ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

READ SMART Model : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะการอ่านตามแนว PISA ด้วยการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง

การอ่านเป็นทักษะพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้และการดำรงชีวิตของผู้เรียน เพราะการอ่านไม่ได้มีบทบาทเฉพาะในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ผู้เรียนต้องใช้ในการแสวงหาความรู้ ทำความเข้าใจข้อมูล สื่อสาร วิเคราะห์สถานการณ์ แก้ปัญหา และตัดสินใจในชีวิตประจำวัน ผู้เรียนที่มีสมรรถนะด้านการอ่านที่ดีจึงย่อมมีพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย และนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม

ในปัจจุบันบริบทของการอ่านมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้เรียนไม่ได้อ่านเฉพาะหนังสือเรียน นิทาน หรือบทความเท่านั้น แต่ต้องพบกับข้อมูลในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น ข่าว ประกาศ โฆษณา ตาราง แผนภูมิ กราฟ อินโฟกราฟิก ข้อความจากสื่อสังคมออนไลน์ และสื่อดิจิทัลต่าง ๆ ข้อมูลบางประเภทมีทั้งข้อความ ภาพ ตัวเลข และสัญลักษณ์ประกอบกัน ผู้เรียนจึงจำเป็นต้องมีความสามารถในการทำความเข้าใจข้อมูลจากรูปแบบต่าง ๆ สามารถพิจารณาความสัมพันธ์ของข้อมูล แยกแยะข้อมูลที่สำคัญ ตีความข้อมูลที่ไม่ได้กล่าวไว้โดยตรง ตลอดจนประเมินและนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล

การพัฒนาสมรรถนะการอ่านตามแนวทาง PISA จึงมีความสำคัญต่อการเตรียมผู้เรียนให้สามารถใช้การอ่านเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้และดำรงชีวิต โดยเน้นให้ผู้เรียนสามารถ ค้นหาและดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากสิ่งที่อ่าน เชื่อมโยงและตีความข้อมูล ประเมินและสะท้อนข้อมูล ตลอดจนใช้สิ่งที่อ่านเพื่อบรรลุเป้าหมายและจัดการกับสถานการณ์ต่าง ๆ การจัดการเรียนรู้จึงควรก้าวข้ามการอ่านเพื่อจดจำเนื้อหา หรือการค้นหาคำตอบที่ปรากฏอยู่ในบทอ่านโดยตรง ไปสู่การอ่านที่ผู้เรียนต้องใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ และใช้หลักฐานประกอบการตัดสินใจ

จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่านของผู้เรียน พบว่า ผู้เรียนบางส่วนยังมีข้อจำกัดในการระบุใจความสำคัญ การค้นหาและคัดเลือกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคำถาม การเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายส่วนของบทอ่าน รวมถึงการตีความข้อมูลที่ไม่ได้ปรากฏโดยตรง นอกจากนี้ ผู้เรียนบางส่วนยังตอบคำถามโดยอาศัย ความคิดเห็นส่วนตัวมากกว่าการใช้หลักฐานจากบทอ่านประกอบคำตอบ และยังไม่คุ้นเคยกับคำถามที่มีคำตอบได้หลากหลาย ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการคิดวิเคราะห์และการให้เหตุผลอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกัน ผู้เรียนยังมีโอกาสฝึกอ่านข้อมูลในรูปแบบตาราง กราฟ แผนภูมิ อินโฟกราฟิก และสื่อดิจิทัลไม่มากเพียงพอ ส่งผลให้เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ใหม่ที่ต้องนำข้อมูลจากการอ่านไปประยุกต์ใช้ ผู้เรียนบางส่วนยังไม่สามารถถ่ายโอนความรู้และทักษะไปใช้ได้อย่างเหมาะสม

ปัญหาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนาทักษะการอ่านของผู้เรียนจำเป็นต้องมุ่งเน้น “การอ่านเพื่อใช้ข้อมูลในการคิด” มากกว่าการอ่านเพื่อค้นหาคำตอบเพียงอย่างเดียว ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องให้สามารถอ่านเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ ค้นหาและคัดเลือกข้อมูล เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายส่วน วิเคราะห์และตีความ ประเมินข้อมูล ใช้หลักฐานสนับสนุนคำตอบ ให้เหตุผลอย่างเป็นระบบ ตลอดจนสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการแก้ปัญหาและตัดสินใจในสถานการณ์จริง

