1. ความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรม
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีที่งดงาม โดยเฉพาะ การไหว้ ซึ่งเป็นมารยาทไทยที่สะท้อนถึงความเคารพ ความอ่อนน้อม ความมีสัมมาคารวะ และการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข การปลูกฝังมารยาทไทยให้แก่เด็กตั้งแต่ระดับประถมศึกษาตอนต้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นช่วงวัยที่สามารถเรียนรู้และซึมซับพฤติกรรมที่เหมาะสมจนเกิดเป็นนิสัยและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้หน้าที่พลเมือง พบว่า นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้นบางส่วนยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายและความสำคัญของการไหว้ ตลอดจนยังปฏิบัติการไหว้ไม่ถูกต้องตามกาลเทศะ เช่น ระดับมือในการไหว้ การวางมือ การก้มศีรษะ การกล่าวคำทักทาย และการเลือกใช้การไหว้ให้เหมาะสมกับบุคคลและสถานการณ์ นอกจากนี้ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นการบอกความรู้หรือการท่องจำเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถทำให้นักเรียนเกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ได้อย่างยั่งยืน
ดังนั้น ผู้จัดทำจึงพัฒนานวัตกรรม THAI WAI Model โดยยึดหลักการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เน้นให้นักเรียน เรียนรู้จากสถานการณ์ใกล้ตัว ดูตัวอย่าง ฝึกปฏิบัติ เล่นบทบาทสมมติ สะท้อนผล และนำไปใช้จริง เพื่อให้นักเรียนเกิดทั้งความรู้ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อความเป็นไทย
นวัตกรรมดังกล่าวมุ่งสร้างความตระหนักว่า การไหว้ไม่ใช่เพียงท่าทาง แต่เป็นการแสดงออกถึงความเคารพและจิตใจที่ดีงาม และช่วยปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ได้แก่ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม
2. จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
2.1 จุดประสงค์
1. เพื่อให้นักเรียนไหว้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับบุคคลและสถานการณ์
2. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมไทย
3. เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีมารยาท มีสัมมาคารวะ อ่อนน้อม และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
2.2 เป้าหมายเชิงปริมาณ
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 47 คน
1. นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 สามารถปฏิบัติการไหว้ได้ถูกต้องตามเกณฑ์ที่กำหนด
2. นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 สามารถเลือกใช้การไหว้ได้เหมาะสมกับบุคคลและสถานการณ์
3. นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 มีเจตคติที่ดีและเห็นคุณค่าของการรักษาความเป็นไทย
2.3 เป้าหมายเชิงคุณภาพ
นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะเกี่ยวกับมารยาทไทย สามารถปฏิบัติการไหว้ได้อย่างถูกต้อง สวยงาม และเหมาะสมตามกาลเทศะ มีความอ่อนน้อม มีสัมมาคารวะ มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และนำพฤติกรรมดังกล่าวไปใช้ทั้งในโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน
3. กระบวนการผลิตผลงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน
3.1 แนวคิดของนวัตกรรม THAI WAI Model
T Tell : รู้จักและทำความเข้าใจ
ครูสร้างความสนใจด้วยภาพ นิทาน เพลง คลิปสั้น หรือสถานการณ์ใกล้ตัว เช่น
เมื่อพบครูควรทำอย่างไร
เมื่อพบผู้ใหญ่ควรแสดงความเคารพอย่างไร
การไหว้เพื่อนกับการไหว้ผู้ใหญ่เหมือนกันหรือไม่
