ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาสมรรถนะการคิดขั้นสูงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้ MACRO Model เพื่อการเรียนรู้ที่ยั่งยืน

๑. ความสำคัญของนวัตกรรม

โลกในศตวรรษที่ 21 ผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี รายงานจาก World Economic Forum (2023) และสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (2024) ชี้ตรงกันว่า ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ นวัตกรรม การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน และการคิดเชิงวิจารณญาณ เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนานักเรียน และสอดคล้องกับกรอบสมรรถนะการคิดขั้นสูง (Higher Order Thinking: HOT) ของ สพฐ. (2562, 2564) และทักษะ 3Rs+8Cs

วิชาภาษาไทยระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เป็นเครื่องมือสำคัญในการฝึกฝนการอ่าน เขียน ตีความ และสื่อสาร อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ผลการทดสอบ O-NET ปีการศึกษา 2568 ของนักเรียน ม.ปลาย โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย พบว่าคะแนนเฉลี่ยภาษาไทยอยู่ที่ร้อยละ 58.40 (อยู่ในระดับปานกลาง) ประกอบกับผลประเมินตามแนวทาง PISA ด้านการอ่านและการคิดวิเคราะห์ยังอยู่ในระดับที่ต้องพัฒนา นักเรียนยังขาดการคิดเชิงวิจารณญาณและการคิดเชิงระบบ

ผู้วิจัยจึงนำ กระบวนการจัดการเรียนรู้ MACRO Model (ดิเรก วรรณเศียร, 2560) ร่วมกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดย MACRO Model ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่: M (Motivation): กระตุ้นความสนใจและสร้างแรงบันดาลใจ A (Active learning): ลงมือปฏิบัติเรียนรู้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ C (Conclusion): สรุป/สังเคราะห์ความรู้ด้วยตนเอง R (Reporting): นำเสนอผลงานด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม O (Obtain): นำความรู้ไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่สู่สังคม

การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการนี้มุ่งยกระดับสมรรถนะการคิดขั้นสูง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย และสร้างความพึงพอใจในการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัยต่อไป

๒. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินการ

๑.เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้ MACRO Model ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

๒.เพื่อพัฒนาสมรรถนะการคิดขั้นสูง รายวิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

๓.เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายให้สูงขึ้น

๔.เพื่อศึกษาความพึงพอใจ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ MACRO Model

เชิงปริมาณ: แผนการจัดการเรียนรู้ MACRO Model วิชาภาษาไทย 1 ชุด และนักเรียนชั้น ม.ปลาย โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัยที่ได้รับการพัฒนาทุกคน

เชิงคุณภาพ: แผนการเรียนรู้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน นักเรียนมีสมรรถนะการคิดขั้นสูงและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยสูงขึ้น รวมทั้งมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ในระดับดีเยี่ยม

๓.ผลการดำเนินงาน

๓.๑ ผลการเรียนแยกตามกลุ่มระดับคุณภาพ ภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๘ (Pre-test) และ ภาคเรียนที่ ๒/๒๕๖๘ (Post-test ) พบว่าการยกระดับกลุ่มนักเรียนระดับดีเยี่ยม (เกรด 3 - 4) เพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด ในภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๘ (Pre-test) มีนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์สูงกว่าเกณฑ์ (เกรด 3 ขึ้นไป) คิดเป็น ร้อยละ ๗๑.๗๐ หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ MACRO Model ในภาคเรียนที่ ๒/๒๕๖๘ (Post-test) พบว่า สัดส่วนนักเรียนในกลุ่มนี้ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๘๘.๒๙ (เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑๖.๕๙) และกลุ่มนักเรียนที่ได้ระดับผลการเรียน 4.0 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๒๒.๖๔ เป็น ร้อยละ ๓๓.๓๓ สะท้อนให้เห็นว่า กระบวนการเรียนรู้เน้นนักเรียนเป็นสำคัญที่เปิดโอกาสให้ฝึกคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา ช่วยส่งเสริมสมรรถนะการคิดขั้นสูงของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การลดลงของกลุ่มผลสัมฤทธิ์ปานกลาง ย้ายเข้าสู่กลุ่มผลสัมฤทธิ์สูง พบว่ากลุ่มนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ระดับตามเกณฑ์ (เกรด 1 - 2.5) มีสัดส่วน ลดลงจากร้อยละ ๒๗.๖๗ เหลือเพียงร้อยละ ๑๑.๒๖ (ลดลงร้อยละ ๑๖.๔๑) สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของกลุ่มเกรด 3 ขึ้นไป ซึ่งชี้ให้เห็นว่า นักเรียนในกลุ่มปานกลางได้รับการพัฒนาทักษะกระบวนการคิดการสร้างความรู้ด้วยตนเอง และการทำงานร่วมกันผ่านขั้นตอน M-A-C-R-O จนสามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนขึ้นสู่ระดับดีและดีมากได้สำเร็จ

๓.๒ ผลการประเมินคุณภาพรูปแบบการจัดการเรียนรู้ MACRO Model ในภาพรวมอยู่ในระดับ "มากที่สุด" โดยมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.83 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.42 สะท้อนให้เห็นว่านักเรียนมีความพึงพอใจและยอมรับในคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้นี้ในระดับสูงยิ่ง เมื่อพิจารณารายข้อ พบประเด็นสำคัญดังนี้

รายการประเมินที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (x ̅=๔.๙๐ อยู่ในระดับมากที่สุด) มีจำนวน 4 รายการ ได้แก่

- ข้อ 6 ครูส่งเสริมให้นักเรียนทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มและรายบุคคล (x ̅=๔.๙๐,S.D.=๐.๕๐)

- ข้อ 8 กิจกรรมการเรียนสนุกและน่าสนใจ เน้นให้นักเรียนลงมือปฏิบัติด้วยรูปแบบ Active Learning (x ̅=๔.๙๐,S.D.=๐.๖๐)

- ข้อ 9 ครูให้โอกาสนักเรียนซักถามปัญหา (x ̅=๔.๙๐,S.D.=๐.๔๐)

- ข้อ 10 ครูใช้วิธีการสอนและใช้สื่ออย่างหลากหลาย (x ̅=๔.๙๐,S.D.=๐.๔๐)

ผลการประเมินข้างต้นชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กระบวนการเรียนรู้ MACRO Model สามารถเปลี่ยนบทบาทห้องเรียนภาษาไทยเดิมไปสู่การเรียนรู้เชิงรุกที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติผ่านกิจกรรมกลุ่ม มีความสนุกสนาน และได้รับการสนับสนุนให้ซักถามพร้อมใช้สื่อเทคโนโลยีที่หลากหลายตามขั้นตอน M-A-C-R-O อย่างเป็นระบบ

๔.บทเรียนที่ได้รับ

๑. ข้อสรุปเชิงหลักการทางวิชาการ ในการจัดการเรียนรู้ MACRO Model (5 ขั้น: Motivation → Active Learning → Conclusion → Reporting → Obtain) ผสาน Active Learning กับการสร้างความรู้ด้วยตนเอง สามารถพัฒนาสมรรถนะการคิดขั้นสูง 4 ด้านได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

- ขั้น M (Motivation): ฝึก การคิดอย่างมีวิจารณญาณ จากการตั้งข้อสงสัยและวิเคราะห์สื่อหรือประเด็นโต้แย้ง

- ขั้น A (Active Learning): ฝึก การคิดแก้ปัญหา ผ่านกระบวนการกลุ่มและการสืบค้นข้อมูลเชิงลึก

- ขั้น C (Conclusion): ฝึก การคิดเชิงระบบ โดยตกผลึกและเชื่อมโยงโครงสร้างความรู้ด้วยตนเอง

- ขั้น R (Reporting) & O (Obtain): ฝึก การคิดสร้างสรรค์ ในการออกแบบสื่อนำเสนอและนำผลงานไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ต่อสังคม

๒. ข้อสังเกต อุปสรรค และข้อควรระวังในการนำไปใช้

- ในขั้น A และ C นักเรียนมักใช้เวลาอภิปรายและประมวลผลความรู้นาน

ข้อควรระวัง/ทางแก้ไข คือ ครูควรกำหนดเวลาชัดเจนและใช้เทคนิคการตั้งคำถามกระตุ้นเพื่อคุมประเด็น

- ปัญหาอินเทอร์เน็ตหรืออุปกรณ์

ข้อควรระวัง/ทางแก้ไข: จัดเตรียมสื่อสำรองแบบออฟไลน์ และจัดกลุ่มเรียนรู้แบบคละความพร้อมเพื่อช่วยเหลือกัน

- ภาระงานนักเรียน: ข้อควรระวัง/ทางแก้ไข: ออกแบบชิ้นงานในขั้น R และ O ให้เป็นการบูรณาการทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียนภาษาไทยในชิ้นงานเดียว เพื่อไม่ให้เกิดภาระงานซ้ำซ้อน

