|
Advertisement
|
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยบูรณาการทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานตามแนวทางสะเต็มศึกษาเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน สร้างและพัฒนารูปแบบ ศึกษาผลการใช้รูปแบบ ประเมินและปรับปรุงรูปแบบ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาผลการใช้รูปแบบ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนเทศบาลนาเชือก ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบวิเคราะห์เอกสาร 2) แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ 3) คู่มือการใช้รูปแบบ 4) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 5) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 6) แบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ 7) แบบสอบถามความพึงพอใจ 8) แบบประเมินความคิดเห็นของนักเรียนและครูผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีต่อรูปแบบ สถิติที่ใช้ คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบที แบบ Dependent Samples t-test และ One Sample t-test ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาความต้องการจำเป็นในด้านการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ พบว่า ด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน มีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด รองลงมา คือ ด้านการส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ด้านการจัดการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์และด้านการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาตามลำดับ สำหรับปัญหาและอุปสรรคที่พบ ได้แก่ นักเรียนขาดทักษะการคิดแก้ปัญหาและการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ ขาดความกระตือรือร้นและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ขณะที่ครูยังมีข้อจำกัดด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้ไปใช้ในชั้นเรียนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
2. ผลการสร้างและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยบูรณาการทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานตามแนวทางสะเต็มศึกษาเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีชื่อว่า CREATE Model มี 6 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 1) หลักการ แนวคิดและทฤษฎีพื้นฐาน 2) วัตถุประสงค์ 3) ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4) ระบบสังคม 5) หลักการตอบสนอง และ 6) ระบบสนับสนุน ผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ โดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับ มากที่สุด มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับ มาก
3. ผลการใช้รูปแบบ พบว่า ประสิทธิภาพของรูปแบบ เท่ากับ 83.26/81.43 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ 80/80 นักเรียนที่เรียนรู้ด้วยรูปแบบมีคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 มีคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบวัดความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด
4. ผลการประเมินและปรับปรุงรูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า นักเรียนมีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด ครูผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด ผลการปรับปรุงรูปแบบ พบว่ารูปแบบมีความเหมาะสมสอดคล้องกับหลักสูตร หลักการ แนวคิด และทฤษฎี กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้เหมาะสมกับเนื้อหา ทั้งนี้พบข้อจำกัดด้านเวลาเนื่องจากกิจกรรมเน้นการลงมือปฏิบัติ การสร้างชิ้นงาน และการนำเสนอ ในการนำรูปแบบไปใช้จึงควรเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารเวลา
|
โพสต์โดย เต็ม : [14 ก.ย. 2569 (11:53 น.)] อ่าน [48] ไอพี : 1.1.241.158
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 64,830 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 3,017 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 146,633 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 25,013 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 1,375 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 119,870 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 59,180 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 15,279 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 356,933 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 20,859 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 14,871 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 25,065 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 31,343 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 49,501 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 15,609 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 17,373 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 2,935 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,402 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 30,218 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,749 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|