บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับการใช้อำนาจของผู้บริหารสตรีในโรงเรียน 2) ระดับการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน 3) ความสัมพันธ์ของการใช้อำนาจของผู้บริหารสตรีกับการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน และ 4) ตัวแปรพยากรณ์ของการใช้อำนาจของผู้บริหารสตรีที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ โรงเรียนที่มีผู้บริหารสตรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 จำนวน 86 โรงเรียน ผู้ตอบแบบสอบถามได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 1 คน และครูผู้สอน จำนวน 1 คน รวมผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 172 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating Scale) โดยใช้มาตราส่วนประมาณค่าของ Likert โดยค่าความเชื่อมั่นแบบสอบถามที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจของผู้บริหารสตรีมีค่าเท่ากับ .920 และการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียนมีค่าเท่ากับ .953 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และค่าการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบเลือกเข้าตัวแปรทั้งหมด
ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้
การใช้อำนาจของผู้บริหารสตรีโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านการใช้อำนาจความเชี่ยวชาญมีค่าเฉลี่ยสูงสุดและด้านการให้รางวัลมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด
การปฏิบัติงานของครูโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านการปฏิบัติตนและการมีส่วนร่วมมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ส่วนด้านการพัฒนาตนเองมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด
การใช้อำนาจของผู้บริหารสตรีมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับสูงมากกับการปฏิบัติงานของครู (r = .821) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
ตัวแปรพยากรณ์ 5 ด้านสามารถอธิบายการปฏิบัติงานของครูได้ร้อยละ 67.5 โดยมี 2 ตัวแปรที่มีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ด้านการใช้อำนาจการให้รางวัล มีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 ด้านการใช้อำนาจการบังคับ มีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05
โดยสามารถสร้างสมการพยากรณ์ได้ทั้งในรูปคะแนนดิบและคะแนนมาตรฐานได้ดังนี้
สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบ
hat{Y} = 1.344 + .103(X1) + .134(X2) + .187(X3) + .159(X4) + .137(X5)
สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐาน
{hat{z}}_y = .117(X1) + .207(X2) + .222(X3) + .188(X4) + .168(X5)
คำสำคัญ : การใช้อำนาจ, ผู้บริหารสตรี, การปฏิบัติงานของครู