เพราะเหตุใดคนไทยจึงไหว้
ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและค้นหาความหมายของ การไหว้
H Hands-on : เรียนรู้จากการลงมือทำ
ครูสาธิตการไหว้ที่ถูกต้องทีละขั้นตอน และให้นักเรียนฝึกปฏิบัติจริงหน้ากระจกหรือเป็นคู่
หลักจำง่าย มือหัวใจ
มือ : ประนมมือในระดับที่เหมาะสม
หัว : ก้มศีรษะอย่างสุภาพ
ใจ : แสดงความเคารพด้วยความจริงใจ
นักเรียนฝึกซ้ำจนสามารถปฏิบัติได้อย่างเป็นธรรมชาติ
A Act : ลงมือปฏิบัติผ่านสถานการณ์
จัดกิจกรรม สถานการณ์ไหน ไหว้อย่างไร โดยให้นักเรียนจับบัตรสถานการณ์ เช่น
พบครูตอนเช้า
พบคุณตาคุณยาย
กล่าวขอบคุณผู้ใหญ่
กล่าวขอโทษ
พบเพื่อน
ได้รับของจากผู้ใหญ่
เดินผ่านผู้ใหญ่
กล่าวลา
นักเรียนแสดงบทบาทสมมติและเลือกวิธีปฏิบัติที่เหมาะสม
I Imitate : เรียนรู้จากต้นแบบ
ครู เพื่อน หรือบุคลากรในโรงเรียนเป็นต้นแบบการปฏิบัติที่ดี นักเรียนสังเกต เลียนแบบ และปรับปรุงท่าทางของตนเองจัดกิจกรรม เพื่อนสอนเพื่อน ให้นักเรียนช่วยกันสังเกตและให้คำแนะนำอย่างสร้างสรรค์
W Wai : ไหว้ถูกต้อง งดงาม และเหมาะสม
นักเรียนฝึกการไหว้ตามสถานการณ์ โดยครูใช้ บันไดการไหว้ 3 ระดับ เพื่อให้เด็กจดจำได้ง่าย
ระดับที่ 1 : ไหว้พระ
ประนมมือให้ปลายนิ้วอยู่บริเวณหน้าผาก
ระดับที่ 2 : ไหว้ผู้มีพระคุณ/ผู้ใหญ่
ประนมมือบริเวณใบหน้าและก้มศีรษะอย่างสุภาพ
ระดับที่ 3 : ไหว้บุคคลทั่วไปหรือผู้ที่มีวัยใกล้เคียงกัน
ประนมมือในระดับที่เหมาะสมและก้มศีรษะเล็กน้อย
หมายเหตุ: ครูควรอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า ระดับการไหว้ขึ้นอยู่กับบุคคลและบริบท และควรเน้น ความสุภาพและความเหมาะสม มากกว่าการจำท่าทางเพียงอย่างเดียว
A Apply : นำไปใช้ในชีวิตจริง
ให้นักเรียนนำความรู้ไปใช้ในสถานการณ์จริง เช่น
การไหว้ครูในตอนเช้า
การไหว้ผู้ปกครอง
การไหว้ผู้ใหญ่ในชุมชน
การกล่าวขอบคุณและขอโทษ
การต้อนรับแขก
การไหว้ก่อนและหลังทำกิจกรรม
ครูและผู้ปกครองร่วมกันสังเกตพฤติกรรมและให้กำลังใจ
I Inspire : สร้างแรงบันดาลใจและเป็นต้นแบบ
จัดกิจกรรม เด็กไทยไหว้งาม ให้นักเรียนได้แสดงความสามารถ เช่น
การสาธิตการไหว้
การแสดงบทบาทสมมติ
การเล่านิทานคุณธรรม
การจัดนิทรรศการ รักษ์ความเป็นไทย
การทำคลิปสั้น ไหว้แบบไหน ใช้เมื่อไร
การเป็น ยุวทูตมารยาทไทย ประจำห้องเรียน
นักเรียนที่ปฏิบัติได้ดีได้รับคำชื่นชมและการเสริมแรงเชิงบวก เช่น ดาวเด็กไทยไหว้งาม
3.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามวงจร PDCA
P : Plan วางแผน
1. วิเคราะห์หลักสูตรและมาตรฐาน/ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่พลเมืองและความเป็นไทย
2. วิเคราะห์สภาพปัญหาและพฤติกรรมของนักเรียน
3. กำหนดจุดประสงค์และเป้าหมาย
4. ออกแบบกิจกรรมโดยใช้ THAI WAI Model
5. จัดทำสื่อและเครื่องมือวัดผล
D : Do ดำเนินการ
ดำเนินกิจกรรมตามลำดับ
สร้างแรงจูงใจ → เรียนรู้ → สาธิต → ฝึกปฏิบัติ → บทบาทสมมติ → นำไปใช้จริง → สะท้อนผล
C : Check ตรวจสอบ
ใช้เครื่องมือที่หลากหลาย ได้แก่
แบบทดสอบก่อนเรียนหลังเรียน
แบบสังเกตพฤติกรรม
แบบประเมินทักษะการไหว้
แบบประเมินสถานการณ์จำลอง
แบบประเมินตนเองของนักเรียน
แบบบันทึกการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
แบบสอบถามความคิดเห็นของผู้ปกครอง
A : Act ปรับปรุงพัฒนา
นำผลการประเมินมาวิเคราะห์เพื่อปรับกิจกรรม เช่น หากนักเรียนยังไหว้ไม่ถูกต้อง ให้เพิ่มการสาธิตและการฝึกปฏิบัติ หากนักเรียนสามารถปฏิบัติได้แต่ยังไม่นำไปใช้จริง ให้เพิ่มกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับครอบครัวและชุมชน
