ผู้วิจัย นายเดชศักดา เทศารินทร์
หน่วยงาน โรงเรียนสูงเนินวิทยาคม
ปีที่รายงาน ปีการศึกษา 2569
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการจำเป็นในการบริหารจัดการศึกษาเชิงรุก ด้วย SUNGNERN Model 2) พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเชิงรุก ด้วย SUNGNERN Model เพื่อยกระดับสุขภาวะและสมรรถนะในอนาคตของผู้เรียนตามแนวทางศาสตร์พระราชา โรงเรียนสูงเนินวิทยาคม และคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเชิงรุก ด้วย SUNGNERN Model 3) ทดลองใช้รูปแบบในสถานการณ์จริง และ 4) ประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบที่พัฒนาขึ้น โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัย
และพัฒนา (Research and Development: R&D) และแบบผสมผสาน (Mixed Methods) กลุ่มเป้าหมาย และผู้ให้ข้อมูลหลักในแต่ละระยะของการวิจัย ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบ ผู้ทรงคุณวุฒิ ข้าราชการครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนสูงเนินวิทยาคม รวมทั้งสิ้น 210 คน ในปีการศึกษา 25672568 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และเกณฑ์การประเมินตามสภาพจริงแบบรูบริค (Rubrics Assessment) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ดัชนีความต้องการจำเป็นดัดแปร () และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยจำแนกตามโครงสร้าง R&D ทั้ง 4 ระยะ ปรากฏผลดังนี้:
ระยะที่ 1 ผลการศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการจำเป็น (ระยะ R1) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน ระบุว่าสถานศึกษาเผชิญความเสี่ยงรอบด้านจากสภาวะแวดล้อมดิจิทัล
และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างทางครอบครัวของนักเรียน รูปแบบการบริหารแบบเดิม ที่มีลักษณะตั้งรับปัญหา (Reactive) ขาดความต่อเนื่องในการทำงานเชิงระบบ ข้อมูลดัชนีความต้องการจำเป็นเชิงปริมาณ พบว่า มิติด้านสมรรถนะการคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรม และการเชื่อมโยงองค์ความรู้
เพื่อสร้างสิ่งใหม่ (New Idea) มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสูงสุดเป็นลำดับที่ 1 (PNI =0.369 ) รองลงมาคือ มิติด้านทักษะชีวิตการสร้างความเคารพในคุณค่าของตนเองและผู้อื่น (Respect) เป็นลำดับที่ 2 (PNI =0.298)
ระยะที่ 2 ผลการสร้างและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการบริหารจัดการศึกษา SUNGNERN Model (ระยะ D1) ผู้วิจัยได้นำข้อค้นพบจากระยะที่ 1 มายกร่างนวัตกรรม SUNGNERN Model และคู่มือการใช้งานรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเชิงรุก ด้วย SUNGNERN Model โดยวางโครงสร้างเชื่อมโยง จากกลยุทธ์ครูต้นน้ำ 4 ด้าน (S-U-N-G: Strategic Management, Unit Management, Normal Learning, Growth Mindset) ผ่านกระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วม (SBM) และวงจรคุณภาพ (PDCA) เพื่อ ยกระดับผลลัพธ์คุณภาพและสุขภาวะของผู้เรียนที่ถือเป็นปลายน้ำ ใน 4 มิติ (N-E-R-N ได้แก Natural, Ethic, Respect, New Idea) จาการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน พบว่ารูปแบบมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 1.00 ทุกรายการประเมิน และมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