จากแนวคิดดังกล่าว ผู้จัดทำจึงได้ศึกษาสภาพปัญหา วิเคราะห์ความต้องการจำเป็นของผู้เรียน และออกแบบแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง โดยใช้บทอ่านและสถานการณ์ที่ใกล้ตัวเป็นฐานในการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้อ่าน ค้นหา วิเคราะห์ อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ใช้หลักฐาน และสร้างคำตอบด้วยตนเอง ตลอดจนฝึกนำสิ่งที่เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ใหม่ อันเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และพัฒนาสมรรถนะการอ่านอย่างเป็นระบบ

ด้วยเหตุนี้ จึงได้พัฒนา “READ SMART Model : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะการอ่านตามแนว PISA ด้วยการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง” ขึ้น โดยออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนค่อย ๆ พัฒนาจากการทำความเข้าใจสถานการณ์ ไปสู่การค้นหาและคัดเลือกข้อมูล การวิเคราะห์และตีความ การประเมินข้อมูล การใช้หลักฐานและเหตุผล ตลอดจนการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ใหม่ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะการอ่านควบคู่กับทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการตัดสินใจ

READ SMART Model มุ่งให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง โดยมีแนวคิดสำคัญคือ “อ่านเข้าใจ ค้นข้อมูล วิเคราะห์เป็น ใช้หลักฐาน ให้เหตุผล และนำไปใช้” ซึ่งช่วยเปลี่ยนบทบาทของผู้เรียนจากผู้รับข้อมูลมาเป็นผู้ใช้ข้อมูลอย่างมีความหมาย ผู้เรียนไม่ได้เพียงตอบคำถามให้ถูกต้อง แต่ต้องสามารถอธิบายได้ว่า “คำตอบมาจากข้อมูลใด และเพราะเหตุใดจึงคิดเช่นนั้น” กระบวนการดังกล่าวจะช่วยสร้างนิสัยการอ่านอย่างมีจุดมุ่งหมายและส่งเสริมการคิดอย่างมีเหตุผล

นอกจากนี้ READ SMART Model ยังสามารถปรับใช้กับบทอ่านและสถานการณ์ที่หลากหลาย ทั้งข่าว บทความ ประกาศ โฆษณา ตาราง แผนภูมิ กราฟ อินโฟกราฟิก และสื่อดิจิทัล ตลอดจนสามารถเชื่อมโยงกับบริบทของผู้เรียนและชุมชนได้ ทำให้การเรียนรู้มีความใกล้ตัวและมีความหมายมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถบูรณาการกับสาระการเรียนรู้และสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญของการอ่านและสามารถนำทักษะไปใช้ได้จริง

ดังนั้น READ SMART Model จึงมีความสำคัญในฐานะนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนจาก “อ่านเพื่อรู้” ไปสู่ “อ่านเพื่อคิด อ่านเพื่อใช้ และอ่านเพื่อแก้ปัญหา” ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนมีสมรรถนะการอ่านตามแนว PISA สามารถใช้ข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณ มีหลักฐานในการสนับสนุนความคิดเห็น มีเหตุผลในการตัดสินใจ และสามารถนำทักษะการอ่านไปใช้ในการเรียนรู้และดำรงชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

โพสต์โดย โซ่ : [14 ส.ค. 2569 (19:52 น.)]
อ่าน [183] ไอพี : 180.180.194.236
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 46,004 ครั้ง
การทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์เบื้องต้น
การทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์เบื้องต้น

เปิดอ่าน 11,933 ครั้ง
เทคนิคการคูณเลขแบบญี่ปุ่นกรณีมีเลขศูนย์อยู่ด้วย
เทคนิคการคูณเลขแบบญี่ปุ่นกรณีมีเลขศูนย์อยู่ด้วย

เปิดอ่าน 842 ครั้ง
Rotator Cuff Syndrome คือโรคอะไร? มีกี่ประเภท รักษาอย่างไร
Rotator Cuff Syndrome คือโรคอะไร? มีกี่ประเภท รักษาอย่างไร

