ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

“LEADERS–READ Model : ระบบบริหารขับเคลื่อนครู สู่การยกระดับสมรรถนะการอ่านของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1” ประเภท : ผู้บริหารสถานศึกษา

ชื่อผลงาน : “LEADERS–READ Model : ระบบบริหารขับเคลื่อนครู สู่การยกระดับสมรรถนะการอ่านของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1”

ประเภท : ผู้บริหารสถานศึกษา

ด้านการบริหารจัดการที่ส่งเสริมการนำผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ระดับสถานศึกษา

ผู้จัดทำ : ดร.ณัฐวดี โพธิ์พรมศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดมหาโพธิใต้

ผลการดำเนินงาน

จากการดำเนินงานตามขั้นตอนและด้วยกระบวนการบริหารคุณภาพ PDCA (Plan-Do-Check-Act) ในการพัฒนาความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ด้วย COLOR READ Model : สีสันสร้างคำ ทบทวนซ้ำ สู่ผลสัมฤทธิ์ RT เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่กล่าวมาข้างต้น สถานศึกษาได้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ดังนี้

ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (Reading Test: RT) ปีการศึกษา 2568 สูงขึ้น นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดเพิ่มขึ้น จาก ร้อยละ 70 เป็นร้อยละ 80 ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้

กระบวนการจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ ครูผู้สอนสามารถออกแบบและจัดการเรียนรู้ด้านการอ่าน ที่หลากหลาย เน้นการปฏิบัติจริง และเหมาะสมกับพัฒนาการของผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนมีความเข้าใจและทักษะการอ่านที่ดีขึ้น

การวินิจฉัยและช่วยเหลือที่ตรงจุด นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการอ่านได้รับการวินิจฉัยและช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีผ่านกิจกรรมซ่อมเสริมรายบุคคล ส่งผลให้กลุ่มนักเรียนที่มีปัญหาพัฒนาทักษะการอ่าน

ได้เร็วขึ้น

ศักยภาพครูผู้สอนเพิ่มขึ้น ครูผู้สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีความรู้ความเข้าใจในหลักการสอนอ่านและเทคนิคการสอนที่หลากหลายมากขึ้น มีความมั่นใจในการจัดการเรียนรู้ และสามารถสร้างสรรค์สื่อ/นวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่านได้เอง

4.1 ผลที่เกิดกับโรงเรียน คือ โรงเรียนวัดมหาโพธิใต้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (Reading Test: RT) 3 ปีย้อนหลัง ดังนี้

ปีการศึกษา 2566 คะแนนการอ่านออกเสียง 77.47 คะแนน คะแนนการอ่านรู้เรื่อง 72.42 คะแนน รวมความสามารถทั้งสองด้าน 74.94 คะแนน ซึ่งผลสัมฤทธิ์ทางด้านการอ่านการเขียนของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ร้อยละ 70 และจากการเปรียบเทียบคะแนนผลการประเมินการอ่านของโรงเรียนมีคะแนนเฉลี่ยรวมทั้ง 2 ด้านยังต่ำกว่า เขตพื้นที่ จังหวัด ศึกษาธิการภาค สังกัด และประเทศ

ปีการศึกษา 2567 คะแนนการอ่านออกเสียง 88.13 คะแนน คะแนนการอ่านรู้เรื่อง 82.39 คะแนนรวมความสามารถทั้งสองด้าน 85.53 คะแนน ซึ่งผลสัมฤทธิ์ทางด้านการอ่านการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ร้อยละ 70 และจากการเปรียบเทียบคะแนนผลการประเมินการอ่านของโรงเรียนมีคะแนนเฉลี่ยรวมทั้ง 2 ด้านสูงกว่า เขตพื้นที่ จังหวัด ศึกษาธิการภาค สังกัด และประเทศ

ปีการศึกษา 2568 คะแนนการอ่านออกเสียง 82.50 คะแนน คะแนนการอ่านรู้เรื่อง 90.66 คะแนน

