แบบรายงานผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)
๑. ชื่อผลงาน การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาด้วยนวัตกรรม "HUGNA SMART 5G PLUS MODEL"
เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาสู่ความยั่งยืน โรงเรียนดงมันพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
มัธยมศึกษาขอนแก่น
ชื่อผู้นำเสนอผลงาน นายมานพ โคตรโสภา ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนดงมันพิทยาคม
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
๒. ระยะเวลาดำเนินงาน ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ถึง ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๙
๓. เหตุผลและความจำเป็น
กระทรวงศึกษาธิการมีหน้าที่กำกับดูแลและกำหนดนโยบายการศึกษาของชาติ เพื่อพัฒนาคุณภาพ ประชากรวัยเรียนให้มีทักษะในการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันควบคู่ไปกับคุณธรรมอย่างมีคุณภาพ ทั่วถึง และเสมอภาค การศึกษาถือเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุด ในการพัฒนาประเทศ แต่ในปัจจุบันบริบทของสถานศึกษาในพื้นที่ต่างๆ ยังคงเผชิญความท้าทายหลาย ประการ เช่น การเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย ข้อจำกัดด้านทรัพยากร และความจำเป็นในการปรับเปลี่ยน กระบวนการจัดการเรียนรู้ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล
กระทรวงศึกษาธิการจึงได้กำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ภายใต้แนวคิดหลัก "เรียนดี มีความสุข" ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน ๔ เสาหลักสำคัญ ได้แก่ ความปลอดภัย (Safety) เพื่อสร้างสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่เกื้อหนุนทางจิตวิทยาและการเรียนรู้ โอกาส (Opportunity) ในการลดอุปสรรคการเข้าถึงระบบการศึกษา คุณภาพ (Quality) ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ และ ประสิทธิภาพ (Efficiency) ในการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษาให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด นโยบายดังกล่าวถูกส่งผ่านกลไกส่วนกลางลงสู่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาในฐานะหน่วยงานที่นำนโยบายสู่การปฏิบัติ นำไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทเชิงพื้นที่
จากการศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหา (Current State and Problem Analysis) ของโรงเรียนดงมันพิทยาคม พบว่าสถานศึกษายังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างและเชิงกระบวนการหลายประการ ในด้านสภาพปัจจุบัน โรงเรียนตั้งอยู่ในพื้นที่กึ่งชนบทที่มีความหลากหลายทางเศรษฐกิจ สังคมของผู้ปกครอง ทำให้นักเรียนบางส่วนขาดโอกาสในการเข้าถึงสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยอย่างทัดเทียมกับสถานศึกษาในเมืองใหญ่ ขณะที่ด้านกระบวนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ พบปัญหาสำคัญอยู่ ๓ มิติ คือ
1. มิติด้านการจัดการเรียนรู้ของครู พบว่า ครูและบุคลากรบางส่วนยังคงยึดติดกับการจัดการเรียนรู้แบบดั้งเดิม (Passive Learning) ขาดการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการสร้างห้องเรียนอัจฉริยะที่กระตุ้นความสนใจของผู้เรียน
2. มิติด้านการบริหารจัดการทรัพยากร พบว่า ปัจจัยทางการบริหารตามหลัก 4M ยังขาดการบูรณาการเชิงระบบที่เชื่อมโยงกัน ทำให้การขับเคลื่อนนโยบายขาดความต่อเนื่องและเกิดการสูญเปล่าของทรัพยากร
ในบางส่วน
3. มิติด้านการประกันคุณภาพภายใน พบว่า ระบบการติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา (Assessment) ยังมีกลไกการสะท้อนกลับเชิงคุณภาพ (Quality Reflection) ที่เป็นรูปธรรมไม่ชัดเจน ส่งผลให้ครูไม่สามารถนำผลการประเมินมาปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ได้ตรงกับปัญหาที่พบได้อย่างตรงประเด็น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน และความพึงพอใจของผู้รับบริการ
จากสภาพปัญหาดังกล่าว นำไปสู่การประเมินความต้องการจำเป็น (Needs Assessment) ชี้ให้เห็นว่า โรงเรียนดงมันพิทยาคมมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องพัฒนาและประยุกต์ใช้นวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาเชิงรุก ที่สามารถทลายข้อจำกัดเชิงบริบท และเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่สถานศึกษาดิจิทัลและห้องเรียนคุณภาพ คณะผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษาจึงได้ร่วมกันออกแบบและพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการภายใต้ชื่อ "HUGNA SMART 5G PLUS MODEL" ขึ้น โดยนำกระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) มาเป็นฐานรากในการขับเคลื่อนระบบบริหารจัดการในลักษณะ ๓ วงรอบการพัฒนา
