ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานผลการจัดการเรียนรู้เชิงรุก(Active Learning) การพัฒนาทักษะการฟังและพูดภาษาอังกฤษด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active learning บูรณาการร่วมกับ Communicative Language Teaching (CLT) โดยใช้รูปแบบการสอน SIPFA Model ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ โ

ความสำคัญของการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ หมวด ๔ แนวทางการจัดการศึกษามาตรา ๒๒ ได้กำหนดไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักเสมอว่า ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ และมาตรา ๒๔ ได้กล่าวถึงการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สถานศึกษาและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อดำเนินการจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ การประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึก การปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่าน ทำให้เกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่องและจัดการเรียนการสอนโดย ผสมสาระความรู้ต่าง ๆ ได้อย่างสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา ส่งเสริมสนับสนุนผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อม สื่อการเรียนและอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ และมีความรอบรู้รวมทั้งสามารถใช้ในการวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของ กระบวนการเรียนรู้ทั้งผู้สอนผู้เรียน อาจเรียนไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอนและวิทยาการประเภทต่างๆ จัดการเรียนรู้ให้เกิดได้ทุกเวลาทุกสถานที่ และมีการประสานความร่วมมือกับบิดา มารดา ผู้ปกครองและบุคคล ในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ

ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่มีความสำคัญและมีความจำเป็นที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะทักษะ การฟังและการพูด เป็นทักษะที่สำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นทักษะที่แสดงให้เห็นว่าผู้พูดมีความรู้ทางภาษา สามารถถ่ายทอดความคิด ความเข้าใจ และความรู้สึกผ่านการใช้ภาษาเพื่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน และทักษะการฟังและการพูดยังช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ทักษะอื่นได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

จากการศึกษานโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้านการ ปรับกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้หลากหลายด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยการส่งเสริมให้มีการต่อยอดแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบ สู่การพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และมุ่งเน้นให้สถานศึกษานำ Active Learning มาใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาผู้เรียน Active Learning ไม่ได้เป็นเพียง "กิจกรรมที่ทำให้ผู้เรียนสนุกสนาน" แต่เป็น กระบวนการทางปัญญา (Cognitive Process) ที่กระตุ้นให้ผ็เรียนเกิดการวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่า และสร้างสรรค์ความรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติและการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ไม่ใช่เป็นเพียง "ทางเลือก" ทางการศึกษา แต่เป็น "ความจำเป็น" ในการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ให้พร้อมรับมือกับโลกยุคพลิกผัน หัวใจสำคัญของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกไม่ได้อยู่ที่ความซับซ้อนของเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ หากแต่อยู่ที่การออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่กระตุ้นให้ผู้เรียนได้ "คิด ลงมือทำ และสะท้อนความคิด" สู่การขับเคลื่อน Active Learning ให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนทั้งระบบ ตั้งแต่วัฒนธรรมการเรียนรู้ในห้องเรียน การพัฒนาศักยภาพครูผู้สอน ระบบการวัดและประเมินผล ตลอดจนการสนับสนุนเชิงนโยบายจากผู้บริหารสถานศึกษา

นวัตกรรมที่นำมาพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning

ในการนี้ข้าพเจ้าผู้รับผิดชอบสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (วิชาภาษาอังกฤษ) ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๔-๖ ทราบถึงปัญหาผู้เรียนขาดทักษะในการพูดภาษาอังกฤษ และขาดความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ครูจึงใช้วิธีการแก้ปัญหาให้กับผู้เรียนโดยการใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active learning บูรณาการร่วมกับ Communicative Language Teaching (CLT) เพื่อพัฒนาทักษะการฟังและการพูด ผ่านกิจกรรม เกม สื่อการ เรียนการสอน ใบความรู้ และแบบฝึกหัดที่น่าสนใจ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษมากขึ้น อีกทั้งผู้เรียนยังได้ทำสิ่งต่าง ๆ ผ่านการปฏิบัติการจริง ได้ฝึกในสภาพสิ่งแวดล้อมจริง ได้ ฝึกคิดและลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเองตามความถนัดและศักยภาพ จนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ได้ปฏิบัติกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นผ่านกระบวนการฝึกเป็นคู่และกลุ่ม ซึ่งเมื่อผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองและเกิดความสนุกสนาน มีความสุขที่จะเรียน จึงส่งผลให้ผู้เรียนมีความมั่นใจในการฟังและพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร รวมถึงประยุกต์การนำเทคโนโลยีเข้ามาจัดการชั้นเรียน มีการวัดประเมินผลความก้าวหน้าการเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนากิจกรรมการการจัดการเรียนรู้พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษในด้านอื่นๆ ต่อไป

