บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐานของครูโรงเรียนวัดควนลังมิตรภาพที่ 11
ผู้วิจัย อรพินท์ นวลบุญ
หน่วยงาน โรงเรียนวัดควนลังมิตรภาพที่ 11 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 2
ปีที่วิจัย 2566 2568
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐานของครูโรงเรียนวัดควนลังมิตรภาพที่ 11 2) สร้างและตรวจสอบรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน 3) ทดลองใช้รูปแบบดังกล่าว และ 4) ประเมินความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ในการนำไปปฏิบัติของรูปแบบ ดำเนินการวิจัย 4 ขั้นตอน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอนโรงเรียนวัดควนลังมิตรภาพที่ 11 จำนวน 12 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง และผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและความต้องการ แบบสอบถามตรวจสอบรูปแบบและแบบประเมินคู่มือการใช้รูปแบบ แบบสอบถามการเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพและการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน แบบประเมินความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. สภาพปัจจุบันของชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (x̄= 3.42, S.D. = 0.17) และความต้องการอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄= 4.59, S.D. = 0.26) ส่วนสภาพปัจจุบันของการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (x̄ = 2.74, S.D. = 0.14) และความต้องการอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.53, S.D. = 0.14) แสดงให้เห็นช่องว่างระหว่างสภาพปัจจุบันกับความต้องการอย่างชัดเจนในทุกด้าน
2. รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการของรูปแบบ วัตถุประสงค์ของรูปแบบ เนื้อหาของรูปแบบ กระบวนการของรูปแบบ และการวัดและประเมินผล โดยเนื้อหาของรูปแบบครอบคลุมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ 5 ด้าน ได้แก่ วิสัยทัศน์ร่วม การร่วมมือรวมพลัง การเปิดรับการชี้แนะการปฏิบัติงาน การเรียนรู้และพัฒนาวิชาชีพ และโครงสร้างสนับสนุนชุมชน และการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน 3 ด้าน ได้แก่ การวางแผนการจัดการเรียนรู้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ และการวัดและประเมินผล ขับเคลื่อนด้วยกระบวนการพัฒนาบทเรียนร่วมกัน 3 ขั้น คือ PLANDOSEE ผลการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิพบว่า รูปแบบมีความถูกต้อง (µ = 4.67) ความเป็นประโยชน์ (µ = 4.59) ความเหมาะสม (µ = 4.58) และความเป็นไปได้ (µ = 4.56) อยู่ในระดับมากที่สุดทุกมาตรฐาน และคู่มือการใช้รูปแบบมีความถูกต้อง (µ = 4.68) ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ (µ = 4.52 เท่ากันทั้งสามมาตรฐาน) อยู่ในระดับมากที่สุด
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบพบว่า การเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครู ก่อนการทดลองใช้อยู่ในระดับปานกลาง (x̄ = 2.83, S.D. = 0.22) หลังการทดลองใช้อยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.56, S.D. = 0.26) และการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน ก่อนการทดลองใช้อยู่ในระดับปานกลาง (x̄ = 2.85, S.D. = 0.19) หลังการทดลองใช้อยู่ในระดับมากที่สุด (x̄= 4.57, S.D. = 0.25) โดยสูงขึ้นทั้งภาพรวม รายด้าน และรายข้อ
4. ผลการประเมินการนำรูปแบบไปปฏิบัติตามความคิดเห็นของครูผู้สอนที่เข้าร่วมทดลองนำร่อง พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน ได้แก่ ความถูกต้อง (x̄ = 4.75, S.D. = 0.20) ความเหมาะสม (x̄ = 4.75, S.D. = 0.15) ความเป็นไปได้ (x̄= 4.75, S.D. = 0.18) และความเป็นประโยชน์ (x̄ = 4.62, S.D. = 0.31) สอดคล้องกับข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์ที่สะท้อนว่าครูมีความมั่นใจในการออกแบบและจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐานมากขึ้น
คำสำคัญ : ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ, การจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน, การพัฒนารูปแบบ