รวมความสามารถทั้งสองด้าน 86.58 คะแนน ซึ่งผลสัมฤทธิ์ทางด้านการอ่านการเขียนของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ร้อยละ 70 และจากการเปรียบเทียบคะแนนผลการประเมิน การอ่านของโรงเรียนมีคะแนนเฉลี่ยรวมทั้ง 2 ด้านสูงกว่า เขตพื้นที่ จังหวัด ศึกษาธิการภาค สังกัด และประเทศ

4.2 ผลที่เกิดกับครู คือ จากการพัฒนาความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ด้วย COLOR READ Model : สีสันสร้างคำ ทบทวนซ้ำ สู่ผลสัมฤทธิ์ RT ส่งผลให้ครูมีความรู้ความเข้าใจ และทักษะในการจัดการเรียนรู้ด้านการอ่านมากยิ่งขึ้น สามารถวิเคราะห์และจำแนกผู้เรียนตามระดับความสามารถ ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความแตกต่างระหว่างบุคคล ใช้สื่อและเทคนิคการสอนที่หลากหลาย โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ทฤษฎีสีในการพัฒนาทักษะการอ่านแจกลูกสะกดคำได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ครูมีความมั่นใจในการจัดการเรียนการสอน สามารถสร้างและพัฒนาสื่อนวัตกรรมทางการศึกษา รวมทั้งใช้ข้อมูลผลการประเมินเพื่อปรับปรุงการสอนได้อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้คุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

4.3 ผลที่เกิดกับนักเรียน คือ ส่งผลให้นักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่านที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน สามารถจดจำพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ได้แม่นยำ อ่านแจกลูกสะกดคำและอ่านออกเสียงได้ถูกต้องคล่องแคล่วมากขึ้น มีความเข้าใจในการอ่าน สามารถอ่านคำ ประโยค และข้อความสั้น ๆ ได้อย่างมั่นใจ ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านและผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) สูงขึ้น นอกจากนี้ นักเรียนมีความกระตือรือร้น สนใจการอ่าน กล้าแสดงออก และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น

1. ความเป็นมาและความสำคัญ

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ ตามมาตรฐานการเรียนรู้ มีความรู้ ทักษะ คุณธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ และใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย เป็นเครื่องมือสำคัญในการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติจริงในชั้นเรียน ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานยังเผยแพร่เอกสารหลักสูตรแกนกลางฯ พ.ศ. 2551 และมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดกลุ่มสาระ การเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถือเป็นช่วงชั้นพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นระยะเริ่มต้นของการวางรากฐานด้านการอ่าน การเขียน การสะกดคำ และการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร หากนักเรียน ไม่สามารถเชื่อมโยงเสียงพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และตัวสะกดเข้าด้วยกันได้อย่างถูกต้อง จะส่งผลให้เกิดปัญหาการอ่านไม่คล่อง เขียนคำผิด ขาดความมั่นใจในการเรียนรู้ และส่งผลต่อการเรียนรู้ในกลุ่มสาระอื่น ๆ ในระยะยาว ความสำคัญของการอ่านระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สะท้อนให้เห็นจากการที่สำนักทดสอบทางการศึกษา สพฐ. มีแนวทางการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน หรือ RT ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นการประเมินระดับชาติอย่างต่อเนื่อง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กำหนดให้มีการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (Reading Test : RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เพื่อสะท้อนความสามารถด้าน การอ่านออกเสียง และ การอ่านรู้เรื่อง โดยการอ่านออกเสียงครอบคลุมการอ่านคำและข้อความสั้น ๆ ที่ประกอบด้วยพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ คำที่มีตัวสะกดตรงและไม่ตรงมาตรา คำควบกล้ำ และคำที่มีอักษรนำ ส่วนการอ่านรู้เรื่องมุ่งให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจความหมายของคำ ประโยค และข้อความ ตอบคำถาม เล่าเรื่อง และสื่อความหมาย จากสิ่งที่อ่านได้ จะเห็นได้ว่า ทักษะการอ่านออกเสียงคำเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาความสามารถ ด้านการอ่านโดยรวม การจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญ กับการสร้างพื้นฐานด้านพยัญชนะ สระ การประสมคำ การแจกลูก และการสะกดคำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงระหว่าง รูปตัวอักษร เสียง การประสมคำ ความหมาย จนนำไปสู่การอ่านคำใหม่ได้ด้วยตนเอง ทั้งนี้ กรอบการประเมิน RT ยังระบุสาระที่เกี่ยวข้องกับการแจกลูกและการอ่านเป็นคำ ไว้ในสาระการเรียนรู้ภาษาไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยตรงการอ่านเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองของผู้เรียนในทุกระดับชั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ผู้เรียนเริ่มเรียนรู้การอ่านและเขียน อย่างเป็นระบบ หากผู้เรียนมีความสามารถด้านการอ่าน ที่แข็งแกร่ง จะเป็นรากฐานสำคัญในการเรียนรู้ ในรายวิชาอื่น ๆ และการใช้ชีวิตในอนาคต การประเมินความสามารถด้านการอ่าน (Reading Test RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นเครื่องมือสำคัญในการวินิจฉัย และติดตามพัฒนาการด้านการอ่านของผู้เรียน เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