ขั้นที่ ๑ S – Stimulate (การกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจ) คือ การกระตุ้น สร้างแรงจูงใจและเชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิมของผู้เรียนและเชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิมของผู้เรียน หรือการเตรียมการของครูผู้สอนที่จะ เตรียมการสอนให้ผู้เรียนเกิดความสนใจตั้งแต่การออกแบบแผนการเรียนรู้และนำวิธีการสอนมาปรับใช้ใน บริบทรวมไปถึงการนำเข้าสู่บทเรียน เช่น การใช้สื่อภาพ เกม เพลง รูปภาพ คลิปวิดีโอ สถานการณ์จำลอง หรือคำถามชวนคิด เพื่อดึงความสนใจของผู้เรียน กระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้และมีส่วนร่วม พร้อมที่จะเข้าสู่บทเรียน

ขั้นที่ ๒ I – Input (การเสริมสร้างองค์ความรู้) คือ การเชื่อมโยงเนื้อหาความรู้ใหม่เข้ากับประสบการณ์เดิม หรือสภาพแวดล้อมใกล้ตัวของผู้เรียน เพื่อให้เนื้อหาที่อาจจะดูซับซ้อน กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและจับต้องได้ โดยครูนำเสนอคำศัพท์ โครงสร้างภาษา หรือเนื้อหาใหม่ และเลือกใช้สื่อที่หลากหลาย เช่น บัตรคำ สื่อดิจิทัล เรื่องเล่า หรือบทสนทนา เพื่อเน้นการรับรู้ภาษา (Language Input) ที่ถูกต้องและเข้าใจง่าย

ขั้นที่ ๓ P – Practice (การลงมือฝึกปฏิบัติอย่างสร้างสรรค์)คือ การเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลง

มือทำจริง ผ่านใบงาน กิจกรรมเดี่ยว คู่ กลุ่ม หรือการส่งเสริมการสื่อสาร เพื่อให้เกิดทักษะจากการแก้ปัญหา ทักษะการสื่อสาร และสร้างสรรค์ชิ้นงานด้วยตัวเอง โดยครูเป็นผู้สังเกตการณ์ ในขณะผู้เรียนฝึกปฏิบัติ และจะให้คำแนะนำผู้เรียนหลังฝึกปฏิบัติ ผู้จะไม่ขาดความมั่นใจและเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกอย่างอิสระ Learning by Doing

ขั้นที่ ๔ F – Feedback (การสะท้อนผลและให้ข้อมูลย้อนกลับ) คือ ครูผู้สอนและผู้เรียนร่วมกับ

สะท้อนผลการเรียนรู้ และครูผู้สอนประเมินผลระหว่างทางและให้คำแนะนำอย่างสร้างสรรค์ (Constructive Feedback) เพื่อชื่นชมจุดเด่น และให้ข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ แก้ไขข้อผิดพลาด และเสริมแรงเชิงบวก ชี้แนะจุดที่สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ก่อนที่จะจบกระบวนการ ช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

ขั้นที่ ๕ A – Application (การนำไปประยุกต์ใช้) คือ การให้ผู้เรียนสรุปองค์ความรู้ที่ได้ สร้างชิ้นงาน

นำเสนอผลงาน เล่นบทบาทสมมติ หรือสื่อสารในบริบทจริง ซึ่งจะมุ่งเน้นการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารอย่างมั่นใจและยั่งยืนและสามารถถ่ายทอดหรือนำไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ใหม่ๆ ซึ่งผลลัพธ์จากขั้นตอนนี้สามารถนำไปเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPIs) ของตัวผู้เรียนและผู้สอนได้ด้วย

