การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ SOUND Model
เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เรื่อง เสียงและการได้ยิน
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
จัดทำโดย
นางพนิดา นุตตะโยธิน
ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรียนเทศบาล 1 (เกริกกฤตยาอุปถัมภ์)
สังกัดเทศบาลเมืองกำแพงเพชร อำเภอเมืองกำแพงเพชร
จังหวัดกำแพงเพชร
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ SOUND Model เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง เสียงและการได้ยิน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ชื่อผู้ศึกษา พนิดา นุตตะโยธิน ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาล 1 (เกริกกฤตยาอุปถัมภ์)
สังกัดเทศบาลเมืองกำแพงเพชร อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร
ปีที่ศึกษา 2568
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ SOUND Model เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง เสียงและการได้ยิน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์ประสิทธิภาพที่กำหนด 2) เปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ SOUND Model และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ SOUND Model
การวิจัยดำเนินการตามกระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐานและสภาพปัญหา (R1) ระยะที่ 2 การออกแบบและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ (D1) ระยะที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ (R2) และระยะที่ 4 การประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบ (D2) กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาล 1 (เกริกกฤตยาอุปถัมภ์) ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2568 จำนวน 17 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากประชากรจำนวน 54 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ SOUND Model คู่มือการใช้รูปแบบ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และแบบสอบถามความพึงพอใจ โดยตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบและเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ค่าประสิทธิภาพ E1/E2 และการทดสอบค่าทีสำหรับกลุ่มตัวอย่างที่สัมพันธ์กัน (Dependent Samples t-test)
รูปแบบการจัดการเรียนรู้ SOUND Model ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 ขั้น ได้แก่ S Stimulate กระตุ้นและสร้างความสนใจ O Observe สังเกตและสำรวจ U Understand ทำความเข้าใจและอธิบาย N Navigate ประยุกต์ใช้และต่อยอด และ D Demonstrate แสดงความรู้และประเมินผล โดยมุ่งให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ผ่านการสังเกต สำรวจ ทดลอง รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล อธิบายโดยใช้หลักฐาน ประยุกต์ใช้ความรู้ และสะท้อนผลการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบ
ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้ SOUND Modelเพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง เสียงและการได้ยิน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.67/88.04 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ 80/80 นักเรียนมีคะแนนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ SOUND Model โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
โดยสรุป รูปแบบการจัดการเรียนรู้ SOUND Model ที่พัฒนาขึ้นสามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้เรื่องเสียงและการได้ยิน เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
คำสำคัญ: รูปแบบการจัดการเรียนรู้, SOUND Model, ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์, เสียงและการได้ยิน, การวิจัยและพัฒนา