กองวิจัยทางการศึกษา กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประเมินสภาพการจัดการเรียน การสอนภาษาไทย ในโรงเรียนประถมศึกษา พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยของนักเรียน มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ สมรรถภาพที่มีปัญหาได้แก่ ทักษะการอ่านและการเขียน ปัญหา คือ การออกเสียงพยัญชนะ สระ คำควบกล้ำไม่ชัดเจน การแจกลูกสะกดคำ การใช้หลักภาษาไทยไม่ถูกต้อง การแจกลูกสะกดคำเป็นเรื่องจำเป็นมากสำหรับผู้เริ่มเริ่มเรียน หากครูไม่ได้สอนแจกลูกสะกดคำแก่นักเรียน ในระยะเริ่มเรียน การอ่านของนักเรียนจะขาดหลักเกณฑ์การประสมคำเมื่ออ่านหนังสือมากขึ้น ทำให้สับสนอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือผิด ซึ่งเป็นปัญหามากของนักเรียนไทยในปัจจุบัน ผลจากการอ่านหนังสือ ไม่ออก เขียนไม่ได้ ย่อมส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนในวิชาอื่น ๆ ด้วย เพราะการอ่านและการเขียน เป็นเครื่องมือสำหรับการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง กรมวิชาการ (2551 : 134)

จากการศึกษาแนวคิดและงานวิจัยของ Huchendorf and Cary (2007: 1-4) พบว่า โทนสีอบอุ่น (สีแดงและสีเหลือง) และโทนสีเย็น (สีเขียวและสีน้ำเงิน) ช่วยให้สามารถจำคำได้มากขึ้น ดังนั้น การนำสีมากำหนดคำทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการอ่านมากขึ้น (ดารณี ศักดิ์ศิริผล, 2564: 8-23) เช่น สีเขียวทําให้สามารถจดจ่อ มีสมาธิ และผ่อนคลาย สีส้มช่วยกระตุ้นอารมณ์ทําให้รู้สึกกระฉับกระเฉง สีน้ำเงิน ให้ความรู้สึกหนักแน่น และมีสมาธิ สีเหลืองเป็นสีแห่งความเบิกบาน เร้าอารมณ์ และเรียกร้องความสนใจ และสีแดงเป็นสีที่สร้างความตื่นเต้น และกระตุ้นสมอง เป็นต้น การใช้สีเพื่อกระตุ้นการรับรู้ผ่านการมองเห็น ของผู้เรียน ส่งผลต่อความสามารถในการจดจํา นอกจากนี้ การใช้สียังเป็นการเพิ่มสีสันให้คำมีความน่าสนใจ ดึงดูดใจผู้เรียนมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับ จิรดา แก้วขาว และ นวลฉวี ประเสริฐสุข (2558: 55-70) กล่าวว่า การสอนอ่านคำโดยใช้สีเป็นตัวกำหนดพยัญชนะส่งผลให้นักเรียนจดจำคำและพัฒนาทักษะด้านการอ่าน ได้เร็วขึ้น ทำให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำได้ชัดเจนและจะจดจำคำได้รวดเร็ว และสอดคล้องกับ Doyle (2002: 227-230) ที่กล่าวว่า การใช้ตัวอักษรที่มีรหัสสีเป็นตัวชี้นำในคำนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่าการฝึกอ่าน โดยใช้สีเดียวกันทุกตัวอักษร การกำหนดสีน้ำเงินในตัวอักษรตัวแรก ทำให้นักเรียนที่มีปัญหาการอ่านที่ต่ำกว่าระดับชั้นมีความคล่องแคล่วและความสามารถในการถอดรหัสตัวอักษรได้ดีขึ้น มากกว่าการใช้ตัวอักษรสีดำเพียงอย่างเดียว (Kiby, 2018: 1-24) จากงานวิจัยของ Huchendorf and Cary (2007: 1-4) พบว่า โทนสีอบอุ่น (สีแดงและสีเหลือง) และโทนสีเย็น (สีเขียวและสีน้ำเงิน) ช่วยให้สามารถจำคำได้มากขึ้น จากข้อมูลข้างต้นชี้ให้เห็นว่าการนำสีมากำหนดคำทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการอ่านมากขึ้น

งานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาความสามารถด้านการอ่านสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้รูปแบบพิกเจอร์เวิร์ดร่วมกับบัตรคำศัพท์ พบว่า หลังการจัดการเรียนรู้ นักเรียนมีความสามารถ ด้านการอ่านสะกดคำสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อีกทั้งนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ในระดับมาก ผลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การใช้สื่อที่เป็นรูปธรรม ร่วมกับการฝึกอ่านอย่างเป็นระบบและการมีสิ่งช่วยจำ สามารถส่งเสริมทักษะการอ่านสะกดคำของผู้เรียนระดับประถมศึกษาตอนต้นได้

จากการที่ครูผู้สอนได้ดำเนินการคัดกรองและประเมินทักษะพื้นฐานด้านการอ่านของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้แบบประเมินการอ่าน การสังเกตพฤติกรรมระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และการตรวจสอบความสามารถในการจำพยัญชนะ สระ การประสมคำ และการอ่านคำพื้นฐาน จากนั้น นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เป็นรายบุคคล (Individual Student Analysis) พบว่า นักเรียนมีความแตกต่างกันทั้งด้านความรู้พื้นฐาน ทักษะการอ่าน และความพร้อมในการเรียนรู้ สามารถจำแนกตามระดับความสามารถได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ 1.กลุ่มที่มีพื้นฐานดี นักเรียนสามารถจดจำพยัญชนะและสระได้ค่อนข้างแม่นยำ สามารถเชื่อมโยงรูปกับเสียง และสามารถประสมคำง่าย ๆ โดยเฉพาะคำที่ไม่มีตัวสะกดได้ แต่ยังต้องได้รับการส่งเสริมให้เกิดความคล่องแคล่วและนำทักษะไปใช้กับคำที่มีความซับซ้อนมากขึ้น 2.กลุ่มที่ต้องได้รับการส่งเสริม และกระตุ้น นักเรียนสามารถจำพยัญชนะและสระบางส่วนได้ แต่ยังเกิดความสับสนในพยัญชนะหรือสระที่มีรูปร่างและตำแหน่งใกล้เคียงกัน เช่น ด-ค , ม-น , ภ-ถ , ิ - ี , ู- ุ เป็นต้น รวมทั้งยังประสมเสียงได้ไม่ต่อเนื่อง ส่งผลให้การอ่านคำใช้เวลานานและเกิดการอ่านผิดเป็นบางครั้ง นักเรียนกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องได้รับการฝึกซ้ำและใช้สื่อที่ช่วยกระตุ้นการจดจำ 3. กลุ่มที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ นักเรียนยังมีข้อจำกัดในการจดจำรูปและเสียงของพยัญชนะและสระ ไม่สามารถประสมเสียงเพื่ออ่านเป็นคำได้อย่างถูกต้อง เมื่อพบคำที่ไม่คุ้นเคยจะไม่สามารถถอดรหัสคำด้วยตนเอง และบางรายมีสมาธิในการทำกิจกรรมค่อนข้างสั้น จึงจำเป็นต้องได้รับการจัดกิจกรรมที่เป็นขั้นตอน ใช้สื่อที่มีความหลากหลาย และได้รับการดูแลเป็นรายบุคคลอย่างต่อเนื่อง

จากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ครูผู้สอนจึงวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว และหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา จึงได้ผลสรุปการพิจารณาว่าควรใช้ COLOR READ Model : สีสันสร้างคำ ทบทวนซ้ำ สู่ผลสัมฤทธิ์ RT โดยนำแนวคิดการใช้สีเป็นตัวช่วยในการรับรู้และแยกแยะองค์ประกอบของคำ มาประยุกต์ใช้ร่วมกับหลักการอ่านแจกลูกสะกดคำ ซึ่งมุ่งให้ผู้เรียนสามารถสังเกตและจำแนก พยัญชนะ สระ ตัวสะกด และองค์ประกอบของคำ ผ่านการกำหนดสีที่มีความหมายและมีรูปแบบการใช้ที่สม่ำเสมอ จากนั้น จึงฝึกการออกเสียง การประสมคำ การอ่านคำ และการอ่านซ้ำอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อสร้างความแม่นยำและความเพื่อการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน

2. วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการอ่านออกเสียงและการอ่านรู้เรื่องของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1 โดยใช้ COLOR READ Model : สีสันสร้างคำ ทบทวนซ้ำ สู่ผลสัมฤทธิ์ RT

2. เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ให้เป็นไปตามเกณฑ์ ที่กำหนด และมีความพร้อมสำหรับการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน Reading Test (RT)

3. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีความสนใจ ใฝ่เรียนรู้ และมีความมั่นใจในการอ่าน สามารถนำทักษะการอ่านไปใช้ในการเรียนรู้และชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

6. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

1. ภาวะผู้นำของผู้บริหาร ผู้บริหารใช้ LEADERS–READ Model : ระบบบริหารขับเคลื่อนครู สู่การยกระดับสมรรถนะการอ่านของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นกลไกในการบริหารและขับเคลื่อน การพัฒนาการอ่าน พร้อมสนับสนุนทรัพยากรและสร้างขวัญกำลังใจแก่ครูอย่างต่อเนื่อง

2. ศักยภาพและความมุ่งมั่นของครู ครูผู้สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีความรู้ ความเข้าใจในหลักการสอนอ่าน มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองและออกแบบการเรียนรู้ที่ท้าทาย

3. หลักสูตรและกิจกรรมที่หลากหลายและน่าสนใจ แผนการจัดการเรียนรู้และกิจกรรมต้องออกแบบมาเพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านในทุกด้าน และมีความน่าสนใจ ดึงดูดให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม

4. ระบบการนิเทศและติดตามผล มีกลไกการนิเทศ ให้คำปรึกษา และติดตามผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

5) การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ผู้ปกครองให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือในการส่งเสริมการอ่านของบุตรหลานที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ

โพสต์โดย เหมียว : [24 ก.ย. 2569 (09:36 น.)]
อ่าน [51] ไอพี : 223.207.235.13
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 1,607 ครั้ง
6 ข้อดีที่ Cloud Hosting ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กได้เปรียบเหนือคู่แข่ง
6 ข้อดีที่ Cloud Hosting ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กได้เปรียบเหนือคู่แข่ง

เปิดอ่าน 6,348 ครั้ง
กรมอนามัย เผย 6 วิธี ป้องกันโควิด-19 บนรถรับ-ส่งนักเรียน
กรมอนามัย เผย 6 วิธี ป้องกันโควิด-19 บนรถรับ-ส่งนักเรียน

เปิดอ่าน 3,783 ครั้ง
แนะนำ 5 อุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ เพิ่มขีดจำกัดในการใช้งานให้ทะลุหลอด
แนะนำ 5 อุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ เพิ่มขีดจำกัดในการใช้งานให้ทะลุหลอด

เปิดอ่าน 11,052 ครั้ง
เผย"แรม"รุ่นใหม่-มาตรฐานใหม่ต้องเก็บความจำไว้ได้แม้ไม่มีไฟฟ้า
เผย"แรม"รุ่นใหม่-มาตรฐานใหม่ต้องเก็บความจำไว้ได้แม้ไม่มีไฟฟ้า

เปิดอ่าน 12,685 ครั้ง
เผยโฉมอินเตอร์เฟซของ Google Pad
เผยโฉมอินเตอร์เฟซของ Google Pad

