ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

NIKORN 5E Model "สืบเสาะ ทดลอง คิดวิเคราะห์" นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) เพื่อพัฒนาทักษะวิทยาศาสตร์และการคิดเชิงเหตุผล

บทความวิชาการ

NIKORN 5E Model "สืบเสาะ ทดลอง คิดวิเคราะห์"

นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) เพื่อพัฒนาทักษะวิทยาศาสตร์และการคิดเชิงเหตุผล ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง พืชและส่วนประกอบของพืช

บทคัดย่อ

การจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่ 21 มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การคิดเชิงเหตุผล การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง โดยใช้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry-Based Learning: 5E) อย่างไรก็ตาม จากการจัดการเรียนการสอนรายวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 พบว่า นักเรียนยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับพืชและส่วนประกอบของพืชไม่ชัดเจน ขาดทักษะการสังเกต การตั้งคำถาม การทดลอง และการอธิบายเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการคิดเชิงเหตุผลอยู่ในระดับที่ควรได้รับการพัฒนา

ผู้จัดทำจึงพัฒนา NIKORN 5E Model "สืบเสาะ ทดลอง คิดวิเคราะห์" ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ที่เน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านการสำรวจสิ่งแวดล้อมจริง การสังเกตพืช การทดลองอย่างง่าย การอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยครูทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ กระบวนการดังกล่าวช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนประกอบของพืชและหน้าที่ของแต่ละส่วนอย่างเป็นระบบ สามารถใช้เหตุผลอธิบายสิ่งที่ค้นพบ และประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตประจำวันได้

ผลการดำเนินงานพบว่า ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และการคิดเชิงเหตุผลพัฒนาขึ้น มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ กล้าแสดงออก กล้าซักถาม และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์

คำสำคัญ: NIKORN 5E Model, การสืบเสาะหาความรู้ (5E), ทักษะวิทยาศาสตร์, การคิดเชิงเหตุผล, พืชและส่วนประกอบของพืช

บทนำ

โลกในศตวรรษที่ 21 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ส่งผลให้การจัดการศึกษาต้องพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะสำคัญ ทั้งด้านการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการเรียนรู้ตลอดชีวิต สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนผ่านการลงมือปฏิบัติจริง

จากการจัดการเรียนการสอนรายวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 พบว่า นักเรียนจำนวนหนึ่งยังไม่สามารถบอกส่วนประกอบของพืชและหน้าที่ของแต่ละส่วนได้อย่างถูกต้อง ขาดทักษะการสังเกต การตั้งคำถาม การเปรียบเทียบ และการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างของพืชกับการดำรงชีวิต เนื่องจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ยังเน้นการบอกเล่าความรู้มากกว่าการสืบค้น ทดลอง และค้นพบด้วยตนเอง ทำให้ผู้เรียนขาดความสนใจและไม่สามารถเชื่อมโยงความรู้กับสิ่งรอบตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากปัญหาดังกล่าว ผู้จัดทำจึงพัฒนา NIKORN 5E Model "สืบเสาะ ทดลอง คิดวิเคราะห์" ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการสำรวจพืชจริง การทดลอง การตั้งคำถาม การอภิปราย และการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง อันจะนำไปสู่การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การคิดเชิงเหตุผล และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น

แนวคิดและหลักการ

NIKORN 5E Model พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry-Based Learning: 5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองผ่านการลงมือปฏิบัติ การสังเกต การทดลอง การอภิปราย และการสะท้อนผลการเรียนรู้ โดยครูทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกและกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการคิดอย่างเป็นระบบ

นวัตกรรมนี้ใช้กระบวนการ 5E ได้แก่ การสร้างความสนใจ (Engage) การสำรวจและค้นหา (Explore) การอธิบายและลงข้อสรุป (Explain) การขยายความรู้ (Elaborate) และการประเมินผล (Evaluate) เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาพืชจากของจริง สำรวจส่วนประกอบของพืช ทดลองอย่างง่าย เปรียบเทียบลักษณะของพืชแต่ละชนิด และอธิบายหน้าที่ของราก ลำต้น ใบ ดอก ผล และเมล็ดตามหลักวิทยาศาสตร์

กระบวนการดังกล่าวช่วยพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ การสังเกต การจำแนก การตั้งคำถาม การคาดคะเน การทดลอง การสื่อสาร และการลงข้อสรุปจากหลักฐาน ตลอดจนส่งเสริมการคิดเชิงเหตุผล การแก้ปัญหา และการเชื่อมโยงความรู้กับสิ่งแวดล้อมและชีวิตประจำวัน สอดคล้องกับการพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและทักษะแห่งศตวรรษที่ 21

ผลการดำเนินงาน

ภายหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วย NIKORN 5E Model นักเรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับพืชและส่วนประกอบของพืชเพิ่มขึ้น สามารถระบุและอธิบายหน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ของพืชได้อย่างถูกต้อง มีทักษะการสังเกต การตั้งคำถาม การทดลอง และการใช้เหตุผลในการอธิบายสิ่งที่ค้นพบ ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ผู้เรียนมีความกล้าแสดงออกมากขึ้น มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมอย่างกระตือรือร้น สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทำงานร่วมกับเพื่อน และนำเสนอผลการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้บรรยากาศในชั้นเรียนสนุกสนาน เอื้อต่อการเรียนรู้ และสร้างแรงจูงใจในการศึกษาวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น