(3-Cycle Development) มีเหตุผลทางวิชาการรองรับเพื่อให้เกิดการตรวจสอบ สะท้อนคิด และปรับปรุงแก้ไขเชิงระบบอย่างเป็นพลวัต ผ่านกระบวนการ After Action Review (AAR) ในทุกสิ้นวงรอบ จึงเป็นนวัตกรรมที่ถูกทดลอง ปฏิบัติจริง ปรับปรุง และพัฒนาจนกลายเป็นแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) และเป็นคำตอบเชิงวิชาการและเชิงปฏิบัติการที่เข้ามาเชื่อมต่อช่องว่างระหว่างนโยบาย "เรียนดี มีความสุข" จากกระทรวงศึกษาธิการ สู่การปฏิบัติจริงในสถานศึกษา เพื่อมุ่งยกระดับคุณภาพผู้เรียน ตลอดจนการสร้างระบบประกันคุณภาพการศึกษาที่เข้มแข็ง ยั่งยืน และเป็นต้นแบบให้แก่สถานศึกษาอื่นที่มีบริบทใกล้เคียงกันต่อไป
๔. วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา ความต้องการจำเป็น และแนวทางการบริหารสถานศึกษา สำหรับใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาด้วยนวัตกรรม HUGNA SMART 5G PLUS MODEL
2. เพื่อพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการบริหารสถานศึกษาด้วยนวัตกรรม HUGNA SMART 5G PLUS MODEL ให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา และสามารถนำไปใช้ในการยกระดับคุณภาพการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาด้วยนวัตกรรม HUGNA SMART 5G PLUS MODEL ที่มีต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาในด้านผู้เรียน ครูและบุคลากร ผู้บริหาร สถานศึกษา และระบบประกันคุณภาพการศึกษา อันนำไปสู่ความยั่งยืนขององค์กร
๕. ขั้นตอนและกระบวนการสร้างและพัฒนานวัตกรรม
การพัฒนานวัตกรรม HUGNA SMART 5G PLUS MODEL ดำเนินการในลักษณะของการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ตลอดระยะเวลา ๓ ปี โดยแบ่งโครงสร้างของวงรอบการพัฒนาออกเป็น ๓ วงรอบการพัฒนา เพื่อให้เกิดการปรับปรุงและสะท้อนคุณภาพอย่างต่อเนื่อง (After Action Review: AAR) มีรายละเอียดตามระบบเชิงโครงสร้าง ดังนี้
๕.๑ ปัจจัยนำเข้า (Input) สู่การพัฒนา (SMART & 4M)
การออกแบบนวัตกรรมเริ่มต้นจากการกำหนดแนวทาง SMART ร่วมกับปัจจัยทางการบริหาร 4M (Man, Money, Material, Management) เพื่อเป็นฐานรากในการขับเคลื่อน ดังนี้
S : System (ทีมงานมาตรฐาน): การจัดตั้งคณะทำงานและวางระบบโครงสร้างการบริหารงาน ที่มีมาตรฐาน
M : Management (บริหารจัดการที่ดี): การใช้หลักธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการเชิงรุก ที่ยืดหยุ่นและโปร่งใส
A : Achievement (กำหนดเป้าหมายผลสัมฤทธิ์): การปักหมุดตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน และจับต้องได้
R : Reflection (ทบทวนการปฏิบัติงาน PLC): การสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ ผ่านการชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพ
T : Technology (ประยุกต์ใช้สื่อ เทคโนโลยี): การนำดิจิทัลแพลตฟอร์มและเทคโนโลยี สารสนเทศเข้ามาพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้และการบริหารจัดการ
๕.๒ กระบวนการขับเคลื่อน (Process) วงจรพัฒนา ๓ วงรอบ (R&D)
ในส่วนของกระบวนการ โรงเรียนได้ประยุกต์ใช้แกนกลางการขับเคลื่อนผ่านองค์ประกอบ SMART ภายในวงรอบ พร้อมกลไก 4M ภายใต้แนวคิดหลัก "เรียนดี มีความสุข" (ความปลอดภัย, โอกาส, คุณภาพ, ประสิทธิภาพ) โดยมีการกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ในแต่ละทิศทาง ประกอบด้วย:
A Achievement คือ ทิศทางด้านการกำหนดความสำเร็จสูงสุดในแต่ละระยะ
S Strategy คือ ทิศทางด้านกลยุทธ์และการวางแผนเชิงรุก
H - High technology คือ ทิศทางด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับคุณภาพการศึกษา
M Management คือ ทิศทางด้านการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
U Unity คือ ทิศทางด้านความสามัคคีและการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวขององค์กร
G - Good standard คือ ทิศทางด้านการรักษามาตรฐานที่ดีเยี่ยมของสถานศึกษา
R Reflection คือ ทิศทางด้านการสะท้อนคิดและทบทวนข้อบกพร่อง
N Network คือ ทิศทางด้านการสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือในทุกภาคส่วน
