ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry-Based Learning) ผ่านสถานการณ์ปัญหาตามแนวทาง PISA โดยบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ ClassWiz fx-๙๙๑CW สำหรับนักเรียนชั้นมัธย

ชื่อผลงาน การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry-Based Learning) ผ่านสถานการณ์ปัญหาตามแนวทาง PISA โดยบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ ClassWiz fx-๙๙๑CW สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ด้วย I-CLASS Model

ชื่อ – นามสกุล นางสาวอภิชญา แก้วสุข

ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ -

สถานศึกษาโรงเรียนควนขนุน

กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

๑. ความเป็นมาและความสำคัญของวิธีหรือแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศ

๑. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

การเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และรูปแบบการดำเนินชีวิตในยุคดิจิทัล ส่งผลให้การศึกษาจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจากการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้และการจดจำเนื้อหา ไปสู่การพัฒนาผู้เรียนให้สามารถนำความรู้ไปใช้ในการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา ให้เหตุผล ตัดสินใจ และประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์ที่หลากหลายได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการเรียนรู้คณิตศาสตร์ซึ่งมิได้มีเป้าหมายเพียงให้ผู้เรียนสามารถคำนวณหรือใช้สูตรได้อย่างถูกต้องเท่านั้น แต่ต้องสามารถมองเห็นบทบาทของคณิตศาสตร์ในสถานการณ์จริง สามารถเลือกใช้ความรู้และกระบวนการทางคณิตศาสตร์เพื่อแก้ปัญหา ตีความผลลัพธ์ และประเมินความสมเหตุสมผลของคำตอบได้ อันเป็นลักษณะสำคัญของสมรรถนะความฉลาดรู้ทางคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy)

องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) กำหนดให้ความฉลาดรู้ทางคณิตศาสตร์ครอบคลุมความสามารถในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ และความสามารถในการสร้างปัญหา ใช้คณิตศาสตร์ และตีความหรือประเมินผลลัพธ์ทางคณิตศาสตร์ เพื่อแก้ปัญหาในบริบทของชีวิตจริง โดยกรอบการประเมิน PISA ให้ความสำคัญกับการที่ผู้เรียนสามารถเลือกใช้แนวคิด กระบวนการ ข้อเท็จจริง และเครื่องมือทางคณิตศาสตร์ รวมถึงเทคโนโลยี เพื่อช่วยในการแก้ปัญหา ตลอดจนสามารถพิจารณาว่าผลลัพธ์ที่ได้มีความสมเหตุสมผลและสอดคล้องกับบริบทของปัญหาหรือไม่ (OECD, ๒๐๒๒)

ในระดับประเทศ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กำหนดนโยบายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้สอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑–๒๕๘๐ แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐–๒๕๗๙ และแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ รวมถึงการส่งเสริมสมรรถนะและความฉลาดรู้ตามแนวทางการประเมิน PISA เพื่อเตรียมความพร้อมของผู้เรียนให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตและเผชิญกับความท้าทายในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ผลการประเมิน PISA ของประเทศไทยสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการพัฒนาความฉลาดรู้ทางคณิตศาสตร์ของผู้เรียน โดยผลการประเมิน PISA ๒๐๒๒ พบว่า นักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยด้านคณิตศาสตร์ ๓๙๔ คะแนน และลดลงจาก PISA ๒๐๑๘ จำนวน ๒๕ คะแนน ซึ่งสะท้อนความจำเป็นในการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปใช้ในการแก้ปัญหาและสถานการณ์จริงได้มากยิ่งขึ้น

ในระดับพื้นที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพัทลุงได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปี ๒๕๖๘ โดยมุ่งส่งเสริมให้สถานศึกษานำนโยบายการพัฒนาสมรรถนะและความฉลาดรู้ของผู้เรียนตามแนวทางการประเมิน PISA สู่การปฏิบัติในสถานศึกษา ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ จึงเป็นแนวทางสำคัญที่สถานศึกษาต้องนำมาสู่การปฏิบัติในระดับห้องเรียนอย่างเป็นรูปธรรม

จากบริบทดังกล่าว โรงเรียนควนขนุนจึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสมรรถนะและความฉลาดรู้ของผู้เรียนตามแนวทาง PISA โดยจากการสอบวัดสมรรถนะความฉลาดรู้ของนักเรียนโรงเรียนควนขนุนในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ครั้งที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๘ พบว่า นักเรียนที่ได้คะแนนเต็ม ๔ คิดเป็นร้อยละ ๐.๐๐ ขณะที่นักเรียนที่ได้คะแนน ๐ คิดเป็นร้อยละ ๙๖.๔๓ สะท้อนให้เห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถแสดงสมรรถนะความฉลาดรู้ทางคณิตศาสตร์ได้ตามระดับที่คาดหวัง และเป็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาอย่างเร่งด่วน