ประโยชน์ที่ได้รับ

การนำ NIKORN 5E Model ไปใช้ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย เข้าใจโครงสร้างและหน้าที่ของส่วนประกอบของพืชจากประสบการณ์ตรง สามารถใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสังเกต ทดลอง และอธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีเหตุผล อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21

ในด้านการจัดการเรียนรู้ ครูมีแนวทางในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ที่สามารถประยุกต์ใช้กับเนื้อหาวิทยาศาสตร์เรื่องอื่น ๆ ได้อย่างหลากหลาย ขณะที่สถานศึกษาสามารถใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และการยกระดับคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง

โพสต์โดย มิ้น : [20 ก.ค. 2569 (09:10 น.)]
อ่าน [144] ไอพี : 180.180.136.110
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 10,420 ครั้ง
สื่อเผย ดิกชันนารีฯ อาจไร้คนสนใจในอนาคต
สื่อเผย ดิกชันนารีฯ อาจไร้คนสนใจในอนาคต

เปิดอ่าน 14,259 ครั้ง
คันนี้ร้อยล้าน
คันนี้ร้อยล้าน

เปิดอ่าน 29,542 ครั้ง
การนำรูปเรขาคณิตมาวางเรียงกันทำให้เกิดลวดลาย
การนำรูปเรขาคณิตมาวางเรียงกันทำให้เกิดลวดลาย

เปิดอ่าน 8,559 ครั้ง
โครงการ DifferSheet ออกฟีเจอร์ใหม่ WorkSheet (สื่อการเรียนการสอนดิจิทัล) ให้ครูใช้ฟรีช่วงโควิด
โครงการ DifferSheet ออกฟีเจอร์ใหม่ WorkSheet (สื่อการเรียนการสอนดิจิทัล) ให้ครูใช้ฟรีช่วงโควิด

เปิดอ่าน 22,839 ครั้ง
ระเบียบการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทน นอกเหนือจากเงินเดือน (2)
ระเบียบการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทน นอกเหนือจากเงินเดือน (2)

เปิดอ่าน 10,484 ครั้ง
ห้องเรียนสีดำ : ตูนส์ศึกษา โดย ครรชิต มนูญผล
ห้องเรียนสีดำ : ตูนส์ศึกษา โดย ครรชิต มนูญผล

เปิดอ่าน 13,196 ครั้ง
การใส่หน้ากากอนามัยให้ได้ผล
การใส่หน้ากากอนามัยให้ได้ผล

เปิดอ่าน 16,808 ครั้ง
อ้างพบธาตุหนักที่สุดมีเลขอะตอม 122
อ้างพบธาตุหนักที่สุดมีเลขอะตอม 122

เปิดอ่าน 17,427 ครั้ง
9 ประโยชน์เพื่อสุขภาพของกระเทียม ที่คุณอาจคาดไม่ถึง!
9 ประโยชน์เพื่อสุขภาพของกระเทียม ที่คุณอาจคาดไม่ถึง!

เปิดอ่าน 13,646 ครั้ง
สาว 6 อาชีพกับเส้นเลือดขอด
สาว 6 อาชีพกับเส้นเลือดขอด

เปิดอ่าน 24,252 ครั้ง
เปิดรายการ "ราคากลาง" ซ่อมรถหลังน้ำท่วม ป้องกันถูกเอาเปรียบ
เปิดรายการ "ราคากลาง" ซ่อมรถหลังน้ำท่วม ป้องกันถูกเอาเปรียบ

เปิดอ่าน 84,674 ครั้ง
เคล็ดลับ13ประการในการเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ
เคล็ดลับ13ประการในการเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ

เปิดอ่าน 22,574 ครั้ง
รวมคำอวยพรวันตรุษจีน พร้อมคำแปล
รวมคำอวยพรวันตรุษจีน พร้อมคำแปล

เปิดอ่าน 45,036 ครั้ง
หนังตะลุง
หนังตะลุง

เปิดอ่าน 22,177 ครั้ง
ที่มาของคำว่า "บางกะปิ"
ที่มาของคำว่า "บางกะปิ"

เปิดอ่าน 51,553 ครั้ง
อาเซียน +3 และ อาเซียน +6 คืออะไร ?
อาเซียน +3 และ อาเซียน +6 คืออะไร ?
เปิดอ่าน 11,218 ครั้ง
มองโลกแบบวิกรม ตอน เจาะลึก การศึกษาไต้หวัน (1)
มองโลกแบบวิกรม ตอน เจาะลึก การศึกษาไต้หวัน (1)
เปิดอ่าน 19,953 ครั้ง
ประวัติจังหวัดมุกดาหาร
ประวัติจังหวัดมุกดาหาร
เปิดอ่าน 17,598 ครั้ง
การปลูกและการดูแลรักษามะเขือเปราะ
การปลูกและการดูแลรักษามะเขือเปราะ
เปิดอ่าน 7,578 ครั้ง
เกษตรผสมผสานและไร่นาสวนผสม
เกษตรผสมผสานและไร่นาสวนผสม

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