน 13,485 ครั้ง  เปิดอ่าน 1,668 ครั้ง  เปิดอ่าน 36,947 ครั้ง  เปิดอ่าน 17,234 ครั้ง  เปิดอ่าน 10,198 ครั้ง  เปิดอ่าน 508 ครั้ง  เปิดอ่าน 20,592 ครั้ง  เปิดอ่าน 17,821 ครั้ง  เปิดอ่าน 14,035 ครั้ง  เปิดอ่าน 15,498 ครั้ง  เปิดอ่าน 11,255 ครั้ง  เปิดอ่าน 25,411 ครั้ง  เปิดอ่าน 27,737 ครั้ง  เปิดอ่าน 13,837 ครั้ง  เปิดอ่าน 16,913 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 14,740 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 15,939 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 30,600 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 25,989 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 537 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 15,007 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 213,554 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 454 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 17,264 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 18,965 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 13,684 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 60,604 ครั้ง |
|
|