บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ ที่ใช้เป็นองค์ประกอบและตัวชี้วัดในการพัฒนารูปแบบการบริหารงานบุคคล OUAN MODEL เพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนเทศบาล ๓ (โศภนพิทยาคุณานุสรณ์) เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 2. เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารงานบุคคล OUAN MODEL เพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนเทศบาล ๓ (โศภนพิทยาคุณานุสรณ์) เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 3. เพื่อทดลองการนำรูปแบบการบริหารงานบุคคล OUAN MODEL เพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนเทศบาล ๓ (โศภนพิทยาคุณานุสรณ์) เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 4. เพื่อประเมินและปรับปรุงรูปแบบการบริหารงานบุคคล OUAN MODEL เพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนเทศบาล ๓ (โศภนพิทยาคุณานุสรณ์) เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีวิธีดำเนินการวิจัยประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ขั้นวิเคราะห์ สมรรถนะที่จำเป็นของครูในศตวรรษที่ 21 ด้วยเครื่องมือแบบประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อสังเคราะห์ เป็นสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 ที่ผู้วิจัยต้องการส่งเสริมและพัฒนา ขั้นตอนที่ 2 ขั้นออกแบบและพัฒนารูปแบบ โดยการยกร่างรูปแบบต้นแบบจากแนวคิดรูปแบบระบบพื้นฐาน (Basic System Model) เสนอผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมและข้อเสนอแนะ ขั้นตอนที่ 3 ขั้นนำรูปแบบไปใช้ แล้วประเมินความ พึงพอใจของครูที่มีต่อรูปแบบหลังการใช้รูปแบบ ขั้นตอนที่ 4 ขั้นประเมินผลการ นำรูปแบบไปใช้ เป็นการประเมินด้วยแบบประเมินความมีประสิทธิภาพของรูปแบบ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเทศบาล ๓ (โศภนพิทยาคุณานุสรณ์) เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จำนวน 22 คน ตัวแทน ผู้ปกครอง นักเรียน และตัวแทนคณะกรรมการสถานศึกษา จำนวน 24 คน รวม 55 คน ด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และประเมินประเมินความพึงพอใจที่มีต่อสมรรถนะในศตวรรษที่ 21 ของครูหลังใช้รูปแบบการบริหารงานบุคคล OUAN MODEL เพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนเทศบาล ๓ (โศภนพิทยาคุณานุสรณ์) เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทุกขั้นตอนวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการวิเคราะห์จากความคิดเห็นของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีต่อสมรรถนะในศตวรรษที่ 21 ของตัวเอง ในสภาพที่เป็นจริงกับสภาพที่พึงประสงค์ ในภาพรวมทั้ง 3 ด้าน พบว่า สมรรถนะที่เป็นจริงมีความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง (Mean = 2.94 , S.D. = 0.08) แต่สมรรถนะที่พึงประสงค์มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (Mean = 4.30 , S.D. = 0.15)
2. ผลการปรับปรุงรูปแบบการบริหารงานบุคคล OUAN MODEL เพื่อส่งเสริมสมรรถนะครู ในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนเทศบาล ๓ (โศภนพิทยาคุณานุสรณ์) เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ผ่านการตรวจสอบความเหมาะสมและได้ปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ มี 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ปัจจัยนำเข้า (Input) ประกอบด้วย การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ คู่มือการดำเนินการตามรูปแบบ องค์ความรู้ด้านสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 2) กระบวนการเปลี่ยนแปลง (Transformational Process) ประกอบด้วย การจัดองค์กรเพื่อพัฒนาบุคลากร (O = Organization) การมีเอกภาพในการปฏิบัติงาน (U=Unity) สร้างความพยายามและแรงบันดาลใจ (A = Attempt) สร้างเครือข่ายมีการบริหารจัดการ แบบมีส่วนร่วมด้วยระบบคุณภาพ (N =Network) 3) ปัจจัยผลผลิต (Output) ประกอบด้วย ประสิทธิภาพของรูปแบบการบริหารงานบุคคล OUAN MODEL ด้านมาตรฐานความเป็นประโยชน์ ด้านมาตรฐานความเป็นไปได้ ด้านมาตรฐานความเหมาะสม และด้านมาตรฐานความถูกต้อง และความพึงพอใจของครู ที่มีต่อการพัฒนาสมรรถนะในศตวรรษที่ 21 หลังการใช้รูปแบบ ประกอบด้วยสมรรถนะหลัก สมรรถนะประจำสายงาน และสมรรถนะส่วนบุคคล
3. ผลการวิเคราะห์จากการประเมินความพึงพอใจของครูที่มีต่อรูปแบบการบริหารงานบุคคล OUAN MODEL เพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนเทศบาล ๓ (โศภนพิทยาคุณานุสรณ์) เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในภาพรวม พบว่า ครูมีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมาก (Mean = 4.29 , S.D. = 0.15) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ทั้งสามด้านมีความพึงพอใจในระดับมาก โดยมีด้านแนวทางการพัฒนา กับ ด้านสมรรถนะในศตวรรษที่ 21 ของครูที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนา มีค่าเฉลี่ยสูงสุดเท่ากัน (Mean = 4.29 , S.D. = 0.17, 0.20) ส่วนด้านวัตถุประสงค์มีค่าเฉลี่ยรองลงมา (Mean = 4.28 , S.D. = 0.19)
