การวิจัย เรื่องการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 2) เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 4) เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 จำนวน 12 คน (เฉพาะครูผู้สอน) คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (ไม่นับรวมผู้บริหารสถานศึกษาและตัวแทนครู) จำนวน 7 คน ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 64 คน และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ด้วยวิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) จำนวน 64 คน เครื่องที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม
แบบสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) วิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186
1.1 ศึกษาแนวทางการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 จากการศึกษาศึกษาและสังเคราะห์เอกสาร ตำรา บทความทางวิชาการ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พบว่า การบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม ประกอบด้วย การมีส่วนร่วมในการวางแผน การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติ การมีส่วนร่วมในการติดตาม/ประเมินผล การมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ ส่วนเครือข่ายความร่วมมือ ประกอบด้วย เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของเครือข่าย ขอบข่ายและภารกิจการบริหารจัดการ แนวทางการปฏิบัติงานเครือข่าย คุณลักษณะที่ดีของผู้นำเครือข่าย เทคนิควิธีการพัฒนาสมาชิกเครือข่าย และคุณภาพผู้เรียน ประกอบด้วย ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน
1.2 ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการจำเป็นของการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 โดยรวมพบว่า อยู่ในระดับน้อย และความต้องการจำเป็นของการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 โดยรวมอยู่ในระดับมาก
1.3 ผลการศึกษาสถานศึกษาที่เป็นแบบอย่าง (Best Practice) ด้านการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียน และครูที่ปฏิบัติหน้าที่วิชาการ ได้แก่ โรงเรียนวรนคร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2 จำนวน 2 คน โรงเรียนเวียงเทิง (เทิงทำนุประชา) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 4 จำนวน 2 คน และโรงเรียนบ้านโป่งแยงใน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) รวมทั้งสิ้นจำนวน 6 คน และนำมากำหนดเป็นตัวชี้วัด เพื่อสร้างข้อคำถามในการวิจัยเรื่องการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 ในครั้งนี้ ได้แก่ 1) การบริหารสถานศึกษา (1) การวางแผน (2) การดำเนินการ (3) การควบคุมและปรับปรุง (4) การตรวจสอบ (Check) และ (5) การจัดองค์การ (Organizing) 2) การบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม (1) การมีส่วนร่วมในการวางแผน (2) การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (3) การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติ (4) การมีส่วนร่วมในการติดตาม/ประเมินผล และ (5) การมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ 3) เครือข่ายความร่วมมือ (1) เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของเครือข่าย (2) ขอบข่ายและภารกิจการบริหารจัดการ (3) แนวทางการปฏิบัติงานเครือข่าย (4) คุณลักษณะที่ดีของผู้นำเครือข่าย และ (5) เทคนิควิธีการพัฒนาสมาชิกเครือข่าย
1.4 ศึกษาแนวทางการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับ การบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียน ประกอบด้วย อาจารย์ระดับอุดมศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ ซึ่งผู้วิจัยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 4 คน พบว่า ด้านการบริหารสถานศึกษา (1) การวางแผน มุ่งวิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการจำเป็นของผู้เรียนโดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด และแผนพัฒนาที่สอดคล้องกับบริบทสถานศึกษา (2) การดำเนินการ มุ่งนำแผนสู่การปฏิบัติอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการองค์ความรู้ ทรัพยากร และความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (3) การควบคุมและปรับปรุง มุ่งกำกับติดตามและนิเทศเชิงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ข้อมูลความก้าวหน้าของผู้เรียนวิเคราะห์ปัญหาและปรับปรุงการดำเนินงานอย่างทันท่วงที (4) การตรวจสอบ มุ่งประเมินกระบวนการและผลลัพธ์ตามตัวชี้วัด โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์และการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนำผลการประเมินไปพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และ (5) การจัดองค์การ มุ่งกำหนดโครงสร้าง บทบาทหน้าที่ และกลไกการประสานงานที่ชัดเจน จัดสรรทรัพยากรตามศักยภาพ และเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม (1) การมีส่วนร่วมในการวางแผน ส่งเสริมให้ผู้เกี่ยวข้องร่วมวิเคราะห์สภาพปัญหา กำหนดเป้าหมาย จัดทำแผน และกำหนดแนวทางพัฒนาคุณภาพผู้เรียนบนพื้นฐานของข้อมูลและความต้องการจำเป็น (2) การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องร่วมเสนอความคิดเห็น พิจารณาทางเลือก และตัดสินใจโดยยึดหลักเหตุผล ความโปร่งใส ความเป็นธรรม และประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ (3) การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติ ส่งเสริมการดำเนินกิจกรรมร่วมกันตามบทบาทและศักยภาพของแต่ละฝ่าย โดยบูรณาการทรัพยากร องค์ความรู้ และแหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (4) การมีส่วนร่วมในการติดตามและประเมินผล เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องร่วมกำหนดตัวชี้วัด ติดตาม ตรวจสอบ และสะท้อนผลการดำเนินงาน เพื่อนำข้อค้นพบไปปรับปรุงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (5) การมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ มุ่งให้ผู้เรียนได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม พร้อมส่งเสริมให้ผู้เกี่ยวข้องร่วมรับรู้ ชื่นชม และภาคภูมิใจในผลสำเร็จร่วมกัน ด้านเครือข่ายความร่วมมือ (1) เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของเครือข่าย ส่งเสริมให้สมาชิกเครือข่ายร่วมวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการจำเป็น กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดร่วมกัน โดยมุ่งผลลัพธ์ด้านคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ (2) ขอบข่ายและภารกิจการบริหารจัดการ กำหนดโครงสร้าง บทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบตามศักยภาพของสมาชิก พร้อมจัดระบบประสานงานและบริหารทรัพยากรร่วมกันอย่างคุ้มค่า (3) แนวทางการปฏิบัติงานเครือข่าย กำหนดขั้นตอนและวิธีดำเนินงานร่วมกันอย่างชัดเจน ส่งเสริมการสื่อสาร การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการติดตามปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง (4) คุณลักษณะที่ดีของผู้นำเครือข่าย ส่งเสริมภาวะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ คุณธรรม ความโปร่งใส ทักษะการประสานความร่วมมือ และความสามารถในการสร้างความไว้วางใจและความรับผิดชอบร่วมกัน (5) เทคนิควิธีการพัฒนาสมาชิกเครือข่าย พัฒนาศักยภาพสมาชิกตามความต้องการจำเป็นผ่านการนิเทศ การโค้ช ระบบพี่เลี้ยง การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง
2. ผลการสร้างรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186
2.1 รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 ที่พัฒนาขึ้น มีองค์ประกอบ 6 ประการ ได้แก่ 1) ทฤษฎีพื้นฐานและหลักการของรูปแบบ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) กระบวนการของรูปแบบ 4) ระบบงานและกลไกของรูปแบบ 5) เงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้ และ 6) แนวทางการประเมินผลการดำเนินงานของรูปแบบ โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการบริหารจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 และผลการสร้างคู่มือการใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 7 ส่วน ได้แก่ 1) บทนำ 2) คำชี้แจงการใช้คู่มือ 3) วัตถุประสงค์และเป้าหมาย 4) กรอบเนื้อหา 5) ขั้นตอนการดำเนินงาน 6) บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ และ 7) แหล่งข้อมูลอ้างอิง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการนำรูปแบบไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นระบบ
2.2 ผลการตรวจสอบรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน พบว่า รูปแบบมีความเหมาะสม ความถูกต้อง ความเป็นไปได้ และอรรถประโยชน์อยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยด้านความถูกต้องมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ส่วนผลการตรวจสอบร่างคู่มือการใช้รูปแบบอยู่ในระดับมากทุกด้านเช่นเดียวกัน โดยด้านความถูกต้องมีค่าเฉลี่ยสูงสุด
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186
3.1 ผลการศึกษาการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 ด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วม ในภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก และผลการศึกษาการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 ด้านภาคีเครือข่าย พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก
3.2 ผลการศึกษาการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 ภายหลังจากการนำรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก
3.3 ผลการศึกษาการเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 พบว่าในภาพรวมอยู่ในระดับมาก
4. ผลการประเมินรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียน
4.1 ผลการประเมินรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 ด้านความหมาะสม ในภาพรวมพบว่าอยู่ในระดับมาก ด้านความถูกต้อง ในภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก ด้านความเป็นไปได้ ในภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก และด้านอรรถประโยชน์ ในภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก ในส่วนผลการประเมินคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 ด้านความหมาะสม ในภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก ด้านความถูกต้อง ในภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก ด้านความเป็นไปได้ ในภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก และด้านอรรถประโยชน์ ในภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก
4.2 ผลการศึกษาความพึงพอใจของครูต่อรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 พบว่า ในภาพรวม อยู่ในระดับมาก และผลการศึกษาความพึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้ปกครองนักเรียนต่อรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 ในภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก และผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนตาลชุมมิตรภาพที่ 186 ในภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก
คำสำคัญ: การพัฒนารูปแบบ; การบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม; ภาคีเครือข่าย; คุณภาพผู้เรียน; การวิจัยและพัฒนา