เมื่อวิเคราะห์สภาพปัญหาจากผลการประเมินดังกล่าว ประกอบกับการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนโดยครูแกนนำความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์และครูผู้สอนคณิตศาสตร์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนควนขนุน พบว่า นักเรียนอ่านและทำความเข้าใจโจทย์ปัญหาได้ไม่ดี ไม่สามารถตีความข้อมูลและเงื่อนไขของสถานการณ์ เชื่อมโยงสถานการณ์กับแนวคิดหรือกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ขาดทักษะการคิดวิเคราะห์และการให้เหตุผล ไม่สามารถตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ และมีข้อจำกัดในการนำข้อมูลจากข้อความ ตาราง และกราฟมาใช้ประกอบการแก้ปัญหา โดยนักเรียนส่วนหนึ่งยังคุ้นเคยกับการเรียนรู้ที่เน้นการจดจำสูตรและการดำเนินการตามตัวอย่าง มากกว่าการทำความเข้าใจสถานการณ์ เลือกแนวทางแก้ปัญหา และอธิบายเหตุผลของคำตอบ

สภาพปัญหาดังกล่าวสะท้อนว่า การพัฒนาความฉลาดรู้ทางคณิตศาสตร์ไม่สามารถมุ่งเน้นเพียงการเพิ่มความแม่นยำในการคำนวณหรือการฝึกทำแบบฝึกหัดในรูปแบบเดิม แต่จำเป็นต้องจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้เผชิญสถานการณ์ปัญหา ตั้งคำถาม สำรวจข้อมูล คาดการณ์ ทดลอง เลือกวิธีการทางคณิตศาสตร์ ตรวจสอบผลลัพธ์ อภิปราย และอธิบายเหตุผลด้วยตนเอง กระบวนการดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิด การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry-Based Learning) ซึ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนมีบทบาทในการสร้างความรู้จากการลงมือปฏิบัติ การค้นหาและตรวจสอบคำตอบ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนและสะท้อนความคิด

นอกจากนี้ การจัดสถานการณ์ปัญหาตามแนวทาง PISA ยังช่วยสร้างบริบทให้ผู้เรียนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างคณิตศาสตร์กับชีวิตจริง โดย PISA ให้ความสำคัญกับกระบวนการที่ผู้เรียนต้องทำความเข้าใจและสร้างปัญหาทางคณิตศาสตร์ นำแนวคิดและกระบวนการทางคณิตศาสตร์มาใช้เพื่อหาคำตอบ และนำผลลัพธ์กลับไปตีความและประเมินในบริบทของสถานการณ์เดิม โดยเฉพาะการพิจารณาว่าคำตอบที่ได้มีความสมเหตุสมผลหรือสามารถนำไปใช้ได้จริงหรือไม่ (OECD, ๒๐๒๒)

ในกระบวนการดังกล่าว เครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์สามารถทำหน้าที่เป็น “เครื่องมือทางคณิตศาสตร์เพื่อสนับสนุนการคิด” มิใช่เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับหาคำตอบ เนื่องจากการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ในสถานการณ์จริงอาจเกี่ยวข้องกับการคำนวณหลายขั้นตอน ค่าประมาณ ตัวเลขที่มีความซับซ้อน หรือการทดลองเปลี่ยนแปลงค่าของตัวแปร หากผู้เรียนต้องใช้เวลาและความสนใจส่วนใหญ่ไปกับการดำเนินการคำนวณ อาจทำให้มีโอกาสน้อยลงในการพิจารณาความสัมพันธ์ วิเคราะห์รูปแบบ ให้เหตุผล และตรวจสอบความหมายของผลลัพธ์ ดังนั้น การใช้เครื่องคำนวณอย่างเหมาะสมจึงสามารถช่วยสนับสนุนให้ผู้เรียนจัดสรรความสนใจไปยัง “กระบวนการคิดทางคณิตศาสตร์” ได้มากขึ้น