4. ผลการวิเคราะห์จากความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ ครู และตัวแทนผู้ปกครองที่มีต่อระดับ ประสิทธิภาพของรูปแบบการบริหารงานบุคคล OUAN MODEL เพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูในศตวรรษ ที่ 21 โรงเรียนเทศบาล ๓ (โศภนพิทยาคุณานุสรณ์) เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พบว่า ในภาพรวมมีความคิดเห็นในระดับมาก (Mean = 2.94 , S.D. = 0.08) เมื่อพิจารณาในภาพรวมที่จำแนกตามสถานภาพผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับมาก เรียงตามลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ครูและบุคลากรทางการศึกษา (Mean = 4.28 , S.D. = 0.13) ผู้ทรงคุณวุฒิ (Mean = 4.23 , S.D. = 0.16) และผู้ปกครอง (Mean = 4.19 , S.D. = 0.18) ตามลำดับ
5. ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจที่มีต่อสมรรถนะในศตวรรษที่ 21 ของครู หลังการใช้รูปแบบ การบริหารงานบุคคล OUAN MODEL เพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนเทศบาล ๓ (โศภนพิทยาคุณานุสรณ์) เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พบว่า ในภาพรวม ครูมีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมาก (Mean = 4.47 , S.D. = 0.15) เมื่อพิจารณาเป็นรายกลุ่ม พบว่า ครูมีความพึงพอใจเรียงลำดับจากมากไปน้อย ได้ดังนี้ กลุ่มสมรรถนะหลัก (Mean = 4.52 , S.D. = 0.17) มีระดับความพึงพอใจมากที่สุด เช่นเดียวกับ กลุ่มสมรรถนะประจำสายงาน (Mean = 4.51 , S.D. = 0.16) ส่วนกลุ่มสมรรถนะส่วนบุคคลมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (Mean = 4.39 , S.D. = 0.24)ครูมีความพึงพอใจในระดับมาก
Abstract:
This research aimed to:
1. Study basic information, the current situation, and the desired situation used as components and indicators in developing the "OUAN MODEL" personnel management model to enhance teacher competency in the 21st century at Municipal School 3 (Sophonpittayakunanusorn), Hat Yai Municipality, Songkhla Province.
2. Create and develop the "OUAN MODEL" personnel management model to promote 21st-century teacher competency at the same school.
3. Pilot the implementation of the "OUAN MODEL" personnel management model to promote teacher competency in the 21st century at the same school.
4. Evaluate and improve the "OUAN MODEL" personnel management model to promote teacher competency in the 21st century at the same school.
The research was conducted in four steps as follows:
Step 1: Analyze necessary teacher competencies in the 21st century using a needs assessment tool to synthesize the competencies promoted by the researcher.
Step 2: Design and develop the model by drafting a prototype based on the Basic System Model concept, then submitted to five experts for appropriateness and suggestions.
Step 3: Implement the model and assess teacher satisfaction after using it.
Step 4: Evaluate the models effectiveness through assessments by nine experts, 22 teachers and educational staff, and 24 representatives of student parents and school committee members, totaling 55 participants, selected by purposive sampling. Satisfaction with the 21st-century teacher competencies after using the "OUAN MODEL" was also evaluated. Data were analyzed using mean and standard deviation.
Research Findings:
1. Teachers and educational staff reported a moderate level of actual competency in the 21st century versus a high level of desired competency overall.
2. The revised "OUAN MODEL" personnel management model includes three components:
- Input factors: workshops, operation manuals, knowledge on 21st-century teacher competencies.
- Transformational process: organizing personnel development (Organization), unity in operations (Unity), effort and motivation (Attempt), and participatory management with quality systems (Network).
- Output factors: model effectiveness in terms of usefulness, feasibility, appropriateness, accuracy, and teacher satisfaction regarding 21st-century competency development, including core, job-specific, and personal competencies.
3. Teacher satisfaction with the model was high overall, particularly in development guidelines and promoted 21st-century competencies, with objectives rated slightly lower.
4. Experts, teachers, and parents rated the models effectiveness highly, with teachers and educational staff rating it the highest, followed by experts and parents.
5. Teacher satisfaction with 21st-century competency after using the model was high overall, especially for core and job-specific competencies, while personal competencies scored lowest but still high.