การดำเนินงาน ๓ วงรอบการพัฒนา (R&D) ประกอบด้วย:
วงรอบที่ ๑ (๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ถึง ๓๑ มกราคม ๒๕๖๗): Research & Design (ศึกษาบริบท และสร้างรูปแบบ): ทำการศึกษาอุปสรรค ปัญหา และทดลองใช้นวัตกรรมในระยะแรก นำข้อผิดพลาดมาทบทวน ผ่านกระบวนการ PLC
วงรอบที่ ๒ (๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ถึง ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๘): Development & Implementation (พัฒนาและขยายผล): ปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ และพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการ
วงรอบที่ ๓ (๑ เมษายน ๒๕๖๘ ถึง ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๙ ): Evaluation & Refinement (ประเมินผล และสร้างความยั่งยืน): ประเมินผลลัพธ์ในภาพรวม สรุปบทเรียนเพื่อส่งต่อความสำเร็จสู่ชุมชน (munity)ในทุกๆ สิ้นวงรอบการพัฒนา โรงเรียนจะจัดให้มีกระบวนการ AAR (After Action Review) และการสะท้อนคุณภาพ ย้อนกลับไปปรับปรุง ทั้งระบบ (Input และ Process) เพื่อยกระดับขีดความสามารถ ของรูปแบบการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นอย่างเป็นพลวัต
๖. การนำนวัตกรรมไปใช้
โรงเรียนดงมันพิทยาคมได้นำนวัตกรรม HUGNA SMART 5G PLUS MODEL ไปใช้เป็นแกนกลางหลัก ในการบริหารจัดการทุกกลุ่มงานโครงสร้างของสถานศึกษา ตลอดระยะเวลา ๓ ปี โดยเน้นการมีส่วนร่วม และการปฏิบัติจริง ดังนี้
๖.๑ การนำไปใช้ในมิติการบริหารและการจัดการเรียนรู้
๑) การบริหารงานเชิงระบบ (Systematic Management) ใช้ส่วนของ S-System และ
M-Management ในการจัดแบ่งโครงสร้างงานวิชาการ งบประมาณ บุคคล และบริหารทั่วไป ให้มีมาตรฐาน และมีความโปร่งใส
๒) การขับเคลื่อนห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom): นำองค์ประกอบ T-Technology (High Technology) มาใช้ในการจัดหา ปรับปรุง ส่งเสริมและประยุกต์ใช้สื่อการเรียนรู้ดิจิทัล แพลตฟอร์ม การเรียนรู้ออนไลน์ ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน เรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลาอย่างมีคุณภาพ เรียนรู้ได้อย่างมีความสุข รวมทั้งนิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
๓) กระบวนการ PLC และการสะท้อนคิด ซึ่งกำหนดให้ครูทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ใช้แนวทาง
R-Reflection ในการทำ PLC ร่วมกันทุกสัปดาห์ เพื่อทบทวนการจัดการเรียนรู้และร่วมกันแก้ปัญหาของผู้เรียน เป็นรายบุคคล
๖.๒ การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายและการขยายผลสู่ชุมชน (munity)
มีการสร้าง Network (N) ร่วมกับสถานศึกษาที่มีบริบทใกล้เคียงกัน ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาแนวทางการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขับเคลื่อนร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ปกครอง ปราชญ์ชาวบ้าน และภาคีเครือข่ายเพื่อร่วมกันส่งเสริมทักษะอาชีพและทักษะชีวิตของนักเรียน นำไปสู่ผลผลิต ที่ตอบโจทย์ ความต้องการของชุมชนและความพึงพอใจของผู้ปกครองและผู้รับบริการ
๗. ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู หรือสถานศึกษา)
๗.๑ ผลผลิตที่เกิดขึ้น (Output : SMART 5G PLUS)
จากการดำเนินงานครบทั้ง ๓ วงรอบการพัฒนา ส่งผลให้เกิดผลผลิตตามตัวชี้วัดความสำเร็จ ๕ ด้านอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
G1 - นักเรียนดี พบว่า นักเรียนโรงเรียนดงมันพิทยาคมมีคุณลักษณะเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีความสุข ปลอดภัยจากสิ่งเสพติดและอบายมุข
G2ครูและบุคลากรดี พบว่าครูมีการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นมืออาชีพ สามารถสร้างนวัตกรรม การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
G3 ผู้บริหารดี พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษามีภาวะผู้นำทางวิชาการและการบริหารจัดการ เชิงกลยุทธ์ สามารถนำพาองค์กรให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
G4 โรงเรียนดี พบว่า โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีความปลอดภัยสูง และได้รับความเชื่อมั่น ความไว้วางใจจากผู้ปกครอง ชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
G5 ระบบประกันคุณภาพการศึกษาดี พบว่า สถานศึกษามีระบบการประกันคุณภาพภายใน ที่เข้มแข็ง เป็นระบบ มีการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