โพสต์โดย ืNKSCH : [19 ส.ค. 2569 (22:36 น.)]
อ่าน [104] ไอพี : 1.2.231.113
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 35,281 ครั้ง
เดินหน้าปฏิรูปครู พฤติกรรมการสอนของ ครู 59
เดินหน้าปฏิรูปครู พฤติกรรมการสอนของ ครู 59

เปิดอ่าน 35,428 ครั้ง
วิธีการเรียนรู้ค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการ
วิธีการเรียนรู้ค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการ

เปิดอ่าน 19,524 ครั้ง
เคาน์เตอร์ต้อนรับในโรงเรียน มีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด
เคาน์เตอร์ต้อนรับในโรงเรียน มีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

เปิดอ่าน 34,938 ครั้ง
กฎหมายน่ารู้ ตอน "ครูยึดโทรศัพท์นักเรียน มีความผิดฐานยักยอกทรัพย์"
กฎหมายน่ารู้ ตอน "ครูยึดโทรศัพท์นักเรียน มีความผิดฐานยักยอกทรัพย์"

เปิดอ่าน 55,776 ครั้ง
แนวโน้มของเทคโนโลยีการศึกษาของไทย
แนวโน้มของเทคโนโลยีการศึกษาของไทย

เปิดอ่าน 51,834 ครั้ง
6 หลักสำคัญ ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ให้เด็กดี เก่ง มีความสุข
6 หลักสำคัญ ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ให้เด็กดี เก่ง มีความสุข

เปิดอ่าน 49,855 ครั้ง
เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา
เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา

เปิดอ่าน 24,823 ครั้ง
วัคซีนที่ผู้ใหญ่ควรฉีด
วัคซีนที่ผู้ใหญ่ควรฉีด

เปิดอ่าน 14,381 ครั้ง
คลิปกัปตันออกมายอมรับ ผมกลับเข้าห้องนักบินไม่ได้ !!
คลิปกัปตันออกมายอมรับ ผมกลับเข้าห้องนักบินไม่ได้ !!

เปิดอ่าน 883 ครั้ง
สกินแคร์ฟื้นฟูผิวคืออะไร ต่างจากสกินแคร์ทั่วไปอย่างไร ?
สกินแคร์ฟื้นฟูผิวคืออะไร ต่างจากสกินแคร์ทั่วไปอย่างไร ?

เปิดอ่าน 12,738 ครั้ง
ขจัดกลิ่นเท้าด้วยมะนาว
ขจัดกลิ่นเท้าด้วยมะนาว

เปิดอ่าน 58,425 ครั้ง
มารยาทในการพูดโทรศัพท์ (Phone Manners)
มารยาทในการพูดโทรศัพท์ (Phone Manners)

เปิดอ่าน 3,713 ครั้ง
ไมค์ไร้สายตัวไหน ใช่สำหรับคุณ
ไมค์ไร้สายตัวไหน ใช่สำหรับคุณ

เปิดอ่าน 10,818 ครั้ง
ออกกำลังกายตามอารมณ์
ออกกำลังกายตามอารมณ์

เปิดอ่าน 14,090 ครั้ง
คู่มือถนอมผิวสวยใต้แสงแดด
คู่มือถนอมผิวสวยใต้แสงแดด

เปิดอ่าน 14,520 ครั้ง
คู่มือหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางของงานก่อสร้างและหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติการชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญ
คู่มือหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางของงานก่อสร้างและหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติการชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญ
เปิดอ่าน 85,976 ครั้ง
รูปแบบการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กที่ได้ผล
รูปแบบการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กที่ได้ผล
เปิดอ่าน 15,676 ครั้ง
ภัยลิปสติกเจล เสี่ยงมะเร็ง!
ภัยลิปสติกเจล เสี่ยงมะเร็ง!
เปิดอ่าน 12,900 ครั้ง
ปลุกเด็กเขียนจดหมาย ลดใช้ facebook
ปลุกเด็กเขียนจดหมาย ลดใช้ facebook
เปิดอ่าน 15,520 ครั้ง
วิธีบริหารเงิน ที่ไม่มีสอนในโรงเรียน
วิธีบริหารเงิน ที่ไม่มีสอนในโรงเรียน

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