ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้รายวิชาสุขศึกษา STEPSS Model
เพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยในชีวิต โดยใช้สื่อประสม ชุด ชีวิตปลอดภัย
ใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ผู้วิจัย นายศิริชัย คำฟู ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดสหมิตรมงคล ตั้งตรงจิตร ๖ ตำบลหนองแค
อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี สังกัดกองการศึกษา เทศบาลตำบลหนองแค
ปีการศึกษา 2567
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้รายวิชาสุขศึกษา STEPSS Model เพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยในชีวิต โดยใช้สื่อประสม ชุด ชีวิตปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
2) ศึกษาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นตามเกณฑ์ 80/80 3) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น 4) ศึกษาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น และ 5) ศึกษาความพึงพอใจของครูและนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R & D) ดำเนินการ
4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การวิจัย (Research: R1) การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Analysis: A) ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนา (Development: D1) การออกแบบและพัฒนา (Design and Development: D&D) ขั้นตอนที่ 3 การวิจัย (Research: R2) การนำไปใช้ (Implementation: I) และขั้นตอนที่ 4
การพัฒนา (Development: D2) การประเมินผล (Evaluation: E) กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดสหมิตรมงคล ตั้งตรงจิตร ๖ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลตำบลหนองแค ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 29 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และครูผู้สอนสุขศึกษาระดับประถมศึกษาในจังหวัดสระบุรี จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาสุขศึกษา STEPSS Model จำนวน 20 แผน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3) แบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ จำนวน 20 ข้อ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของครูและนักเรียน แบบมาตราส่วนประมาณค่า
5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบ
ค่าที (t-test) และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. รูปแบบการจัดการเรียนรู้รายวิชาสุขศึกษา STEPSS Model ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 8 ประการ ได้แก่ หลักการของรูปแบบ วัตถุประสงค์ บทบาทครู กระบวนการจัดการเรียนรู้ ผลลัพธ์ที่คาดว่า บทบาทนักเรียน สิ่งที่ส่งเสริมการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล โดยกระบวนการจัด
การเรียนรู้ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ลับสมองประลองความรู้เข้าสู่บทเรียนด้วยความรู้เดิม
(S: Sharpen your brain) 2) ร่วมปฏิบัติงานเป็นทีม ระบุปัญหา วิเคราะห์ปัญหา และค้นหาคำตอบ
(T: Teamwork) 3) รวบรวมข้อมูลและเสนอวิธีการวิเคราะห์การแก้ปัญหา (E: Example of the Problem) 4) แลกเปลี่ยนเรียนรู้และสรุปวิเคราะห์การแก้ปัญหา (P: Problem Solving) 5) ประเมินและสรุปผลการเรียนรู้ (S: Summarize) 6) การตอบแทนสังคม (S: Social Responsibility) โดยรูปแบบได้รับการพัฒนา ตรวจสอบ ทดลองใช้ และปรับปรุงตามกระบวนการวิจัยและพัฒนา จนได้รูปแบบฉบับสมบูรณ์
2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ 84.91/87.67 สูงกว่าเกณฑ์
ที่กำหนดไว้ 80/80
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนมีค่าเฉลี่ย 35.07 สูงกว่าก่อนเรียน
ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 21.14 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีค่า t = 55.72, df = 28, p = .001
4. นักเรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 29 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของนักเรียนทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
5. ครูมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก มีค่าเฉลี่ย 4.16 และนักเรียนมีความพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก มีค่าเฉลี่ย 4.45
นอกจากนี้ นักเรียนสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับจากกระบวนการจัดการเรียนรู้
ไปสร้างชิ้นงานเกี่ยวกับการสร้างเสริมความปลอดภัยในชีวิตด้วยตนเอง และนำความรู้ไปประยุกต์
ใช้ในชีวิตประจำวันและร่วมสร้างสรรค์สังคมได้
คำสำคัญ: STEPSS Model, การจัดการเรียนรู้สุขศึกษา, ความปลอดภัยในชีวิต, การคิดวิเคราะห์, สื่อประสม