๗.๒ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น (Outcome)
เมื่อผลผลิต (Output) ขับเคลื่อนร่วมกันอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์การพัฒนาสู่การเป็นโรงเรียน 5 ภาพ และ คุณภาพ 3 วิ ดังนี้
ตารางสรุปผลลัพธ์ภาพความสำเร็จ (Outcome) สู่ความยั่งยืน
มิติผลลัพธ์หลัก องค์ประกอบความสำเร็จที่เกิดขึ้นเชิงประจักษ์
โรงเรียน 5 ภาพ 1. กายภาพ (Facility) อาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ และสิ่งแวดล้อมร่มรื่น ปลอดภัย น่าอยู่ น่าเรียน
2. ประสิทธิภาพ (Efficiency) มีกระบวนการทำงานที่คล่องตัว ลดความซ้ำซ้อน ประหยัดทรัพยากรด้วยหลัก ๔M
3. ศักยภาพ (Competency) นักเรียนและครูแสดงออกถึงความสามารถในเวทีต่างๆได้เต็มตามศักยภาพ
๔. คุณภาพ (Quality) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการประเมินระดับชาติมีพัฒนาการสูงขึ้นต่อเนื่อง
๕. ภควันตภาพวิถี (Ubiquitous Organization) โรงเรียนเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา
คุณภาพ ๓ วิ ๑. วิชาการ (Academic) นักเรียนมีความรู้พื้นฐานและมีผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการตามเกณฑ์เป้าหมายที่กำหนด และมีพัฒนาการด้านทักษะการคิดขั้นสูง
๒. วิชาชีพ (Career Inno-Life) นักเรียนมีทักษะอาชีพ นวัตกรรมสร้างสรรค์ สามารถต่อยอดสู่การดำรงชีวิตในอนาคต
๓. วิชาทักษะชีวิต (Life skill) มีภูมิคุ้มกันทางสังคม มีความยืดหยุ่นในการแก้ปัญหา และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
๗.๓ ประโยชน์ที่ได้รับ (Benefits)
๑) สถานศึกษามีรูปแบบการบริหารจัดการที่เป็นระบบ (HUGNA SMART 5G PLUS MODEL) ซึ่งผ่านการพัฒนาด้วยกระบวนการ R&D ถือเป็นแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ที่สามารถ ส่งต่อหรือเป็นโมเดลต้นแบบให้แก่โรงเรียนอื่นๆ ที่มีบริบทใกล้เคียงกันได้
๒) เกิดความคุ้มค่าในการบริหารจัดการทรัพยากร (4M) เงินงบประมาณและบุคลากรได้รับ การพัฒนา และใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด
๓) ชุมชนและภาคีเครือข่ายมีความพึงพอใจและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง
๘. การได้รับการยอมรับ (Recognition)และเป็นแบบอย่างที่ดี
นวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาด้วยนวัตกรรม HUGNA SMART 5G PLUS MODEL เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาสู่ความยั่งยืน โรงเรียนดงมันพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่น ได้รับการยอมรับจากผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ชุมชน เนื่องจากเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นจากบริบทของโรงเรียน สามารถนำไปใช้ในการบริหารจัดการสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ และส่งเสริมการมีส่วนร่วม การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
ผลการดำเนินงานได้รับการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับสถานศึกษาและเครือข่ายการศึกษา อีกทั้งได้รับการยอมรับผ่านรางวัลต่างๆ การยกย่องเชิดชูเกียรติด้านการบริหารสถานศึกษาและการพัฒนานวัตกรรม โดยผู้บริหารสถานศึกษาได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมนำเสนอและเผยแพร่ผลงานนวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา ในโครงการเสวนาวิชาการนานาชาติ เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาที่มีคุณภาพตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ในวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๗ ณ โรงแรมโฆษะ จังหวัดขอนแก่น และมีหนังสือรับรองการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการและนวัตกรรมจากโรงเรียนต่างๆที่มีบริบทใกล้เคียงกันเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ นอกจากนี้โรงเรียนยังมีการนำเสนอผลการดำเนินงานและเผยแพร่ผ่านทางการประชุม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสื่อประชาสัมพันธ์ของสถานศึกษา รวมถึงเผยแพร่ผ่านทางช่องทางออนไลน์
จากผลการดำเนินงานดังกล่าว โรงเรียนดงมันพิทยาคมจึงได้รับการยอมรับและเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ สถานศึกษาต่างๆสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการยกระดับคุณภาพการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป