ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ “เรียน เล่น ต่อ ประเมิน” (LPEA Model) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ วิชาภาษาไทย เรื่อง ชนิดและหน้าที่ของคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ชื่อเรื่อง: การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ “เรียน เล่น ต่อ ประเมิน” (LPEA Model) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ วิชาภาษาไทย เรื่อง ชนิดและหน้าที่ของคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ผู้วิจัย: นางอุไร เกิดมณี

ตำแหน่ง: ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ

สถานศึกษา: โรงเรียนบ้านตลาด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1

ปีการศึกษาที่พิมพ์: 2569

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) มีความมุ่งหมายของการวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัญหา และความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ 2) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ “เรียน เล่น ต่อ ประเมิน” (LPEA Model) 3) ศึกษาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามเกณฑ์ 80/80 และ 4) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ 4.1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน 4.2) ศึกษาความสามารถในทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ และ 4.3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ การดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัญหา และความต้องการจำเป็นจากเอกสารผลสัมฤทธิ์ O-NET ย้อนหลัง 5 ปี (ปีการศึกษา 2562–2566) การประชุมกลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) จำนวน 5 คน การสัมภาษณ์ครูผู้สอนวิชาภาษาไทย จำนวน 5 คน และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 12 คน ระยะที่ 2 การสร้างและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ ตรวจสอบคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญ 7 ท่าน ก่อนนำไปทดลองใช้เบื้องต้น (Try-out) แบบเดี่ยว (3 คน) แบบกลุ่มเล็ก (9 คน) และแบบภาคสนาม (27 คน) ระยะที่ 3 การศึกษาประสิทธิภาพและผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนบ้านตลาด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) ใช้แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียวสอบก่อนเรียนและหลังเรียน (One Group Pretest-Posttest Design) และระยะที่ 4 การประเมินความพึงพอใจของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน และการสัมภาษณ์ตัวแทนนักเรียน จำนวน 6 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) คู่มือการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ 2) แผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ LPEA Model จำนวน 14 แผน (14 ชั่วโมง) พร้อมสื่อประกอบ 3) แบบประเมินทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ (Scoring Rubrics) 4) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ชนิดและหน้าที่ของคำ แบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ (มีค่าความเชื่อมั่น KR-20 เท่ากับ 0.84) 5) แบบสอบถามความพึงพอใจแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ (มีค่าความเชื่อมั่น α เท่ากับ 0.94) และ 6) แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างเพื่อศึกษาความพึงพอใจ จำนวน 5 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (x ̅) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ประสิทธิภาพของกระบวนการและผลลัพธ์ (E_1/E_2) การทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างไม่อิสระ (Dependent Samples t-test) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

ผลการวิจัยพบว่า

ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการทดสอบ O-NET เรื่อง ชนิดและหน้าที่ของคำ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความผันผวนและมีค่าร้อยละของนักเรียนที่ตอบถูกเฉลี่ย 5 ปีเท่ากับ 46.17 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ 50 นักเรียนมีปัญหาความสับสนในประเภทย่อยและหน้าที่ของคำที่แปรผันตามบริบทของประโยค เกิดความเบื่อหน่ายจากการเรียนแบบท่องจำ และเวลาในชั้นเรียนไม่เพียงพอต่อการฝึกคิดวิเคราะห์ ครูและนักเรียนมีความต้องการสื่อวิดีโอดิจิทัลให้ศึกษาเนื้อหาล่วงหน้า กิจกรรมเกมกลุ่มคละความสามารถ การใช้ผังกราฟิกช่วยจัดระเบียบความคิดอย่างเป็นขั้นตอน และการทดสอบย่อยเพื่อสะท้อนผลรายชั่วโมง

รูปแบบการจัดการเรียนรู้ “เรียน เล่น ต่อ ประเมิน” (LPEA Model) ที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการและแนวคิดพื้นฐาน 2) วัตถุประสงค์ 3) เนื้อหาสาระการเรียนรู้ 4) กระบวนการจัดการเรียนรู้ 5) การวัดและประเมินผล และ 6) ปัจจัยสนับสนุนความสำเร็จ โดยมีกระบวนการจัดการเรียนรู้ 4 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 ขั้นเรียน (Learn: L) ศึกษาเนื้อหาล่วงหน้าด้วยตนเองผ่านคลิปวิดีโอตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน ขั้นที่ 2 ขั้นเล่น (Play: P) ฝึกฝนความรู้ผ่านกิจกรรมเกมมิฟิเคชันแบบกลุ่มคละความสามารถ ขั้นที่ 3 ขั้นต่อ (Extend: E) ต่อยอดวิเคราะห์ประโยคซับซ้อนและจัดระเบียบความคิดด้วยผังกราฟิก (แบ่งเป็นแผนฝึกซ้อม 7 แผน และแผนเก็บข้อมูล 7 แผน) และขั้นที่ 4 ขั้นประเมิน (Assessment: A) ตรวจสอบความเข้าใจด้วยแบบทดสอบย่อยท้ายบทเรียนและให้ข้อมูลสะท้อนกลับทันที ผลการประเมินความเหมาะสมของคู่มือการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดย ผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด (x̄=4.83,S.D.=0.33) แผนการจัดการเรียนรู้และสื่อประกอบมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄=4.79,S.D.=0.32) และมีประสิทธิภาพจากการทดลองภาคสนาม (E_1/E_2) เท่ากับ 83.45/80.62

ประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ “เรียน เล่น ต่อ ประเมิน” (LPEA Model) จากการนำไปใช้จริงกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน มีประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E_1/E_2) เท่ากับ 85.50/81.11 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่กำหนดไว้

ผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ “เรียน เล่น ต่อ ประเมิน” (LPEA Model) พบว่า 4.1 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง ชนิดและหน้าที่ของคำ หลังเรียน (x̄=24.33,S.D.=3.032) สูงกว่าก่อนเรียน (x̄=12.53,S.D.=2.177) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (t=19.806) 4.2 นักเรียนมีความสามารถในทักษะการคิดอย่างเป็นระบบจากการประเมินชิ้นงานผังกราฟิกรายบุคคลทั้ง 7 ครั้ง ในภาพรวมอยู่ในระดับดี โดยมีคะแนนรวมเฉลี่ยเท่ากับ 109.73 คะแนน จากคะแนนเต็ม 140 คะแนน (S.D.=5.85) คิดเป็นร้อยละ 78.38 และเมื่อพิจารณาพัฒนาการรายครั้งพบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกครั้ง โดยครั้งที่ 1–2 อยู่ในระดับดี (x̄=12.83 และ 14.07) และยกระดับเข้าสู่ระดับดีมากอย่างต่อเนื่องในครั้งที่ 3–7 (x̄=15.23,16.07,16.73,17.13 และ 17.67 ตามลำดับ) 4.3 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ “เรียน เล่น ต่อ ประเมิน” (LPEA Model) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄=4.54,S.D.=0.58) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้านเรียงตามลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ได้แก่ ด้านความสนุกและแรงจูงใจ (x̄=4.59,S.D.=0.58) ด้านความเหมาะสม (x̄=4.56,S.D.=0.57) ด้านความเข้าใจ (x̄=4.52,S.D.=0.59) และด้านประโยชน์ที่ได้รับ (x̄=4.51,S.D.=0.60) สอดคล้องกับผลการสัมภาษณ์เชิงคุณภาพที่นักเรียนสะท้อนว่ารูปแบบการจัดการเรียนรู้นี้ช่วยให้เข้าใจบทเรียนได้ง่ายขึ้น ลดความตึงเครียด จัดระเบียบความคิดได้อย่างเป็นขั้นตอน และมีความมั่นใจในการนำความรู้หลักภาษาไทยไปใช้ในการสื่อสารมากขึ้น

คำสำคัญ (Keywords): รูปแบบการจัดการเรียนรู้ เรียน เล่น ต่อ ประเมิน (LPEA Model), ทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, ชนิดและหน้าที่ของคำ, ห้องเรียนกลับด้าน, เกมมิฟิเคชัน, ผังกราฟิก

โพสต์โดย Urai9 : [27 ต.ค. 2569 (15:24 น.)]
อ่าน [103] ไอพี : 171.6.234.228
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 10,130 ครั้ง
เทคนิคนวดผมพาเพลิน
เทคนิคนวดผมพาเพลิน

เปิดอ่าน 16,444 ครั้ง
9 พฤติกรรมที่ไม่ควรทำบน Facebook
9 พฤติกรรมที่ไม่ควรทำบน Facebook

เปิดอ่าน 12,455 ครั้ง
รวยด้วยมรรค 8
รวยด้วยมรรค 8

เปิดอ่าน 14,531 ครั้ง
เข้าใจผิดทั่วโลก! นางแบบไต้หวันจ่อฟ้องคนปล่อยข่าวมั่วทำชีวิตพัง
เข้าใจผิดทั่วโลก! นางแบบไต้หวันจ่อฟ้องคนปล่อยข่าวมั่วทำชีวิตพัง

เปิดอ่าน 14,665 ครั้ง
อ้วนลงพุงกินอย่างไรให้เหมาะสม
อ้วนลงพุงกินอย่างไรให้เหมาะสม

