บทคัดย่อ
ชื่อรายงานการวิจัย: "การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาด้วยกิจกรรมสภานักเรียน 5 ดี วิถีดอนรวบ วิถีประชาธิปไตย เพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาอย่างยั่งยืน โรงเรียนวัดดอนรวบ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1
ชื่อผู้วิจัย: ภาวินี สุวพิศ
ตำแหน่ง: ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอนรวบ
ปีที่ศึกษางานวิจัย : 2568-2569
บทคัดย่อภาษาไทย
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสภานักเรียน 2) สร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาด้วยกิจกรรมสภานักเรียน "5 ดี วิถีดอนรวบ วิถีประชาธิปไตย เพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาอย่างยั่งยืน" และคู่มือกิจกรรมสภานักเรียน 3) ทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่พัฒนาขึ้นในสถานการณ์จริงและ 4) ประเมินผลความสำเร็จและความยั่งยืนของรูปแบบการบริหารสถานศึกษาดังกล่าว ระเบียบวิธีวิจัยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) แบ่งขั้นตอนการดำเนินงานออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 (Analysis - R1): การศึกษาข้อมูลพื้นฐานและวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ระยะที่ 2 (Development - D1): การสร้างและพัฒนารูปแบบและคู่มือ โดยนำผลลัพธ์จากระยะที่ 1 มายกร่างรูปแบบการบริหารวิถีดอนรวบ บูรณาการร่วมกับวงจรคุณภาพ (PDCA) และหลักประชาธิปไตย ตรวจสอบคุณภาพเชิงโครงสร้างและความสอดคล้อง (IOC) โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน ระยะที่ 3 (Implementation - R2): การทดลองใช้รูปแบบในสถานการณ์จริงกับคณะกรรมการสภานักเรียนและนักเรียนโรงเรียนวัดดอนรวบ ในปีการศึกษา 2568 เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และแบบบันทึกกิจกรรมสภานักเรียน (Logbook) ระยะที่ 4 (Evaluation - D2): การประเมินผลลัพธ์ลึกซึ้งและความยั่งยืน กลุ่มเป้าหมายคือ นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบประเมินผลลัพธ์และความพึงพอใจ และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (x), ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.), และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า:
1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานและวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน (R1)
พบว่าสภาพปัจจุบันของการดำเนินกิจกรรมสภานักเรียนในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง แต่ในมิติของความคาดหวังหรือสภาพที่ควรจะเป็นอยู่ในระดับมากที่สุด โดยดัชนีความต้องการจำเป็นที่มีค่าสูงสุดและต้องการการพัฒนาอย่างเร่งด่วน คือ กระบวนการส่งต่อความรู้ทักษะการทำงานจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ความโปร่งใสในช่องทางการรับฟังเสียงสะท้อนของนักเรียน และการมีส่วนร่วมของสภานักเรียนในการปรับภูมิทัศน์สิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย
2. ผลการสร้างและพัฒนารูปแบบ "5 ดี วิถีดอนรวบ" (D1) ได้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลักที่สอดประสานกันอย่างเป็นระบบ ได้แก่
วางแผนดี (P): กระบวนการประชุมร่วมออกแบบ (Co-planning) ระหว่างสภาและครู
ปฏิบัติดี (D): การขับเคลื่อนโครงการผ่านระบบพี่สอนน้อง (Mentoring System)
สภาพแวดล้อมดี (E): การปรับภูมิทัศน์ทางกายภาพและจิตวิทยา (Eco-Democracy)
ตรวจสอบดี (C): การรับฟังเสียงสะท้อนที่ปลอดภัยและโปร่งใส (Voice of Students) และ
พัฒนาดี (A): การถอดบทเรียน (AAR) สู่นวัตกรรมสภานักเรียน
ผลการประเมินความสอดคล้องและความเหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน พบว่ารูปแบบและคู่มือมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.801.00 ซึ่งผ่านเกณฑ์และมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด สามารถนำไปทดลองใช้จริงได้
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบในสถานการณ์จริง (R2)
ในระหว่างปีการศึกษา 25682569 พบว่า คณะกรรมการสภานักเรียนมีพัฒนาการด้านพฤติกรรมการทำงานกลุ่มและกระบวนการประชาธิปไตยในภาพรวมอยู่ในระดับ "ปฏิบัติเป็นประจำ" สมาชิกสภานักเรียนกล้าคิด กล้าแสดงออก มีภาวะผู้นำ มีความสามัคคีธรรมและสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในการจัดกิจกรรมตามปฏิทินงานที่ร่วมวางแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถส่งต่อทักษะการทำงานผ่านระบบพี่เลี้ยงสู่รุ่นน้องได้อย่างเป็นระบบและเป็นธรรมชาติ การดำเนินงานในระยะที่ 3 เป็นการนำรูปแบบการบริหารสถานศึกษาด้วยกิจกรรมสภานักเรียน "5 ดี วิถีดอนรวบ วิถีประชาธิปไตย เพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาอย่างยั่งยืน" ไปทดลองใช้จริงในสถานการณ์ภาคสนามร่วมกับคณะกรรมการสภานักเรียนและนักเรียนโรงเรียนวัดดอนรวบ ตลอดปีการศึกษา 25682569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพัฒนาการเชิงพฤติกรรมและการขับเคลื่อนกิจกรรมตามวิถีประชาธิปไตยในบริบทจริง จากการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และแบบบันทึกกิจกรรมสภานักเรียน (Logbook) สามารถสรุปผลการวิจัยจำแนกตามร่องรอยพัฒนาการได้ดังนี้