คำสำคัญ : สมรรถนะการคิดขั้นสูง (Higher Order Thinking: HOT) กระบวนการจัดการเรียนรู้ MACRO Model วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

โพสต์โดย ชญาณี จิตต์ซื่อ : [2 ส.ค. 2569 (10:19 น.)]
อ่าน [239] ไอพี : 171.6.243.41
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 87,042 ครั้ง
ประชาธิปไตย คืออะไร
ประชาธิปไตย คืออะไร

เปิดอ่าน 12,084 ครั้ง
ลมมรสุม โดย นาวาเอกเจริญ เจริญรัชตภาคย์
ลมมรสุม โดย นาวาเอกเจริญ เจริญรัชตภาคย์

เปิดอ่าน 15,509 ครั้ง
วิธีบริหารเงิน ที่ไม่มีสอนในโรงเรียน
วิธีบริหารเงิน ที่ไม่มีสอนในโรงเรียน

เปิดอ่าน 10,933 ครั้ง
เมื่อต้องลงโทษลูก
เมื่อต้องลงโทษลูก

เปิดอ่าน 17,452 ครั้ง
แอปเปิ้ลแต่ละสีมีประโยชน์ต่างกัน
แอปเปิ้ลแต่ละสีมีประโยชน์ต่างกัน

เปิดอ่าน 17,368 ครั้ง
น้ำผึ้ง...หวานเป็นยา
น้ำผึ้ง...หวานเป็นยา

เปิดอ่าน 12,443 ครั้ง
"อัดความรู้" แต่แบเบาะ สร้างอนาคตเด็กได้จริงหรือ?
"อัดความรู้" แต่แบเบาะ สร้างอนาคตเด็กได้จริงหรือ?

เปิดอ่าน 17,417 ครั้ง
ชาวเน็ตชื่นชมมาก วงดนตรีเด็ก ร.ร.เล็กในทุ่งกว้าง
ชาวเน็ตชื่นชมมาก วงดนตรีเด็ก ร.ร.เล็กในทุ่งกว้าง

เปิดอ่าน 18,361 ครั้ง
"ครู" คือ "ปูชนียบุคคล" หรือ "ผู้แจวเรือจ้าง"
"ครู" คือ "ปูชนียบุคคล" หรือ "ผู้แจวเรือจ้าง"

เปิดอ่าน 30,278 ครั้ง
ที่มาของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ที่มาของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

เปิดอ่าน 23,094 ครั้ง
การส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่ส่งในย่าน VHF
การส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่ส่งในย่าน VHF

เปิดอ่าน 33,262 ครั้ง
สัมภาษณ์ "น้องเรนนี่" เด็กไทยอัจฉริยะ สอบได้คะแนนอันดับที่ 1 ของโลก
สัมภาษณ์ "น้องเรนนี่" เด็กไทยอัจฉริยะ สอบได้คะแนนอันดับที่ 1 ของโลก

เปิดอ่าน 163,426 ครั้ง
"ปฏิรูปการสอบครูผู้ช่วย ถึงเวลาหรือยัง?" : ควันหลงสอบครูผู้ช่วย
"ปฏิรูปการสอบครูผู้ช่วย ถึงเวลาหรือยัง?" : ควันหลงสอบครูผู้ช่วย

เปิดอ่าน 15,840 ครั้ง
ประโยชน์ของมังคุด ราชินีแห่งผลไม้ไทยที่ต้องลิ้มลอง
ประโยชน์ของมังคุด ราชินีแห่งผลไม้ไทยที่ต้องลิ้มลอง

เปิดอ่าน 8,989 ครั้ง
จุดยืนของ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
จุดยืนของ มหาวิทยาลัยราชภัฏ

เปิดอ่าน 15,224 ครั้ง
การบวกเมตริก
การบวกเมตริก
เปิดอ่าน 45,047 ครั้ง
นวดศีรษะและต้นคอก่อให้เกิดอันตรายจริงหรือ?
นวดศีรษะและต้นคอก่อให้เกิดอันตรายจริงหรือ?
เปิดอ่าน 13,399 ครั้ง
ทำไมสัตวแพทย์ต้องดึงหนังระหว่างหัวไหล่ของสุนัข
ทำไมสัตวแพทย์ต้องดึงหนังระหว่างหัวไหล่ของสุนัข
เปิดอ่าน 4,975 ครั้ง
4 เรื่องไม่จริงเกี่ยวกับ PDPA พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
4 เรื่องไม่จริงเกี่ยวกับ PDPA พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เปิดอ่าน 30,489 ครั้ง
เทคโนโลยี 3G คืออะไร
เทคโนโลยี 3G คืออะไร

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