กรอบการประเมิน PISA ๒๐๒๒ ยังระบุบทบาทของเครื่องมือทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีไว้อย่างชัดเจน โดยการใช้เครื่องมือดังกล่าวสามารถสนับสนุนการหาคำตอบทั้งแบบค่าที่แน่นอนและค่าประมาณ รวมถึงการวิเคราะห์ ทดลอง และตรวจสอบผลลัพธ์ ขณะเดียวกัน ผู้เรียนยังคงต้องใช้เหตุผลในการเลือกเครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสม ตลอดจนต้องตีความและประเมินผลลัพธ์ในบริบทของปัญหา ดังนั้น คุณค่าของเครื่องมือจึงมิได้อยู่ที่ความสามารถในการคำนวณเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเลือกใช้เครื่องมืออย่างเหมาะสมภายใต้กระบวนการคิดและการแก้ปัญหา(OECD, ๒๐๒๒)

ด้วยเหตุนี้ การนำเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ ClassWiz fx-๙๙๑CW มาใช้ในการจัดการเรียนรู้จึงมุ่งให้เครื่องคำนวณเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ โดยนักเรียนจะเป็นผู้วิเคราะห์สถานการณ์และกำหนดแนวทางทางคณิตศาสตร์ก่อน จากนั้นจึงใช้เครื่องคำนวณเพื่อช่วยในการคำนวณ ทดลองเปลี่ยนค่าหรือเงื่อนไข สำรวจความสัมพันธ์ เปรียบเทียบผลลัพธ์ และตรวจสอบข้อคาดการณ์ แล้วจึงนำผลที่ได้กลับมาพิจารณา ให้เหตุผล และตีความความหมายของคำตอบในบริบทของสถานการณ์ กระบวนการดังกล่าวสามารถสรุปเป็นแนวคิดสำคัญว่า“คิดก่อนคำนวณ คำนวณเพื่อสำรวจ ตรวจสอบก่อนสรุป และตีความก่อนตัดสินใจ” ซึ่งช่วยยกระดับการใช้เครื่องคำนวณจากเครื่องมือสำหรับการคำนวณไปสู่เครื่องมือสำหรับการเรียนรู้และ การให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์

การใช้เครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ ClassWiz fx-๙๙๑CW ในลักษณะดังกล่าวจึงมีความสอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เพราะเปิดโอกาสให้นักเรียนสามารถตั้งข้อคาดการณ์ ทดลองตรวจสอบ ผลลัพธ์ และปรับเปลี่ยนแนวคิดจากหลักฐานที่ได้จากการคำนวณ ขณะเดียวกันยังสอดคล้องกับ Active Learning ที่ให้นักเรียนลงมือปฏิบัติและมีส่วนร่วมกับกระบวนการเรียนรู้ และสอดคล้องกับแนวทาง โจทย์ PISA ที่ให้ความสำคัญกับการใช้เครื่องมือทางคณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และการตีความประเมินผลลัพธ์ในบริบทจริง

จากความเป็นมา ผลการประเมิน และการวิเคราะห์สภาพปัญหาดังกล่าว ข้าพเจ้าจึงพัฒนานวัตกรรม I-CLASS Model ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่สังเคราะห์ขึ้นจากแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry-Based Learning) ผ่านสถานการณ์ปัญหาตามแนวทาง PISA โดยบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ ClassWiz fx-๙๙๑CW เพื่อพัฒนาสมรรถนะความฉลาดรู้ทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โดยมุ่งให้ผู้เรียนเป็นผู้ลงมือคิด ตั้งคำถาม สำรวจ ทดลอง แก้ปัญหา ตรวจสอบ ตีความ สื่อสารและให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ ขณะที่เทคโนโลยีและเครื่องคำนวณทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสนับสนุนกระบวนการคิดและการสืบเสาะ มิใช่เครื่องมือที่ใช้แทนกระบวนการคิดของผู้เรียน

กระบวนการดังกล่าวมุ่งเปลี่ยนการเรียนรู้จาก “การคำนวณเพื่อหาคำตอบ” ไปสู่ “การใช้คณิตศาสตร์เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์และตัดสินใจอย่างมีเหตุผล” โดยคาดหวังให้นักเรียนสามารถทำความเข้าใจและตีความปัญหา เลือกและใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ให้เหตุผล ตรวจสอบและประเมินความสมเหตุสมผลของผลลัพธ์ ตลอดจนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ใหม่ได้ อันนำไปสู่การพัฒนาสมรรถนะความฉลาดรู้ทางคณิตศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

