บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการต้นทุนพลังชีวิต ที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลสว่างอารมณ์
ผู้วิจัย นายประจักร์ เอี้ยงเถื่อน
หน่วยงาน โรงเรียนอนุบาลสว่างอารมณ์
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 1
ปีที่วิจัย ปีการศึกษา 2567 - 2569
________________________________________
การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมยุคดิจิทัลส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน ทำให้สถานศึกษาต้องเผชิญกับความท้าทายในการเตรียมความพร้อมและสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่ผู้เรียน โรงเรียนอนุบาลสว่างอารมณ์จึงได้ดำเนินการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการต้นทุนพลังชีวิต โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 4 ประการ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการจำเป็น ในการบริหารการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างต้นทุนพลังชีวิตของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลสว่างอารมณ์ 2) เพื่อสร้างและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการต้นทุนพลังชีวิต ที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าของนักเรียน 3) เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการต้นทุนพลังชีวิต กับกลุ่มเป้าหมายในสถานศึกษา 4) เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบ ด้านความเป็นประโยชน์ ความเหมาะสม และความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย วิธีดำเนินการวิจัย การดำเนินการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการจำเป็น กลุ่มเป้าหมาย ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง และผู้แทนชุมชน รวมจำนวน 25 คน และครูผู้สอนจำนวน 22 คน เครื่องมือที่ใช้ แบบบันทึกการวิเคราะห์เอกสาร แบบสัมภาษณ์ และแบบสอบถามสภาพปัจจุบันและความต้องการจำเป็น สถิติที่ใช้ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย (μ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (σ) และดัชนีความต้องการจำเป็น ( ext{PN}{ ext{I}}_{ ext{modified}}) ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบ กลุ่มเป้าหมาย คณะสนทนากลุ่มจำนวน 17 คน และผู้ทรงคุณวุฒิผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารการศึกษา จำนวน 5 คน สำหรับการประชุมสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือที่ใช้ แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม แบบประเมินร่างรูปแบบ และแบบประเมินคู่มือการใช้รูปแบบ สถิติที่ใช้ ค่าเฉลี่ย (μ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (σ) ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้ กลุ่มเป้าหมาย ครูผู้สอนโรงเรียนอนุบาลสว่างอารมณ์ จำนวน 22 คน และนักเรียนในสังกัด เครื่องมือที่ใช้ แบบรายงานการใช้รูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้ฯ และแบบประเมินการปฏิบัติงาน สถิติที่ใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผลและขยายผลรูปแบบ กลุ่มเป้าหมาย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรวมทั้งสิ้น 280 คน ประกอบด้วย ครูผู้สอน 22 คน คณะกรรมการสถานศึกษา 13 คน และผู้ปกครองนักเรียน 245 คน เครื่องมือที่ใช้ แบบประเมินความเป็นประโยชน์ แบบประเมินความพึงพอใจ และแบบประเมินผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียน ครู โรงเรียน และชุมชน สถิติที่ใช้ ค่าเฉลี่ย (μ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (σ)
ผลการวิจัย
สรุปผลการวิจัยสอดคล้องตามวัตถุประสงค์ 4 ประการ ดังนี้
1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการจำเป็น พบว่า สภาพปัจจุบันสถานศึกษาต้องการระบบบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการแนวคิดต้นทุนพลังชีวิต (6 ด้าน ได้แก่ พลังตัวตน พลังครอบครัว พลังสร้างปัญญา พลังเพื่อนและกิจกรรม พลังชุมชน และพลังสังคมออนไลน์) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ผู้เรียน ผลการวิเคราะห์ดัชนีความต้องการจำเป็น ( ext{PN}{ ext{I}}_{ ext{modified}}) อยู่ในระดับสูงสุดในด้านการพัฒนาระบบฐานข้อมูลต้นทุนพลังชีวิตและการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
2. ผลการสร้างและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบ ได้รูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการต้นทุนพลังชีวิต ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) ปัจจัยนำเข้า (นโยบาย ทรัพยากร และระบบขับเคลื่อน) (2) กระบวนการบริหารจัดการ (วงจร PDCA และขั้นตอนต้นทุนชีวิต) (3) การจัดการเรียนรู้ (4) โครงงานต้นทุนชีวิตนักเรียน และ (5) ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ ผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้โดยผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในระดับ "มากที่สุด" (μ=4.64,σ=0.52)
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอนมีความสามารถในการออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่บูรณาการต้นทุนพลังชีวิตเข้าสู่บทเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดนวัตกรรมและคู่มือการดำเนินงานที่เป็นระบบ ครูกลุ่มเป้าหมายร้อยละ 100 ผ่านเกณฑ์การประเมินสมรรถนะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
4. ผลการประเมินความเป็นประโยชน์และความพึงพอใจ ผลการประเมินความเป็นประโยชน์ในภาพรวมอยู่ในระดับ "มากที่สุด" โดยด้านที่ได้ค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ผลลัพธ์ที่เกิดกับนักเรียน (μ=4.65,σ=0.75) รองลงมาคือ ผลลัพธ์ที่เกิดกับโรงเรียน (μ=4.60,σ=0.77) ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (280 คน) ในภาพรวมอยู่ในระดับ "มากที่สุด" (μ=4.61,σ=0.58) โดยรายการที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ การบริหารจัดการเรียนรู้ในบริบทที่เปลี่ยนแปลง (μ=4.77)
________________________________________
คำสำคัญ : รูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้, กระบวนการต้นทุนพลังชีวิต, การใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า