ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ด้วยโมเดล "SAFE Technique" ในรายวิชาฟิสิกส์ 5 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1

การจัดทำรายงานนวัตกรรม/วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนากระบวนการคิดและทักษะการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 ในรายวิชาฟิสิกส์ 5 โดยใช้โมเดล SAFE Technique (2) ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาฟิสิกส์ 5 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 ให้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด และ (3) ศึกษาเจตคติและความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยโมเดล SAFE Technique กลุ่มเป้าหมายคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนสุขสำราญราษฎร์รังสรรค์ ที่กำลังศึกษาในรายวิชาฟิสิกส์ 5นวัตกรรมโมเดล SAFE Technique ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ ได้แก่S (Scanned and Sketch): อ่าน ตรวจสแกนข้อมูลสำคัญ และวาดภาพประกอบสถานการณ์A (Analysis): แยกแยะปริมาณที่ทราบค่า (Knowns : K) และปริมาณที่ต้องการหา (Unknowns : U)F (Formula): เลือกกฎหรือสมการฟิสิกส์ที่สอดคล้องกับตัวแปร และE (Explicit to Answer): แทนค่า คำนวณ ตรวจสอบหน่วยและมิติ ตลอดจนประเมินความสมเหตุสมผลเพื่อสรุปคำตอบเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้โมเดล SAFE Technique, ใบงานและแบบฟอร์มเทมเพลต SAFE Worksheet, แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (Pre-test และ Post-test) และแบบประเมินความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ, ค่าเฉลี่ย, การทดสอบค่าที (t-test dependent) และค่าดรรชนีประสิทธิผล (Effectiveness Index: E.I.)ผลการใช้นวัตกรรมปรากฏดังนี้:ด้านกระบวนการคิด ทักษะการแก้โจทย์ปัญหา และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน:นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 มีคะแนนทักษะการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์หลังใช้นวัตกรรมผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 77.78 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเชิงปริมาณที่กำหนดไว้ (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70)ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาฟิสิกส์ 5 มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน (Post-test) สูงกว่าก่อนเรียน (Pre-test) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีคะแนนพัฒนาการเฉลี่ยเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 62.39ค่าดรรชนีประสิทธิผล (Effectiveness Index: E.I.) ของการเรียนรู้ด้วยโมเดล SAFE Technique มีค่าเท่ากับ 1.10 แสดงว่าผู้เรียนมีความก้าวหน้าทางวิชาการและมีความรู้เพิ่มขึ้นจากเดิมในระดับสูงอัตราการเกิดข้อผิดพลาดสะเพร่า เช่น การสุ่มสลับใช้สูตรและการลืมเปลี่ยนหน่วยสากล (SI Unit) ลดลงมากกว่าร้อยละ 60 เมื่อเทียบกับก่อนใช้นวัตกรรมด้านเจตคติและความพึงพอใจต่อการเรียนรู้:นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยโมเดล SAFE Technique ในระดับ "มาก" ขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 88.89 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70) โดยสะท้อนเจตคติเชิงบวกว่า โมเดลดังกล่าวช่วยให้การทำโจทย์ฟิสิกส์มีทิศทางที่ชัดเจน ลดความสับสนเมื่อเจอโจทย์ที่มีข้อความยาว และช่วยให้สามารถจดจำกระบวนการวิเคราะห์ได้อย่างเป็นระบบ

โพสต์โดย Dechapat.S : [6 ส.ค. 2569 (10:38 น.)]
อ่าน [4285] ไอพี : 223.24.189.144
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 25,636 ครั้ง
5 สิ่งที่มนุษย์ต้องมี ก่อนเป็นส่วนเกินในสังคมหุ่นยนต์
5 สิ่งที่มนุษย์ต้องมี ก่อนเป็นส่วนเกินในสังคมหุ่นยนต์

เปิดอ่าน 22,300 ครั้ง
มหัศจรรย์ "ผึ้งบำบัด" รักษาอาการเรื้อรัง-ไมเกรน-อัลไซเมอร์ กระแสตอบรับล้นหลาม
มหัศจรรย์ "ผึ้งบำบัด" รักษาอาการเรื้อรัง-ไมเกรน-อัลไซเมอร์ กระแสตอบรับล้นหลาม