1) พัฒนาการด้านพฤติกรรมการทำงานกลุ่มและกระบวนการประชาธิปไตย ผลการสังเกตพฤติกรรมของคณะกรรมการสภานักเรียนในภาพรวม พบว่ามีพัฒนาการที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมไต่ระดับขึ้นไปอยู่ในระดับ "ปฏิบัติเป็นประจำ" คณะกรรมการสภานักเรียนแสดงออกถึงความกล้าคิด กล้าแสดงออก และมีภาวะผู้นำ (Leadership) ในการขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างเด่นชัด สมาชิกสภานักเรียนมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเอง มีการกระจายงานและแบ่งความรับผิดชอบตามความถนัดอย่างเป็นระบบสะท้อนถึงหลักความเสมอภาค นอกจากนี้ ในด้านกระบวนการประชาธิปไตย คณะกรรมการสภา
นักเรียนแสดงออกถึง "ปัญญาธรรม" และ "สามัคคีธรรม" โดยสามารถล้อมวงประชุม รับฟังความคิดเห็นและข้อโต้แย้งที่แตกต่างจากสมาชิกคนอื่นด้วยความสุภาพและมีเหตุผล ควบคู่ไปกับการเคารพและปฏิบัติตามมติของเสียงส่วนใหญ่ (Majority Rule) โดยไม่ละเลยการรับฟังและให้เกียรติเสียงส่วนน้อย (Minority Rights)
2) ประสิทธิภาพในการจัดกิจกรรมและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตามปฏิทินงาน จากการขับเคลื่อนกิจกรรมตามปฏิทินปฏิบัติงานที่สภานักเรียนเป็นผู้ร่วมวางแผน (Co-planning) ตั้งแต่ต้นปีการศึกษา พบว่า คณะกรรมการสภานักเรียนสามารถดำเนินงานจัดกิจกรรมต่างๆ ได้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์และกรอบเวลาที่กำหนดไว้ และจุดเด่นที่พบจากการวิจัยในระยะนี้คือ "ทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในภาคสนาม" เมื่อสภานักเรียนต้องเผชิญกับอุปสรรคที่ไม่คาดคิดในสถานการณ์จริง (เช่น ข้อจำกัดด้านสภาพอากาศ หรือจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม) คณะกรรมการสภานักเรียนสามารถระดมความคิด วิเคราะห์ทางเลือก และร่วมกันตัดสินใจแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการระบบงานโดยไม่ทำให้เป้าหมายหลักและคุณภาพของกิจกรรมเสียหาย
3) ความเป็นระบบและเป็นธรรมชาติของระบบพี่เลี้ยง (Mentoring System) ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ที่สำคัญสะท้อนความยั่งยืนในระยะนี้คือ การขับเคลื่อนกลไก "ปฏิบัติตี (D)" ผ่านระบบพี่สอนน้อง คณะกรรมการสภานักเรียนชุดรุ่นพี่สามารถทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง (Mentor) คอยประคับประคอง ให้คำแนะนำ และถ่ายทอดเทคนิคการทำงาน ตลอดจนคุณธรรมในการเป็นผู้นำให้แก่รุ่นน้องอย่างอบอุ่น การส่งต่อทักษะ ทักษะชีวิต และกระบวนการทำงานไม่ได้เกิดขึ้นจากการบังคับ แต่เป็นไปอย่างเป็นระบบและเป็นธรรมชาติผ่านศรัทธาและความผูกพันภายในองค์กร ส่งผลให้รุ่นน้องสภานักเรียนได้รับการบ่มเพาะ ซึมซับ "วิถีดอนรวบ" และพร้อมที่จะก้าวขึ้นมารับไม้ต่อในการบริหารงานสภานักเรียนในปีการศึกษาถัดไปได้อย่างไร้รอยต่อ
4. ผลการประเมินผลและความยั่งยืนของรูปแบบ (D2)
มิติด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน นักเรียนมีวินัย เคารพสิทธิของผู้อื่นและมีจิตสาธารณะเพิ่มขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด ({x}= 4.65,S.D. = 0.42)
มิติด้านสภาพแวดล้อมและบรรยากาศในโรงเรียน โรงเรียนมีความสะอาด ร่มรื่น ปลอดภัย ปราศจากการบูลลี่ และมีพื้นที่เชิงบวกเอื้อต่อการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด ({x} = 4.72, S.D.= 0.38)
มิติด้านความพึงพอใจต่อรูปแบบการบริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครองมีความพึงพอใจในภาพรวมต่อการนำรูปแบบนี้ไปใช้พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาในระดับมากที่สุด ({x} = 4.78, S.D. = 0.35)
ผลจากการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพยืนยันว่า รูปแบบ "5 ดี" ได้กลายเป็น "วิถีดอนรวบ วิถีประชาธิปไตย " ที่แท้จริงสามารถสร้างรากฐานความเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย และยกระดับคุณภาพสถานศึกษาของโรงเรียนวัดดอนรวบได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืนสูง
Research Title: The Development of a School Management Model through Student Council Activities "5-Dee Don Ruab Democratic Way" for Sustainable School Quality Improvement at Wat Don Ruab School, Primary Educational Service Area Office Chumphon Zone 1
Researcher: Pawinee Suwapit
Position: Director of Wat Don Ruab School
Academic Years of Study: 20252026
Abstract
This research aimed to: 1) study the current state, problems, and necessary needs for student council development; 2) construct and develop a school management model through student council activities titled "5-Dee Don Ruab Democratic Way for Sustainable School Quality Improvement" alongside its activity manual; 3) implement the developed school management model in a real-world environment; and 4) evaluate the success and sustainability of the implemented model.