เปิดอ่าน 11,882 ครั้ง
รถชนประวัติการณ์ 100 คัน ที่เท็กซัส
รถชนประวัติการณ์ 100 คัน ที่เท็กซัส

เปิดอ่าน 82,535 ครั้ง
เทคนิคการแรเงาน้ำหนัก
เทคนิคการแรเงาน้ำหนัก

เปิดอ่าน 33,559 ครั้ง
การวัดปริมาณน้ำฝน
การวัดปริมาณน้ำฝน

เปิดอ่าน 5,971 ครั้ง
การใช้ AI ในการแก้โจทย์ PISA เครื่องมือ ChatGPT ผู้ช่วยสำหรับครู
การใช้ AI ในการแก้โจทย์ PISA เครื่องมือ ChatGPT ผู้ช่วยสำหรับครู

เปิดอ่าน 20,706 ครั้ง
ประกาศ เรื่องรายชื่อหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครู ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เพิ่มเติม)
ประกาศ เรื่องรายชื่อหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครู ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เพิ่มเติม)

เปิดอ่าน 16,140 ครั้ง
น้ำตกแปลก แหวกแนว มหัศจรรย์ลีลาแห่งสายน้ำ
น้ำตกแปลก แหวกแนว มหัศจรรย์ลีลาแห่งสายน้ำ

เปิดอ่าน 21,709 ครั้ง
อนาคตของระบบการศึกษาทางอิเล็กทรอนิกส์
อนาคตของระบบการศึกษาทางอิเล็กทรอนิกส์

เปิดอ่าน 15,734 ครั้ง
4 อาหารแก้ง่วงยามบ่าย
4 อาหารแก้ง่วงยามบ่าย

เปิดอ่าน 16,565 ครั้ง
ปรนัย-อัตนัย เรียงความ-ย่อความ
ปรนัย-อัตนัย เรียงความ-ย่อความ

เปิดอ่าน 13,558 ครั้ง
ปรับระบบสอบคัดเลือกปีการศึกษา 2561"เคลียริ่งเฮาส์" สะเทือนสังคมไทย : ใครได้-ใครเสีย...?
ปรับระบบสอบคัดเลือกปีการศึกษา 2561"เคลียริ่งเฮาส์" สะเทือนสังคมไทย : ใครได้-ใครเสีย...?

เปิดอ่าน 15,316 ครั้ง
ภาษาอังกฤษเด็กไทยไม่ก้าวหน้าปัญหาอยู่ที่ใคร?
ภาษาอังกฤษเด็กไทยไม่ก้าวหน้าปัญหาอยู่ที่ใคร?
เปิดอ่าน 13,770 ครั้ง
การถ่ายภาพอาหารด้วยสมาร์ทโฟนช่วยลดน้ำหนักได้
การถ่ายภาพอาหารด้วยสมาร์ทโฟนช่วยลดน้ำหนักได้
เปิดอ่าน 20,412 ครั้ง
ด้วยหน้าที่ ด้วยหัวใจ "ชีวิตครูบนดอย" โรงเรียนแม่สะเต เชียงใหม่ เรือจ้างผู้ไม่ท้อถอย
ด้วยหน้าที่ ด้วยหัวใจ "ชีวิตครูบนดอย" โรงเรียนแม่สะเต เชียงใหม่ เรือจ้างผู้ไม่ท้อถอย
เปิดอ่าน 17,747 ครั้ง
เคล็ดลับในการเริ่มบทสนทนาภาษาอังกฤษที่น่าสนใจกับเจ้าของภาษาที่ใครๆ ก็ทำได้
เคล็ดลับในการเริ่มบทสนทนาภาษาอังกฤษที่น่าสนใจกับเจ้าของภาษาที่ใครๆ ก็ทำได้
เปิดอ่าน 5,351 ครั้ง
เลือก "เคาน์เตอร์ครัว" ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การทำครัว
เลือก "เคาน์เตอร์ครัว" ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การทำครัว

รายการหลัก

► หน้าแรก
► ข่าว/บทความ
► สมุดเยี่ยม
► กระดานสนทนา
► เว็บลิงค์
► ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
► ข้อมูลบุคคล
► ภาพกิจกรรม
► ผู้สนับสนุน

สมาชิก

• เข้าสู่ระบบ
• คุณครูต้องรู้ไว้
• รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

• เว็บไซต์ สพฐ.
• กระทรวงศึกษาธิการ
• ติวสอบ GED
• ติวสอบ SAT
• เครื่องมือวัด
• เครื่องมืออุตสาหกรรม
• เกมส์
• แหล่งรวมเกมส์

• แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