เปิดอ่าน 23,853 ครั้ง
เกมส์มาริโอทดสอบความจำ
เกมส์มาริโอทดสอบความจำ

เปิดอ่าน 53,266 ครั้ง
วันเนา
วันเนา

เปิดอ่าน 11,825 ครั้ง
5 วิธีในการตกลงเจรจาในภาษาอังกฤษให้เป็นผลสำเร็จ
5 วิธีในการตกลงเจรจาในภาษาอังกฤษให้เป็นผลสำเร็จ

เปิดอ่าน 21,476 ครั้ง
ชมพูภูคาพันธุ์ไม้หายากของโลก
ชมพูภูคาพันธุ์ไม้หายากของโลก

เปิดอ่าน 52,426 ครั้ง
เทคนิคเก่งอังกฤษ
เทคนิคเก่งอังกฤษ

เปิดอ่าน 12,808 ครั้ง
ดูแลสมอง ให้แจ๋วเสมอ
ดูแลสมอง ให้แจ๋วเสมอ

เปิดอ่าน 10,682 ครั้ง
ส่ง"เอสเอ็มเอส"บ่อยไม่ดี
ส่ง"เอสเอ็มเอส"บ่อยไม่ดี

เปิดอ่าน 1,429 ครั้ง
บริษัทรับทำ SEO ให้ติดหน้าแรกจ้างแล้วคุ้มจริงไหม เลือกเจ้าไหนดี?
บริษัทรับทำ SEO ให้ติดหน้าแรกจ้างแล้วคุ้มจริงไหม เลือกเจ้าไหนดี?

เปิดอ่าน 23,011 ครั้ง
ดื่มเติมภูมิกันหวัด กระดูก-หัวใจแข็งแรง
ดื่มเติมภูมิกันหวัด กระดูก-หัวใจแข็งแรง

เปิดอ่าน 2,637 ครั้ง
ประโยชน์ของการเดิน
ประโยชน์ของการเดิน

เปิดอ่าน 24,531 ครั้ง
"ปลูกมะนาวแป้นดกพิเศษบนต้นตอส้มโวลคา-เมอเรียน่า"
"ปลูกมะนาวแป้นดกพิเศษบนต้นตอส้มโวลคา-เมอเรียน่า"

เปิดอ่าน 12,581 ครั้ง
รู้จัก โรคเอสแอลอี
รู้จัก โรคเอสแอลอี

เปิดอ่าน 921 ครั้ง
เทคนิคเลือกหลอดไฟตู้เย็นเพื่อถนอมอาหารและลดความร้อน
เทคนิคเลือกหลอดไฟตู้เย็นเพื่อถนอมอาหารและลดความร้อน

เปิดอ่าน 36,838 ครั้ง
ขิงแก้ผมร่วง
ขิงแก้ผมร่วง
เปิดอ่าน 14,600 ครั้ง
ชีวิตยิ่งใช้ ยิ่งได้กำไรกลับคืน
ชีวิตยิ่งใช้ ยิ่งได้กำไรกลับคืน
เปิดอ่าน 32,769 ครั้ง
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูล
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูล
เปิดอ่าน 3,766 ครั้ง
10 ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุด
10 ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุด
เปิดอ่าน 10,712 ครั้ง
โอเน็ต!ยัง โอเค?
โอเน็ต!ยัง โอเค?

รายการหลัก

► หน้าแรก
► ข่าว/บทความ
► สมุดเยี่ยม
► กระดานสนทนา
► เว็บลิงค์
► ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
► ข้อมูลบุคคล
► ภาพกิจกรรม
► ผู้สนับสนุน

สมาชิก

• เข้าสู่ระบบ
• คุณครูต้องรู้ไว้
• รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

• เว็บไซต์ สพฐ.
• กระทรวงศึกษาธิการ
• ติวสอบ GED
• ติวสอบ SAT
• เครื่องมือวัด
• เครื่องมืออุตสาหกรรม
• เกมส์
• แหล่งรวมเกมส์

• แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