4. ผลการดำเนินการ / ผลสัมฤทธิ์ / ประโยชน์ที่จะได้รับ
4.1 ผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียน
1. นักเรียนสามารถปฏิบัติการไหว้ได้ถูกต้อง สวยงาม และเหมาะสมกับสถานการณ์
2. นักเรียนมีความอ่อนน้อม มีสัมมาคารวะ และเคารพผู้อื่น
3. นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของไทย
4.2 ผลที่เกิดขึ้นกับครู
1. ครูสามารถจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ได้อย่างเหมาะสมกับวัย
2. ครูมีสื่อและเครื่องมือสำหรับส่งเสริมมารยาทไทยที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้
3. ครูสามารถนำรูปแบบ THAI WAI Model ไปประยุกต์ใช้กับคุณธรรมและหน้าที่พลเมืองด้านอื่นได้
4.3 ผลที่เกิดขึ้นกับโรงเรียน
โรงเรียนมีแนวทางส่งเสริมอัตลักษณ์ด้าน เด็กไทยมีมารยาท งดงาม อ่อนน้อม สามารถบูรณาการกิจกรรมกับงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม กิจกรรมหน้าเสาธง กิจกรรมโฮมรูม กิจกรรมวันสำคัญ และกิจกรรมของสถานศึกษา
4.4 ผลที่เกิดขึ้นกับครอบครัวและชุมชน
ผู้ปกครองสามารถมีส่วนร่วมในการปลูกฝังมารยาทไทยต่อเนื่องจากโรงเรียนสู่บ้าน ทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ครอบครัว และชุมชนในการสืบสานวัฒนธรรมไทย
5. ปัจจัยความสำเร็จ
การดำเนินงานประสบความสำเร็จได้จากปัจจัยสำคัญ ดังนี้
1. ผู้บริหารสถานศึกษา
ให้การสนับสนุนด้านนโยบาย งบประมาณ สื่อ วัสดุอุปกรณ์ และเปิดโอกาสให้ครูพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
2. ครูผู้สอน
ครูเป็นต้นแบบที่ดี มีความเข้าใจธรรมชาติของเด็กระดับประถมศึกษาตอนต้น และออกแบบกิจกรรมให้สนุก ง่าย และสามารถนำไปปฏิบัติจริง
3. นักเรียน
นักเรียนมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน ได้เรียนรู้ผ่านการเล่น การฝึก การสังเกต และการปฏิบัติจริง ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย
4. ผู้ปกครอง
ผู้ปกครองร่วมส่งเสริมและฝึกฝนมารยาทไทยที่บ้าน ทำให้พฤติกรรมที่เรียนรู้จากโรงเรียนเกิดความต่อเนื่อง
5. สื่อและกิจกรรม
กิจกรรมมีความหลากหลาย เช่น นิทาน เพลง เกม บัตรภาพ กระจกฝึกไหว้ บทบาทสมมติ และสถานการณ์จำลอง ทำให้เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก
6. การเสริมแรงเชิงบวก
ใช้คำชม การให้กำลังใจ และการยกย่องพฤติกรรมที่ดี แทนการตำหนิ ส่งผลให้นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจและอยากปฏิบัติซ้ำ
6. บทเรียนที่ได้รับ
จากการพัฒนานวัตกรรม THAI WAI Model พบว่า การปลูกฝังมารยาทไทยให้เกิดผลอย่างยั่งยืนไม่ควรเน้นการท่องจำเพียงอย่างเดียว แต่ควรให้เด็ก เห็นตัวอย่างเข้าใจความหมายลงมือปฏิบัติได้รับคำแนะนำนำไปใช้จริง
เด็กระดับประถมศึกษาตอนต้นเรียนรู้ได้ดีจากกิจกรรมที่สนุกและใกล้ตัว การใช้บทบาทสมมติและสถานการณ์จำลองช่วยให้เด็กเข้าใจว่า ควรไหว้เมื่อใด และไหว้อย่างไร มากกว่าการจำรูปแบบเพียงอย่างเดียว
อีกบทเรียนสำคัญคือ ครูต้องเป็นต้นแบบ เพราะเด็กเรียนรู้จากการสังเกตพฤติกรรมของผู้ใหญ่ ดังนั้น ครู บุคลากรในโรงเรียน และผู้ปกครองควรแสดงมารยาทไทยอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ การปลูกฝังความเป็นไทยจะเกิดผลดีที่สุดเมื่อโรงเรียนและครอบครัวมีแนวทางเดียวกัน โดยใช้คำพูดและวิธีการส่งเสริมที่สอดคล้องกัน
แนวทางพัฒนาต่อยอด
สามารถพัฒนานวัตกรรมจาก การไหว้ ไปสู่ THAI WAI SMART School โดยขยายเนื้อหาไปสู่
การกล่าวสวัสดี
การกล่าวขอบคุณ
การกล่าวขอโทษ
การพูดจาสุภาพ
การเดินผ่านผู้ใหญ่
การรับส่งสิ่งของ
มารยาทในการรับประทานอาหาร
มารยาทในที่สาธารณะ
มารยาทในการใช้สื่อดิจิทัล