(x--bar =4.88 , S.D. =0.28) โดยผู้วิจัยได้ปรับปรุงเกณฑ์การตัดสินพฤติกรรมบ่งชี้ ให้เป็นระบบรูบริค (Rubrics) ตามข้อเสนอแนะเชิงคุณภาพ
ระยะที่ 3 ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการศึกษา SUNGNERN Model ในสถานการณ์จริง (ระยะ R2) ผู้วิจัยได้นำรูปแบบและคู่มือที่ผ่านการรับรอง ไปทดลองปฏิบัติจริงในสนามยาวต่อเนื่อง 2 ปีการศึกษา ผ่านกลไกการขับเคลื่อนของ "ทีมนำ ทีมประสาน และทีมทำ" ในกระบวนการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ยุคใหม่ ผลสัมฤทธิ์เชิงคุณภาพพบว่า รูปแบบมีความยืดหยุ่น มีความเป็นระบบ เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก ช่วยกระชับเวลา และเอื้อต่อการทำงานร่วมกันของครูเป็นอย่างดี ด้านผลสัมฤทธิ์เชิงปริมาณพบว่า ครูมีความพึงพอใจต่อภาพรวมของรูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุด (x--bar=4.73, S.D. =0.13) และพึงพอใจต่อเล่มคู่มือการใช้งานระบบใหม่ในระดับมากที่สุด (x--bar =4.73 S.D. =0.13) และพึงพอใจต่อเล่มคู่มือการใช้งานระบบใหม่ในระดับมากที่สุด (x--bar=4.57, S.D. =0.15)
ระยะที่ 4 ผลการประเมินประสิทธิภาพปลายน้ำของรูปแบบการบริหารจัดการเชิงรุก SUNGNERN Model (ระยะ D2) ผลการประเมินหลังสิ้นสุดโครงการยืนยันประสิทธิภาพเชิงระบบ 3 มิติความสำเร็จ ได้แก่
ด้านกระบวนการดำเนินงานตามรูปแบบ มีคุณภาพในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x--bar=4.35, S.D. =0.45) มีจุดเน้นสูงสุดที่กระบวนการ PLC สามารถแก้ไขข้อบกพร่องในชั้นเรียนได้ทันที (x--bar=4.79) ด้านผลผลิตพฤติกรรมและสุขภาวะของผู้เรียน 4 มิติ (N-E-R-N) มีคุณภาพในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x--bar= 3.98 , S.D. =0.45) โดยคุณลักษณะด้านคุณธรรมวิถีพอเพียง (Ethic: E) มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด (x--bar=4.39) รองลงมาคือ สุขภาวะและการเรียนรู้เต็มศักยภาพตามธรรมชาติ (Natural: N) (x--bar=4.17)
ด้านผลผลิตพฤติกรรมและสุขภาวะของผู้เรียน 4 มิติ ครู นักเรียน และผู้ปกครอง
ประเมินว่านักเรียนเกิดคุณภาพและสุขภาวะตามเกณฑ์รูบิก ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x--bar=3.98=0.45) โดยคุณลักษณะด้านคุณธรรม วิถีพอเพียง และวินัย (Ethic: E) มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด (x--bar=4.39) รองลงมาคือ ด้านนักเรียนมีสุขภาวะทางกาย และเติบโตตามพัฒนาการธรรมชาติ (Natural: N) (x--bar=4.17)
ด้านคุณค่าและประโยชน์ในการประยุกต์ใช้ ครูและนักเรียนเห็นตรงกันว่า รูปแบบการ
บริหารจัดการเชิงรุก SUNGNERN Model ส่งผลในภาพรวมอยู่ใน ระดับมากที่สุด (x--bar=4.47, S.D.=0.52) โดยผลสำเร็จสูงสุดอยู่ที่ผู้เรียนสามารถนำหลักคิด Growth Mindset และความรับผิดชอบไปปรับใช้ในการอยู่ร่วมกัน และ การทำหน้าที่เป็นพลเมืองดีตามพระบรมราโชบาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด (x--bar=4.79) ข้อมูลสารสนเทศทั้งหมดนำไปสู่การการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเชิงรุก SUNGNERN Model ฉบับสมบูรณ์ ที่ผ่านการพิสูจน์ประสิทธิภาพในภาคปฏิบัติอย่างแท้จริง
คำสำคัญ: การบริหารจัดการศึกษาเชิงรุก, SUNGNERN Model, สุขภาวะของผู้เรียน, สมรรถนะในอนาคต, ศาสตร์พระราชา