เปิดอ่าน 15,165 ครั้ง
ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน

เปิดอ่าน 28,616 ครั้ง
วิธีลดต้นขา แบบญี่ปุ่น ง่ายๆ ไม่เสียตังค์
วิธีลดต้นขา แบบญี่ปุ่น ง่ายๆ ไม่เสียตังค์

เปิดอ่าน 10,561 ครั้ง
ประทับใจ! คลิปช่วยลูกช้างขึ้นจากหลุม ก่อนวิ่งหาแม่ด้วยความดีใจ
ประทับใจ! คลิปช่วยลูกช้างขึ้นจากหลุม ก่อนวิ่งหาแม่ด้วยความดีใจ

เปิดอ่าน 16,892 ครั้ง
ทำไมคนไทยปฏิรูปการศึกษาไม่ได้ผล
ทำไมคนไทยปฏิรูปการศึกษาไม่ได้ผล

เปิดอ่าน 22,924 ครั้ง
วิธีการดูแลรักษาหน้าจอ Touch Screen
วิธีการดูแลรักษาหน้าจอ Touch Screen

เปิดอ่าน 11,984 ครั้ง
พบ ยีน ต้นเหตุชายโตเร็วกว่าหญิง แต่ส่งผลอายุขัยสั้นกว่า!
พบ ยีน ต้นเหตุชายโตเร็วกว่าหญิง แต่ส่งผลอายุขัยสั้นกว่า!

เปิดอ่าน 26,094 ครั้ง
เกร็ดประวัติวัดโพธิ์
เกร็ดประวัติวัดโพธิ์

เปิดอ่าน 12,645 ครั้ง
"เดอะ เกรท ไฟร์วอลล์" กรณีศึกษา "อินเทอร์เน็ต เกตเวย์" จากจีน
"เดอะ เกรท ไฟร์วอลล์" กรณีศึกษา "อินเทอร์เน็ต เกตเวย์" จากจีน

เปิดอ่าน 15,750 ครั้ง
ลูกบาศก์ของรูบิค
ลูกบาศก์ของรูบิค

เปิดอ่าน 13,151 ครั้ง
หลักการเสริมฮวงจุ้ยให้ "ห้องรับประทานอาหาร"
หลักการเสริมฮวงจุ้ยให้ "ห้องรับประทานอาหาร"

เปิดอ่าน 15,686 ครั้ง
วันเข้าพรรษา
วันเข้าพรรษา
เปิดอ่าน 89,395 ครั้ง
ระบบโทรทัศน์
ระบบโทรทัศน์
เปิดอ่าน 16,064 ครั้ง
มาตรฐานข้อสอบและการให้เกรดในมหาวิทยาลัย: เกรดเฟ้อและเกรดฝืด
มาตรฐานข้อสอบและการให้เกรดในมหาวิทยาลัย: เกรดเฟ้อและเกรดฝืด
เปิดอ่าน 10,935 ครั้ง
เปิดม่านการศึกษา : 16 เม.ย. 58 : โดย...ครูแจ่ม
เปิดม่านการศึกษา : 16 เม.ย. 58 : โดย...ครูแจ่ม
เปิดอ่าน 37,659 ครั้ง
ครูธุรการทั่วประเทศ ขอบรรจุเป็นพนักงานราชการ รายการ สถานีประชาชน สถานี ThaiPBS 14 ส.ค.2558
ครูธุรการทั่วประเทศ ขอบรรจุเป็นพนักงานราชการ รายการ สถานีประชาชน สถานี ThaiPBS 14 ส.ค.2558

รายการหลัก

► หน้าแรก
► ข่าว/บทความ
► สมุดเยี่ยม
► กระดานสนทนา
► เว็บลิงค์
► ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
► ข้อมูลบุคคล
► ภาพกิจกรรม
► ผู้สนับสนุน

สมาชิก

• เข้าสู่ระบบ
• คุณครูต้องรู้ไว้
• รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

• เว็บไซต์ สพฐ.
• กระทรวงศึกษาธิการ
• ติวสอบ GED
• ติวสอบ SAT
• เครื่องมือวัด
• เครื่องมืออุตสาหกรรม
• เกมส์
• แหล่งรวมเกมส์

• แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