The research methodology followed a Research and Development (R&D) design divided into four phases: Phase 1 (Analysis - R1): foundational data collection and current state analysis; Phase 2 (Development - D1): model and manual construction by drafting the Don Ruab Management Model integrated with the Plan-Do-Check-Act (PDCA) cycle and democratic principles, validated for structural quality and Index of Item-Objective Congruence (IOC) by five experts; Phase 3 (Implementation - R2): real-world field implementation with the student council committee and students of Wat Don Ruab School during the 20252026 academic years, utilizing group behavior observation forms and student council logbooks as research instruments; and Phase 4 (Evaluation - D2): comprehensive outcome and sustainability evaluation targeting students, teachers, parents, and the Basic Education School Board, using evaluation forms, satisfaction surveys, and in-depth interview guides. Statistical methods used were mean (x ̅), standard deviation (S.D), and content analysis.
The research findings were as follows:
Foundational Data and Current State Analysis (R1): The current state of student council activities overall was at a moderate level, whereas the expected state was at the highest level. The highest needs-assessment priority indices requiring urgent improvement were the knowledge-and-skill transmission process from senior to junior members, transparency in student feedback channels, and active student council participation in improving environmental safety.
Model Construction and Development (D1): The "5-Dee Don Ruab" management model comprises five systematically interconnected core components: Good Planning (P) through co-planning processes between student council members and teachers; Good Execution (D) through a student mentoring system; Good Environment (E) through physical and psychological landscape management (Eco-Democracy); Good Checking (C) through safe and transparent reflection mechanisms (Voice of Students); and Good Development (A) through After-Action Reviews (AAR) leading to student council innovations. Expert evaluation indicated IOC values between 0.801.00, confirming the highest level of appropriateness for field testing.
Field Implementation Results (R2): During the 20252026 academic years, the student council committee demonstrated overall behavioral growth in group work and democratic processes at the "Regular Practice" level. Members exhibited leadership, assertiveness, and unity while efficiently resolving real-time operational issues during planned activities. Key observed development traces were:
Group Work and Democratic Behaviors: The student council showed significant growth, demonstrating leadership, task distribution based on aptitude, and adherence to equality. They displayed "Wisdom" and "Unity" by conducting open discussions, listening to opposing views, and adhering to majority rule while respecting minority rights.
Activity Execution and Real-time Problem Solving: Activities were successfully executed according to the co-planned schedule. Members demonstrated field adaptability by analyzing options and resolving unexpected challenges without compromising core objectives.
Mentoring System (Mentoring System): Senior members naturally acted as mentors, passing down skills and leadership values to junior members. This organic transfer established a seamless succession plan for future academic years.
Model Evaluation and Sustainability (D2): End-of-term evaluations revealed:
Student desirable characteristics improved significantly, showing higher discipline, respect for others’ rights, and public-mindedness at the highest level (x ̅=4.65,S.D.=0.42).
School environment and climate were clean, safe, anti-bullying, and conducive to learning at the highest level (x ̅=4.72,S.D.=0.38).
Overall satisfaction among teachers, students, and parents regarding the model’s application was at the highest level (x ̅=4.78,S.D.=0.35).
Qualitative content analysis confirmed that the "5-Dee" model successfully integrated as the authentic "Don Ruab Way," laying a firm foundation for democratic citizenship and sustainably raising school quality at Wat Don Ruab School.