โพสต์โดย จีด้า : [4 ก.ย. 2569 (13:53 น.)]
อ่าน [70] ไอพี : 49.230.168.47
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 12,810 ครั้ง
วิธีแก้ง่วง....เวลาทำงาน ได้ผล 100%
วิธีแก้ง่วง....เวลาทำงาน ได้ผล 100%

เปิดอ่าน 43,274 ครั้ง
คำแนะนำสำหรับนักเรียน และ ครูผู้สอน ในการสอบ O-NET วิชาภาษาไทย รูปแบบข้อสอบอัตนัย
คำแนะนำสำหรับนักเรียน และ ครูผู้สอน ในการสอบ O-NET วิชาภาษาไทย รูปแบบข้อสอบอัตนัย

เปิดอ่าน 19,802 ครั้ง
ไข้กาฬหลังแอ่น
ไข้กาฬหลังแอ่น

เปิดอ่าน 158,396 ครั้ง
ศัพท์กฏหมายภาษาอังกฤษน่ารู้
ศัพท์กฏหมายภาษาอังกฤษน่ารู้

เปิดอ่าน 16,325 ครั้ง
"SEGWAY" นวตกรรมแห่งโลกอนาคต
"SEGWAY" นวตกรรมแห่งโลกอนาคต

เปิดอ่าน 214,400 ครั้ง
สัตว์ในป่าชายเลน
สัตว์ในป่าชายเลน

เปิดอ่าน 2,989 ครั้ง
5 ขั้นตอนการทำ ICSI ที่ต้องรู้ ก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา
5 ขั้นตอนการทำ ICSI ที่ต้องรู้ ก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา

เปิดอ่าน 21,222 ครั้ง
แช่น้ำอุ่นก่อนนอนทำให้หลับลึก
แช่น้ำอุ่นก่อนนอนทำให้หลับลึก

เปิดอ่าน 13,897 ครั้ง
สมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ
สมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ

เปิดอ่าน 19,222 ครั้ง
โครงการหลวง 40 ชูไฮไลต์ พืช-ผลไม้ เพื่อสุขภาพ
โครงการหลวง 40 ชูไฮไลต์ พืช-ผลไม้ เพื่อสุขภาพ

เปิดอ่าน 37,506 ครั้ง
พู่กันของสง่า มะยุระ รู้ไหมว่าท่านคือใคร
พู่กันของสง่า มะยุระ รู้ไหมว่าท่านคือใคร

เปิดอ่าน 14,815 ครั้ง
การเลือกโต๊ะที่เป็นมงคล
การเลือกโต๊ะที่เป็นมงคล

เปิดอ่าน 27,442 ครั้ง
นางสงกรานต์ ปี 2559 "มณฑาเทวี" ทำนายฝนตกไม่ทั่วเมือง ข้าวพัง-ของแพง
นางสงกรานต์ ปี 2559 "มณฑาเทวี" ทำนายฝนตกไม่ทั่วเมือง ข้าวพัง-ของแพง

เปิดอ่าน 26,698 ครั้ง
การใช้ใบเสร็จรับเงินจากช่องทางการให้บริการด้านอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักฐานในการประกอบการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ว 34)
การใช้ใบเสร็จรับเงินจากช่องทางการให้บริการด้านอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักฐานในการประกอบการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ว 34)

เปิดอ่าน 24,402 ครั้ง
ทั่วโลกยอมรับ นร.เก่งได้เพราะครูเก่ง
ทั่วโลกยอมรับ นร.เก่งได้เพราะครูเก่ง

เปิดอ่าน 9,684 ครั้ง
วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน เห็นผลเร็วจนใคร ๆ ก็ต้องทัก
วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน เห็นผลเร็วจนใคร ๆ ก็ต้องทัก
เปิดอ่าน 17,404 ครั้ง
แอปเปิ้ลหลากสีหลากประโยชน์
แอปเปิ้ลหลากสีหลากประโยชน์
เปิดอ่าน 16,005 ครั้ง
ใครต้องฉีด วัคซีนป้องกันหวัด
ใครต้องฉีด วัคซีนป้องกันหวัด
เปิดอ่าน 12,518 ครั้ง
ประกาศจัดตั้งอุทยานใหม่อีก 15 แห่ง
ประกาศจัดตั้งอุทยานใหม่อีก 15 แห่ง
เปิดอ่าน 28,629 ครั้ง
เยือนประเทศลาว เข้าเมืองเวียงจันทน์ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้แหล่งที่พักเวียงจันทน์สุดชิล
เยือนประเทศลาว เข้าเมืองเวียงจันทน์ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้แหล่งที่พักเวียงจันทน์สุดชิล

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