เปิดอ่าน 26,435 ครั้ง
ทำไมดวงอาทิตย์ตอนเช้าหรือตอนเย็นจึงดูดวงใหญ่
ทำไมดวงอาทิตย์ตอนเช้าหรือตอนเย็นจึงดูดวงใหญ่

เปิดอ่าน 14,872 ครั้ง
เรียนยังไงให้ "เก่ง" และต้องเก่งกว่าครูบาอาจารย์ คำแนะนำจากนักเรียนทุนชื่อ "ดร.ป๋วย"
เรียนยังไงให้ "เก่ง" และต้องเก่งกว่าครูบาอาจารย์ คำแนะนำจากนักเรียนทุนชื่อ "ดร.ป๋วย"

เปิดอ่าน 37,413 ครั้ง
วรรณคดีมรดก
วรรณคดีมรดก

เปิดอ่าน 13,233 ครั้ง
คอมพิวเตอร์ วิชั่น-ออฟฟิศ ซินโดรม โรคฮิตของคนเมืองทางแก้เริ่มที่ตัวเอง
คอมพิวเตอร์ วิชั่น-ออฟฟิศ ซินโดรม โรคฮิตของคนเมืองทางแก้เริ่มที่ตัวเอง

เปิดอ่าน 31,793 ครั้ง
พยาธิใบไม้ในตับ
พยาธิใบไม้ในตับ

เปิดอ่าน 17,491 ครั้ง
เด็กๆ นี่มีเสน่ห์ คนนี้ชอบพูด NO น่ารักดี
เด็กๆ นี่มีเสน่ห์ คนนี้ชอบพูด NO น่ารักดี

เปิดอ่าน 87,381 ครั้ง
กระแสอะไรที่จะช่วยปรับรูปแบบโครงสร้างการปฏิรูปการศึกษาของไทย โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์
กระแสอะไรที่จะช่วยปรับรูปแบบโครงสร้างการปฏิรูปการศึกษาของไทย โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์

เปิดอ่าน 64,666 ครั้ง
การบอกคุณภาพของน้ำ โดยใช้ปริมาณออกซิเจนเป็นเกณฑ์
การบอกคุณภาพของน้ำ โดยใช้ปริมาณออกซิเจนเป็นเกณฑ์

เปิดอ่าน 26,251 ครั้ง
PHP Multi Elearning II (โปรแกรมสนับสนุน E-Learning)
PHP Multi Elearning II (โปรแกรมสนับสนุน E-Learning)

เปิดอ่าน 11,836 ครั้ง
10 ท่ากระชับสัดส่วนสวย
10 ท่ากระชับสัดส่วนสวย

เปิดอ่าน 3,233 ครั้ง
7 พิกัดที่เที่ยวเชียงราย เที่ยวง่ายๆ เที่ยวได้ทั้งปี
7 พิกัดที่เที่ยวเชียงราย เที่ยวง่ายๆ เที่ยวได้ทั้งปี

เปิดอ่าน 12,718 ครั้ง
ฮีโร่&วายร้าย คนเด่นโลกปี 2554
ฮีโร่&วายร้าย คนเด่นโลกปี 2554

เปิดอ่าน 1,240 ครั้ง
กู้สินเชื่อช่วยคุณได้จริงไหม พร้อมแชร์การวางแผนใช้สินเชื่อให้ถูกวิธี
กู้สินเชื่อช่วยคุณได้จริงไหม พร้อมแชร์การวางแผนใช้สินเชื่อให้ถูกวิธี
เปิดอ่าน 11,941 ครั้ง
วิธีรักษามะเร็ง แบบธรรมชาติ
วิธีรักษามะเร็ง แบบธรรมชาติ
เปิดอ่าน 149,002 ครั้ง
ศาสตราจารย์ศิลป์  พีระศรี
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
เปิดอ่าน 28,698 ครั้ง
"อ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขเป็น"
"อ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขเป็น"
เปิดอ่าน 31,452 ครั้ง
 กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทน พ.ศ.2551
กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทน พ.ศ.2551

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